การใช้เครื่องมือแก้ไข Rich Text

คุณสามารถใช้ rich text editor ของ Shopify เพื่อจัดรูปแบบและกำหนดสไตล์ข้อความที่ปรากฏในร้านค้าออนไลน์ของคุณได้

ใช้ rich text editor ได้ที่ใดบ้าง

คุณสามารถใช้ rich text editor เพื่อเพิ่มหรือแก้ไขข้อความได้ในหลากหลายพื้นที่ในร้านคาของคุณ ดังนี้:

เพิ่มเนื้อหา HTML ด้วย rich text editor

คุณสามารถใส่เนื้อหา HTML ในโพสต์บล็อก เพจ คำอธิบายสินค้า และคำอธิบายคอลเลกชันได้ด้วย rich text editor

คลิกปุ่มแสดง HTML เพื่อดูโค้ด HTML สำหรับเนื้อหาภายใน rich text editor:

ในมุมมอง HTML คุณสามารถเปลี่ยนแปลงเนื้อหาต่างๆ ได้ใน rich text editor โดยคุณสามารถเพิ่มรูปภาพ วิดีโอ หรือตารางด้วยการใช้ HTML นอกจากนี้ยังสามารถแก้ไขจุดบกพร่องหรือปรับเลย์เอาท์และสไตล์เนื้อหาได้อีกด้วย

ฝังวิดเจ็ตสื่อ

หากต้องการฝังวิดเจ็ตวิดีโอหรือเพลง อย่างแรก คุณต้องโฮสต์วิดเจ็ตบนบริการอย่าง Youtube Vimeo หรือ SoundCloud ก่อน บริการเหล่านี้จะสร้างโค้ดฝังตัวที่คุณสามารถคัดลอกและวางไปยัง rich text editor ใน Shopify admin ของคุณได้

ขั้นตอน:

  1. ค้นหาโค้ดฝังตัวของสื่อที่คุณต้องการฝัง:

  2. เลือกโค้ดฝังตัวทั้งหมดโดยคลิกและกด ctrl + A สำหรับ PC หรือ command + A สำหรับ Mac

  3. คัดลอกโค้ดฝังตัวโดยกด ctrl + C สำหรับ PC หรือ command + C สำหรับ Mac

  4. ใน Shopify admin ของคุณ ให้คลิกปุ่มแสดง HTML บน rich text editor สำหรับเนื้อหาที่คุณกำลังแก้ไข

  5. วางโค้ดฝังตัวโดยกด ctrl + V สำหรับ PC หรือ command + V สำหรับ Mac:

  6. คลิกบันทึกในหน้าที่คุณแก้ไขเพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงของคุณ

จัดรูปแบบข้อความด้วย rich text editor

ด้วยปุ่มการจัดรูปแบบ ให้คุณสามารถสร้างย่อหน้า หัวเรื่อง หรือบล็อกข้อความได้ การใช้การจัดรูปแบบและระดับของหัวเรื่องที่เหมาะสมช่วยให้ผู้คนและเครื่องมือค้นหาสามารถอ่านเนื้อหาเว็บไซต์ของคุณได้

หากต้องการเลือกรูปแบบข้อความ ให้ไฮไลท์ข้อความแล้วคลิกปุ่มการจัดรูปแบบ:

ตัวเลือกการจัดรูปแบบ

  • ย่อหน้า

    เนื้อหาข้อความส่วนใหญ่บนเว็บไซต์คือข้อความที่เป็นย่อหน้า โดยข้อความที่เป็นย่อหน้ามักมีขนาดตัวอักษร 10–12 pt แต่ธีมบางธีมใช้ขนาดตัวอักษรที่แตกต่างกัน

  • หัวเรื่อง (1-6)

    หัวเรื่องใช้เพื่อจัดโครงสร้างเนื้อหา ซึ่งแบ่งออกเป็น 6 ระดับ หัวเรื่อง 1 คือระดับหัวเรื่องที่สำคัญที่สุด ส่วนหัวเรื่อง 6 มีความสำคัญน้อยสุด

