การย้ายจาก BigCommerce ไปยัง Shopify

แอป Store Importer สามารถช่วยคุณโอนย้ายข้อมูลสินค้า คำสั่งซื้อ และลูกค้าของคุณจาก BigCommerce ไปยัง Shopify ได้ โดยคุณจำเป็นต้องส่งออกข้อมูลของคุณจาก BigCommerce ก่อน จึงจะสามารถนำเข้าข้อมูลดังกล่าวไปยัง Shopify ได้

ขั้นตอนที่ 1: ส่งออกข้อมูลร้านค้าของคุณจาก BigCommerce

ขั้นตอนแรกในการย้ายร้านค้าคือการส่งออกข้อมูลสินค้า ลูกค้า และคำสั่งซื้อของคุณจาก BigCommerce เมื่อส่งออกเสร็จแล้ว คอมพิวเตอร์ของคุณจะดาวน์โหลดไฟล์ CSV ที่มีข้อมูล BigCommerce ของคุณ ซึ่งคุณสามารถใช้ในการนำเข้าข้อมูลดังกล่าวไปยัง Shopify ได้

ส่งออกข้อมูลสินค้าของคุณจาก BigCommerce

ในขณะที่ส่งออกข้อมูลสินค้าจากร้านค้า BigCommerce ของคุณ ขอให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ส่งออกข้อมูลสินค้าและตัวเลือกสินค้าเพิ่มเติม และส่งออกข้อมูลสินค้าที่เสร็จสมบูรณ์แล้วเช่นกัน

ขั้นตอน:

  1. ในหน้าแดชบอร์ด BigCommerce ของคุณ ให้ไปที่สินค้า > ส่งออก
  2. ในส่วนตัวเลือกเทมเพลตการส่งออกและรูปแบบไฟล์ ให้เลือกค่าเริ่มต้น จากนั้นคลิกที่ดำเนินการต่อ
  3. ในกล่องโต้ตอบสินค้าที่ปรากฏขึ้นมา ให้คลิกที่ส่งออกสินค้าของฉันเป็นไฟล์ CSV จากนั้นคลิกที่ปิด โดยระบบจะบันทึกไฟล์ CSV ที่มีข้อมูลสินค้าของคุณลงในคอมพิวเตอร์ของคุณ
  4. ในส่วนตัวเลือกเทมเพลตการส่งออกและรูปแบบไฟล์ ให้เลือกแก้ไขหลายรายการในครั้งเดียว จากนั้นคลิกที่ดำเนินการต่อ
  5. คลิกที่ส่งออกสินค้าของฉันเป็นไฟล์ CSV จากนั้นคลิกที่ปิด โดยระบบจะบันทึกไฟล์ CSV ที่มีข้อมูลสินค้าและตัวเลือกสินค้าเพิ่มเติมของคุณลงในคอมพิวเตอร์ของคุณ

ส่งออกข้อมูลคำสั่งซื้อของคุณจาก BigCommerce

  1. ในหน้าแดชบอร์ด BigCommerce ของคุณ ให้ไปที่คำสั่งซื้อ > ส่งออก
  2. ในส่วนตัวเลือกเทมเพลตการส่งออกและรูปแบบไฟล์ ให้เลือกค่าเริ่มต้น จากนั้นคลิกที่ดำเนินการต่อ
  3. ในกล่องโต้ตอบคำสั่งซื้อที่ปรากฏขึ้น ให้คลิกที่ส่งออกคำสั่งซื้อของฉันเป็นไฟล์ CSV จากนั้นคลิกที่ปิด โดยระบบจะบันทึกไฟล์ CSV ที่มีข้อมูลคำสั่งซื้อของคุณลงในคอมพิวเตอร์ของคุณ

ส่งออกข้อมูลลูกค้าของคุณจาก BigCommerce

  1. ในหน้าแดชบอร์ด BigCommerce ของคุณ ให้ไปที่ลูกค้า > ส่งออก
  2. ในส่วนตัวเลือกเทมเพลตการส่งออกและรูปแบบไฟล์ ให้เลือกค่าเริ่มต้น จากนั้นคลิกที่ดำเนินการต่อ
  3. ในกล่องโต้ตอบส่งออกลูกค้าที่ปรากฏขึ้นมา ให้คลิกที่ส่งออกลูกค้าของฉันเป็นไฟล์ CSV จากนั้นคลิกที่ปิด โดยระบบจะบันทึกไฟล์ CSV ที่มีข้อมูลคำสั่งซื้อของคุณลงในคอมพิวเตอร์ของคุณ