  • Blockquote

    บล็อกข้อความใช้เพื่อแสดงข้อความที่มีแหล่งที่มาจากผู้อื่น เช่น ข้อความที่อ้างอิง หรือส่วนที่หยิบยกมาจากหนังสือหรือเว็บไซต์

ข้อความตัวหนา

หากต้องการทำข้อความให้เป็นตัวหนา ให้ไฮไลท์ข้อความ จากนั้นคลิกที่ปุ่มตัวหนา:

ข้อความตัวเอียง

หากต้องการทำข้อความให้เป็นตัวเอียง ให้ไฮไลท์ข้อความ จากนั้นคลิกที่ปุ่มตัวเอียง:

สร้างรายการแบบหัวข้อ

หากต้องการสร้างรายการแบบหัวข้อ ให้คลิกปุ่มรายการแบบหัวข้อ:

คุณสามารถพิมพ์เพื่อสร้างสินค้ารายการเป็นหัวข้อได้:

หากต้องการสร้างสินค้ารายการใหม่ ให้กด enter หรือปุ่ม return เมื่อสร้างรายการเสร็จสิ้น ให้กด enter หรือปุ่ม return สองครั้ง

สร้างรายการแบบตัวเลข

หากต้องการสร้างรายการแบบตัวเลข ให้คลิกปุ่มรายการแบบตัวเลข:

คุณสามารถพิมพ์เพื่อสร้างสินค้ารายการเป็นตัวเลขได้:

หากต้องการสร้างสินค้ารายการใหม่ ให้กด enter หรือปุ่ม return เมื่อสร้างรายการเสร็จสิ้น ให้กด enter หรือปุ่ม return สองครั้ง

การย่อหน้าข้อความ

หากต้องการย่อหน้า ให้คลิกปุ่มย่อหน้า:

การย่อหน้าจะเว้นพื้นที่ว่างทางด้านซ้าย

คืนค่าการย่อหน้าข้อความ

หากต้องการคืนค่าการย่อหน้าหรือ "ลบย่อหน้า" ให้คลิกที่ปุ่มลบย่อหน้า:

การยกเลิกย่อหน้าเดิมจะคืนค่าพื้นที่ว่างที่มี

จัดแนวข้อความ

หากต้องการจัดแนวข้อความ ให้เลือกข้อความ คลิกที่ปุ่มการจัดวาง จากนั้นเลือกจัดวางด้านซ้าย จัดวางตรงกลาง หรือจัดวางด้านขวา:

เปลี่ยนสีข้อความด้วย rich text editor

ขั้นตอน:

  1. ไฮไลท์ข้อความและคลิกปุ่มสี:

  2. คลิกสี เพื่อเปลี่ยนสีข้อความที่ไฮไลท์:

เปลี่ยนสีพื้นหลังข้อความ

ขั้นตอน:

  1. ไฮไลท์ข้อความและคลิกปุ่มสี:

  2. คลิกสีพื้นหลัง…:

  3. คลิกสี เพื่อเปลี่ยนสีพื้นหลังของข้อความที่ไฮไลท์:

ล้างการจัดรูปแบบใน rich text editor

หากต้องการลบการจัดรูปแบบของข้อความหรือรูปภาพ ให้ไฮไลต์เนื้อหา แล้วคลิกปุ่มล้างการจัดรูปแบบ:

แทรกตารางด้วย rich text editor

คุณสามารถแทรกตารางในโพสต์บล็อก เพจ คำอธิบายสินค้า และคำอธิบายคอลเล็กชันได้ด้วย rich text editor อีกทั้งยังสามารถวางข้อความ รูปภาพ หรือแม้กระทั่งวิดีโอในตารางหลังจากสร้างแล้วได้

ขั้นตอน:

  1. คลิกปุ่มแทรกตารางใน rich text editor:

  2. คลิกแทรกตารางเพื่อใส่ตาราง:

    การทำเช่นนี้จะสร้างตารางที่มี 1 แถว และ 1 คอลัมน์

เมื่อสร้างตารางแล้ว คลิกปุ่มแทรกตารางอีกครั้ง เพื่อปรับแต่งแถวและคอลัมน์ของตาราง:

  • แทรกแถวด้านบน: วางเคอร์เซอร์ของคุณที่แถว แล้วคลิกปุ่มเพื่อแทรกแถวใหม่ด้านบน
  • แทรกแถวด้านล่าง: วางเคอร์เซอร์ของคุณที่แถว แล้วคลิกปุ่มเพื่อแทรกแถวใหม่ด้านล่าง
  • แทรกคอลัมน์ก่อนหน้า: วางเคอร์เซอร์ของคุณที่คอลัมน์ แล้วคลิกปุ่มนี้เพื่อแทรกคอลัมน์ใหม่ด้านหน้าคอลัมน์ดังกล่าว
  • แทรกคอลัมน์ด้านหลัง: วางเคอร์เซอร์ของคุณที่คอลัมน์ แล้วคลิกปุ่มนี้เพื่อแทรกคอลัมน์ใหม่ด้านหลังคอลัมน์ดังกล่าว
  • ลบแถว: วางเคอร์เซอร์ในแถวที่ต้องการลบแล้วคลิกที่ปุ่มนี้
  • ลบคอลัมน์: วางเคอร์เซอร์ในคอลัมน์ที่ต้องการลบแล้วคลิกที่ปุ่มนี้
  • ลบตาราง: วางเคอร์เซอร์ได้ทุกที่ในตารางแล้วคลิกปุ่มนี้เพื่อลบตารางทั้งหมด

ใส่ลิงก์ด้วย rich text editor

คุณสามารถแทรกลิงก์ (ไฮเปอร์ลิงก์) ในโพสต์บล็อก เพจ คำอธิบายสินค้า และคำอธิบายคอลเล็กชันได้ด้วย rich text editor ทั้งยังสามารถเพิ่มลิงก์ที่นำลูกค้าไปยังเพจภายในร้านค้าออนไลน์ Shopify ของคุณ รวมถึงเว็บไซต์อื่นๆ นอกจากนี้ คุณสามารถเพิ่มลิงก์ที่เปิดข้อความอีเมลหรือโทรติดต่อ เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถติดต่อคุณได้

ขั้นตอน:

  1. ไฮไลท์ข้อความหรือรูปภาพที่ต้องการเปลี่ยนเป็นลิงก์

  2. คลิกแทรกลิงก์

  3. ใส่ URL ปลายทางสำหรับลิงก์ในช่องเชื่อมต่อไปยัง:

- หากต้องการลิงก์ออกไปยังเว็บไซต์ภายนอกที่อยู่ภายนอกร้านค้า Shopify ให้ใส่ http:// ตามด้วยที่อยู่เว็บไซต์ ตัวอย่างเช่น http://www.example.com - หากต้องการเชื่อมต่อเพจภายในร้านค้าออนไลน์ Shopify ของคุณ ให้ใส่ URL แบบย่อ เช่น /collections/summer-collection - หากต้องการสร้างลิงก์ที่เปิดข้อความอีเมล ให้ใส่ mailto: ตามด้วยอีเมล ตัวอย่างเช่น mailto:example@example.com - หากต้องการสร้างลิงก์ที่ใช้โทรติดต่อได้ ให้ใส่ tel: ตามด้วยเบอร์โทร เช่น tel:+0-123-456-7890

  1. ใส่คำอธิบายลิงก์สั้นๆ ในช่องชื่อลิงก์

  2. เลือกวิธีเปิดลิงก์ด้วยเมนูเปิดลิงก์นี้ใน:

- หน้าต่างเดียวกัน: ลิงก์จะเปิดในแท็บหรือหน้าต่างเบราว์เซอร์ผู้ใช้เปิดไว้อยู่แล้ว - หน้าต่างใหม่: ลิงก์จะเปิดในแท็บหรือหน้าต่างเบราเซอร์ใหม่