ขั้นตอนที่ 2: นำเข้าข้อมูลร้านค้าของคุณไปยัง Shopify

หลังจากที่คุณส่งออกข้อมูลสินค้า คำสั่งซื้อ และลูกค้าจาก BigCommerce เป็นไฟล์ CSV แล้ว คุณจะสามารถนำเข้าไฟล์เหล่านี้ไปยัง Shopify

ขั้นตอน:

  1. จากส่วน Shopify admin ของคุณ ให้คลิกแอป > นำเข้าร้านค้า

  2. ในหน้านำเข้าข้อมูลของคุณไปยัง Shopify ให้เลือก BigCommerce จากเมนูดรอปดาวน์

  3. ด้านล่างอัปโหลดไฟล์ ให้คลิกที่เพิ่มไฟล์แล้วเลือกไฟล์ที่ส่งออกแล้วของคุณ คุณสามารถเลือกไฟล์ CSV เป็นจำนวนกี่ไฟล์ก็ได้ ในขณะที่นำเข้าสินค้า คุณต้องเพิ่มไฟล์ที่ส่งออกไปทั้งในเทมเพลตแบบค่าเริ่มต้นและแบบแก้ไขหลายรายการในครั้งเดียวเพื่อให้นำเข้าข้อมูลได้อย่างถูกต้อง

  4. คลิกที่ ดำเนินการนำเข้าต่อ > นำเข้า

หมายเหตุ: หากแพลตฟอร์มที่กล่าวถึงในหน้านำเข้าร้านค้าไม่ใช่แพลตฟอร์มที่คุณต้องการจะดำเนินการนำเข้ามา ให้เลื่อนลงไปที่ด้านล่างของหน้าดังกล่าว แล้วคลิกที่เลือกแพลตฟอร์มอื่น จากนั้นคุณจะสามารถเลือก BigCommerce ได้จากเมนูดรอปดาวน์

ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบและอัปเดตข้อมูลที่คุณนำเข้า

หากระบบนำเข้าข้อมูลของคุณสำเร็จ คุณจะสามารถใช้งานข้อมูลสินค้า คำสั่งซื้อ และลูกค้าของคุณได้ในส่วน Shopify admin ของคุณ หากระบบนำเข้าลูกค้าบางรายไม่สำเร็จ คุณก็สามารถเพิ่มลูกค้าได้ด้วยตนเอง หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโปรดดูที่การเพิ่มสินค้าหรือเพิ่มลูกค้า

หมายเหตุ: คุณอาจพบข้อผิดพลาดในการนำเข้า CSV ของคุณ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีแก้ไขปัญหาการนำเข้า CSV สินค้าทั่วไป

ส่วนต่อไปนี้อธิบายถึงเหตุการณ์บางประการที่คุณอาจพบเจอขณะนำเข้าข้อมูล BigCommerce ของคุณไปยัง Shopify:

การนำเข้าข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงเสร็จสมบูรณ์

เมื่อนำเข้าเสร็จสิ้นแล้ว หน้าสรุปการนำเข้าจะแสดงรายละเอียดการนำเข้าของคุณ ให้ตรวจสอบข้อความในส่วนการตรวจสอบของสรุปข้อมูลการนำเข้าเพื่อหาข้อผิดพลาดใดๆ โดยคุณยังสามารถแก้ไขข้อมูลที่คุณนำเข้าได้ด้วยตนเองโดยคลิกที่ดูรายการซึ่งอยู่ถัดจากข้อความเหล่านี้

คำสั่งซื้อในอดีต

ระบบจะโอนย้ายคำสั่งซื้อที่นำเข้ามาจากแพลตฟอร์มเดิมของคุณไปยังร้านค้า Shopify เพื่อเก็บไว้เป็นประวัติเท่านั้น รวมทั้งจะกำหนดคำสั่งซื้อเหล่านี้จะให้มีสถานะ เก็บถาวร โดยอัตโนมัติ แม้ในทางเทคนิคแล้วคุณจะสามารถยกเลิกการเก็บถาวรได้ แต่ก็จะไม่สามารถดำเนินฟังก์ชันการทำงานใดๆ ก็ตามที่สงวนไว้ตามปกติสำหรับคำสั่งซื้อที่สร้างขึ้นในร้านค้า Shopify ได้

การนำเข้าสินค้า ลูกค้า หรือคำสั่งซื้อบางรายการล้มเหลว

หากระบบไม่ได้นำเข้าสินค้าหรือลูกค้าบางราย คุณสามารถเพิ่มสินค้าด้วยตนเอง หรือเพิ่มลูกค้าได้ด้วยตนเอง

ระบบจะไม่เพิ่มลูกค้าที่มีอีเมลหรือหมายเลขโทรศัพท์เดียวกันในการนำเข้า หากลูกค้าสองรายขึ้นไปมีอีเมลหรือหมายเลขโทรศัพท์เหมือนกัน ระบบจะนำเข้าเฉพาะรายการลูกค้าที่สร้างล่าสุดเท่านั้น

นำเข้าสินค้าเสร็จสิ้น แต่ยังไม่ได้เผยแพร่

หากสินค้าของคุณใน BigCommerce มีการตั้งค่าการแสดงผลสินค้าเป็นซ่อนอยู่เมื่อคุณส่งออกข้อมูล สินค้าเหล่านั้นจะถูกนำเข้าไปยัง Shopify เป็นสินค้าที่ซ่อนไว้เช่นกัน หากคุณไม่ต้องการซ่อนสินค้า ให้ทำให้สินค้าของคุณพร้อมจำหน่ายในช่องทางการขายที่คุณต้องการ

ไม่สามารถนำเข้าตัวเลือกสินค้าได้

หากสินค้าของคุณมีตัวเลือกสินค้า แต่หนึ่งในตัวเลือกของสินค้านั้นไม่มีแล้ว ระบบจะไม่นำเข้าสินค้านั้น คุณต้องเพิ่มสินค้านี้ไปที่ Shopify ด้วยตนเอง ตัวอย่างเช่น สมมุติว่าคุณขายเสื้อยืดโดยมีตัวเลือกให้เลือกขนาดและสีต่างๆ หากหนึ่งในตัวเลือกสินค้าของคุณมีข้อมูลเกี่ยวกับขนาด แต่ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับสี ระบบจะไม่นำเข้าสินค้าของคุณ

สินค้าที่นำเข้าไม่มีขนาด

หากลูกค้าของคุณต้องการเลือกขนาดสินค้า ให้เพิ่มขนาดได้โดยตรงไปยัง คำอธิบายสินค้า

แท็กที่ใช้กับระเบียนที่นำเข้า

แอป Import Store จะนำแท็กไปใช้กับระเบียนที่นำเข้า แท็กทำให้การค้นหาสิ่งที่คุณนำเข้ามาเป็นเรื่องง่ายขึ้นให้ตรวจสอบข้อผิดพลาดหรือทำการปรับแต่ง

แท็กที่ระบบจะนำไปใช้โดยอัตโนมัติกับระเบียนแต่ละรายการที่นำเข้าจะอยู่ในรูปแบบต่อไปนี้: import_<date>_<import_id> รูปแบบแท็กสำหรับข้อผิดพลาดในการนำเข้า เช่น รูปภาพหายไป หรือตัวเลือกสินค้าซ้ำกัน จะแตกต่างกันไปโดยขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มที่คุณใช้นำเข้า

คุณสามารถเก็บแท็กเหล่านี้ไว้ในระเบียนที่คุณนำเข้าได้แต่อาจสร้างปัญหาหากคุณใช้แท็กเป็นวิธีการขององค์กรสำหรับร้านค้าของคุณ ตัวอย่างเช่นแท็กเหล่านี้สามารถมองเห็นได้จากลูกค้าของคุณในร้านค้าออนไลน์ของคุณ หากต้องการหลีกเลี่ยงปัญหานี้คุณสามารถลบออกได้เมื่อคุณได้ทำเครื่องหมายที่บันทึกการนำเข้าเพื่อหาข้อผิดพลาดแล้ว

นำเข้าข้อมูลซ้อนทับข้อมูลที่นำเข้าไว้แล้ว

หากเชื่อว่ามีข้อมูลบางอย่างตกหล่นไปจากการนำเข้าครั้งก่อน คุณก็สามารถนำเข้าข้อมูลร้านค้าอีกครั้งเพื่อซ้อนทับข้อมูลนำเข้าปัจจุบันโดยการคลิกที่เริ่มการนำเข้าใหม่

  • หากร้านค้า Shopify หรือการนำเข้าครั้งก่อนหน้าของคุณมีข้อมูลลูกค้าอยู่แล้ว ข้อมูลนั้นจะได้รับการอัปเดต โดยระบบจะจับคู่ลูกค้ากับอีเมลและจับคู่กับหมายเลขโทรศัพท์หากไม่พบอีเมล เมื่อพบคู่แล้วระบบจะอัปเดตระเบียนที่มีอยู่ดังนี้:

    • สถานะการยกเว้นภาษีและสถานะการสมัครใช้งานทางการตลาดจะถูกเขียนทับ
    • แท็ก ที่อยู่ และหมายเหตุจากการนำเข้าจะถูกเพิ่มเข้ามา
    • ระบบจะเพิ่มข้อมูลสำหรับช่องชื่อ นามสกุล หรือหมายเลขโทรศัพท์ซึ่งไม่ปรากฏข้อมูลในบันทึกที่มีอยู่ หากมีข้อมูลดังกล่าวอยู่ในบันทึกลูกค้าที่นำเข้า
  • หากการนำเข้ามีสินค้าที่มีอยู่ในร้านค้า Shopify ของคุณแล้ว สินค้าที่ตรงกันในการนำเข้าจะถูกข้ามไปและไม่มีการนำเข้า รายการสินค้าที่ถูกข้ามจะแสดงในข้อมูลสรุปการนำเข้าหลังจากการนำเข้าเสร็จสิ้น

ลบการนำเข้าข้อมูลร้านค้า

หากคุณไม่พอใจกับการนำเข้าข้อมูล คุณสามารถลบออกได้ ตัวอย่างเช่น หากการนำเข้าข้อมูลของคุณมีรายการผิดพลาดจำนวนมาก การลบการนำเข้านั้นออกแล้วลองใหม่อีกครั้งอาจช่วยได้ คุณสามารถลบได้เฉพาะการนำเข้าล่าสุดของคุณเท่านั้น โดยต้องรอให้ข้อมูลนั้นลบเสร็จสิ้นเสียก่อนที่คุณจะเริ่มการนำเข้าใหม่

วิธีการ

  1. ในหน้าการนำเข้าเสร็จสิ้น ให้คลิก ลบการนำเข้า

  2. ในกล่องโต้ตอบลบการนำเข้า ให้คลิก ลบการนำเข้า

หลังจากลบไฟล์ที่นำเข้าทั้งหมดแล้ว ให้คลิก เริ่มการนำเข้าใหม่ เพื่อเริ่มการนำเข้าใหม่

สิ่งที่ควรพิจารณาสำหรับรหัสผ่านของลูกค้า

เนื่องจากรหัสผ่านถูกเข้ารหัสไว้ คุณจึงไม่สามารถโอนย้ายรหัสผ่านของลูกค้าจากแพลตฟอร์มอื่นไปยัง Shopify ได้ ด้วยเหตุนี้ระบบจึงจะโอนย้ายเฉพาะระเบียนลูกค้าไปยัง Shopify เท่านั้น แทนที่จะโอนย้ายทั้งบัญชีผู้ใช้ของลูกค้า

เพิ่มเติม: หากคุณใช้งานแผน Shopify Plus คุณสามารถใช้ Bulk Account Inviter เพื่อส่งข้อความผ่านอีเมลที่จะแจ้งให้ลูกค้ารีเซ็ตรหัสผ่านและเปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ของตนเองได้

พร้อมเริ่มต้นการขายด้วย Shopify แล้วหรือยัง

ทดลองใช้งานฟรี