  1. คลิกแทรกลิงก์เพื่อแปลงข้อความที่ไฮไลท์เป็นลิงก์

เพิ่มลิงก์ภายในและภายนอกด้วย rich text editor

ลิงก์ที่ไปยังเพจภายในร้านค้า Shopify ของคุณเรียกว่าลิงก์ภายใน คุณสามารถใช้ URL อย่างสั้นเพื่อสร้างลิงก์ภายในได้ เช่น URL /collections จะชี้ทางไปยังหน้าคอลเล็กชันของร้านค้าคุณ

หากต้องการเชื่อมต่อไปยังเพจใดเพจหนึ่งของร้านค้าออนไลน์ อย่างหน้าคอลเล็กชัน หรือหน้าสินค้า ให้ใช้รูปแบบ URL /page-type/page-handle เช่น หากต้องการเชื่อมต่อไปยังคอลเล็กชันที่คุณสร้างชื่อ Summer Collection ให้ใช้ URL /collections/summer-collection

ลิงก์ไปยังเว็บไซต์ที่อยู่นอกร้านค้า Shopify ของคุณเรียกว่าลิงก์ ภายนอก โดยต้องใส่ลิงก์ภายนอกแบบสมบูรณ์และต้องเริ่มต้นด้วย http://

ลิงก์ไปยังไฟล์ในเนื้อหาเพจ

หลังจากอัปโหลดไฟล์ คุณสามารถเชื่อมไฟล์ดังกล่าวไปยังเนื้อหาใน rich text editor เพื่อเปิดใช้งานไฟล์สำหรับการดาวน์โหลดจากคำอธิบายสินค้าหรือคอลเลกชัน เว็บเพจ หรือโพสต์บล็อกได้

ขั้นตอน:

  1. คัดลอก URL ไฟล์ที่คุณต้องการเชื่อมถึง

  2. ใน Shopify admin ของคุณ คลิกที่สินค้า คอลเลกชั่น เว็บเพจ หรือโพสต์บล็อกที่คุณต้องการเพิ่มไฟล์

  3. ใน rich text editor ให้ใส่หรือเลือกข้อความลิงก์ เช่น คุณอาจเพิ่มลิงก์ไปยัง PDF ตารางขนาดจากข้อความลิงก์ Click here to download our sizing chart.

  4. เลือกข้อความลิงก์

  5. คลิกแทรกลิงก์:

  6. วาง URL ไฟล์ที่คุณต้องการเชื่อมถึงในช่องเชื่อมต่อไปยัง

หมายเหตุ: URL ต้องขึ้นต้นด้วย http://cdn.shopify.com/ หากคุณเห็น http://static.shopify.com ให้แทนที่ด้วย http://cdn.shopify.com

  1. คลิกแทรกลิงก์ ใน rich text editor ข้อความลิงก์จะแสดงเป็นสีฟ้าพร้อมขีดเส้นใต้

แทรกรูปภาพด้วย rich text editor

วิธีแทรกรูปภาพโดยใช้ rich text editor มี 3 วิธี โดยคุณสามารถ:

  • อัปโหลดรูปภาพ
  • เลือกจากรูปภาพสินค้าของคุณ
  • ใช้ URL รูปภาพสาธารณะ

อัปโหลดรูปภาพ

ขั้นตอน:

  1. คลิกปุ่มแทรกรูปภาพใน rich text editor:

  2. ในกล่องโต้ตอบแทรกรูปภาพ ให้คลิกที่แท็บรูปภาพที่อัปโหลดแล้ว

  3. คลิกอัปโหลดไฟล์:

  4. เลือกไฟล์รูปภาพ JPG หรือ PNG จากคอมพิวเตอร์ของคุณ

  5. คลิกรูปภาพที่อัปโหลดเพื่อเลือก:

  6. จากเมนูขนาดสำหรับแทรก ให้เลือกขนาดที่ต้องการแสดงภาพ คุณสามารถเลือกขนาดดั้งเดิมเพื่อแทรกรูปภาพโดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงขนาดแสดงรูปภาพได้

  7. คลิกแทรกรูปภาพเพื่อวางรูปภาพใน rich text editor

เลือกจากรูปภาพสินค้า

ขั้นตอน:

  1. คลิกปุ่มแทรกรูปภาพใน rich text editor:

  2. ในกล่องโต้ตอบแทรกรูปภาพ ให้คลิกที่แท็บรูปภาพสินค้า

  3. คลิกรูปภาพที่ต้องการแทรก:

    หากไม่เห็นรูปภาพสินค้าที่คุณต้องการแทรก คุณสามารถใช้ปุ่มลูกศรเพื่อดูในแต่ละหน้าได้:

  4. จากเมนูขนาดสำหรับแทรก ให้เลือกขนาดที่ต้องการแสดงภาพ คุณสามารถเลือกขนาดดั้งเดิมเพื่อแทรกรูปภาพโดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงขนาดแสดงรูปภาพได้

  5. คลิกแทรกรูปภาพเพื่อวางรูปภาพสินค้าใน rich text editor

ใช้ URL รูปภาพ

วิธีแทรกรูปภาพโดยใช้ URL สาธารณะ:

  1. คลิกปุ่มแทรกรูปภาพใน rich text editor:

  2. ในกล่องโต้ตอบแทรกรูปภาพ ให้คลิกที่แท็บURL

  3. ใส่ URL ของไฟล์รูปภาพของคุณที่สามารถเข้าถึงโดยสาธารณะ:

  4. คลิกแทรกรูปภาพเพื่อแทรกรูปภาพใน rich text editor ด้วยขนาดดั้งเดิม

ย้ายหรือปรับขนาดรูปภาพด้วย rich text editor

หลังจากที่คุณเพิ่มรูปภาพไปยังคำอธิบายสินค้าหรือคอลเลกชัน เว็บเพจ หรือบล็อก คุณสามารถย้ายไปที่ทำแหน่งที่ตั้งอื่นในเนื้อหาได้

ขั้นตอน:

  1. ในส่วน Shopify admin ของคุณ คลิกที่สินค้า คอลเลกชัน เว็บเพจ หรือโพสต์บล็อกที่มีรูปภาพที่คุณต้องการย้ายหรือปรับขนาด

  2. คลิกที่รูปภาพใน rich text editor

  3. ทำการเปลี่ยนแปลง:

- หากต้องการย้ายรูปภาพ ให้คลิกและลากไปยังตำแหน่งที่ตั้งอื่นในช่องเนื้อหา - หากต้องการปรับขนาดรูปภาพ คลิกและลากที่มุมใดมุมหนึ่งของรูปภาพ

  1. คลิกบันทึก

แก้ไขรูปภาพด้วย rich text editor

คุณสามารถเปลี่ยนการกำหนดขนาด การตัดข้อความ และการจัดแนวรูปภาพได้ใน Rich text editor นอกจากนี้ ยังสามารถแก้ไข URL รูปภาพ เพิ่มหรือแก้ไขข้อความกำกับรูปภาพได้

ขั้นตอน:

  1. ดับเบิ้ลคลิกที่รูปภาพใน Rich text editor เพื่อเปิดกล่องโต้ตอบแก้ไขรูปภาพ

  2. ใช้ตัวเลือกการกำหนดขนาดและการจัดวางเพื่อแก้ไขรูปภาพได้ ดังนี้:

- หากต้องการเปลี่ยนขนาดของรูปภาพ ให้เลือกที่ตัวเลือกขนาด - หากต้องการเปลี่ยน URL รูปภาพของรูปภาพ - หากต้องการปรับปรุง SEO ของร้านค้าออนไลน์ รวมถึงการเข้าถึงให้ดีขึ้น ให้เพิ่มหรือแก้ไขข้อความกำกับรูปภาพ - หากต้องการเพิ่มระยะห่าง ให้ใส่เลขพิกเซลของพื้นที่ที่ต้องการในแต่ละด้าน - หากต้องการเปลี่ยนการจัดวางของรูปภาพ ให้เลือกจากไอคอนการจัดวางที่ระบุซ้าย กลาง หรือขวา - หากต้องการเพิ่มการตัดข้อความ ให้ทำเครื่องหมายเลือกตัดข้อความรอบรูปภาพ

  1. คลิกที่แก้ไขรูปภาพเพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลง

ใส่วิดีโอด้วย Rich text editor

คุณสามารถใส่หรือฝังวิดีโอในโพสต์ของบล็อก เพจ คำอธิบายสินค้า และคำอธิบายคอลเล็กชันได้โดยใช้ Rich text editor

หากต้องการฝังวิดีโอที่คุณสร้าง อันดับแรก คุณต้องอัปโหลดวิดีโอดังกล่าวไปยังเว็บไซต์วิดีโอสตรีมมิ่งอย่าง YouTube หรือ Vimeo ก่อน

ขั้นตอน:

  1. คัดลอก URL ของวิดีโอโดยกดปุ่ม ctrl + C บน PC หรือ command + C บน Mac

  2. เยี่ยมชม Embed Responsively Embed Responsively คือเครื่องมือที่มอบโค้ดฝังตัวที่ปรับปรุงแล้วสำหรับวิดีโอให้แก่คุณ

  3. ใน Embed Responsively ให้คลิกเลือกเว็บไซต์วิดีโอที่มีวิดีโอของคุณอยู่

  4. วาง URL วิดีโอที่คุณคัดลอกลงในกล่อง URL ของเพจ บน Embed Responsively โดยกดปุ่ม ctrl + V สำหรับ PC หรือ command + V สำหรับ Mac

  5. คลิกฝัง แล้ว Embed Responsively จะสร้างโค้ดฝังตัวให้แก่คุณ

  6. หากวิดีโอของคุณมาจาก YouTube และคุณไม่ต้องการให้แสดงวิดีโอที่เกี่ยวข้องหลังจากเล่นจบ ให้หา URL ของวิดีโอในโค้ดฝังตัว จากนั้นคัดลอกและวาง ?rel=0 ไว้ท้ายสุดในเครื่องหมายอัญประกาศ:

  7. คัดลอกโค้ดทั้งหมดในกล่องโค้ดฝังตัว

  8. ในส่วนผู้ดูแลระบบ Shopify คลิกที่ปุ่มใส่วิดีโอใน Rich text editor:

  9. วางโค้ดฝังตัวลงในช่องของกล่องโต้ตอบที่ระบุว่าใส่วิดีโอ

  10. คลิกที่ใส่วิดีโอ

  11. คลิกบันทึกเมื่อเสร็จสิ้น เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงในส่วนที่คุณแก้ไข

ใส่ไฟล์เสียงด้วย Rich text editor

คุณสามารถใช้ Rich text editor เพื่อใส่หรือฝังไฟล์เสียงในโพสต์ของบล็อก เพจ คำอธิบายสินค้า และคำอธิบายคอลเลกชันได้

ขั้นตอน:

  1. จาก Shopify admin ของคุณ ให้คลิกการตั้งค่า จากนั้นคลิกไฟล์

  2. คลิกอัปโหลดไฟล์เพื่ออัปโหลดไฟล์เสียงที่ต้องการใส่หรือฝังไปยังร้านค้าของคุณ

  3. จากส่วนร้านค้าออนไลน์ เปิด Rich text editor สำหรับเพจหรือโพสต์บล็อกที่คุณต้องการใส่ไฟล์เสียง

  4. คัดลอก <div id="player"><audio controls="controls"> แล้ววางโค้ดใน Rich text editor เพื่อฝังเครื่องเล่นเสียงลงในเพจของคุณ

  5. คัดลอกโค้ดต่อไปนี้:

    <source src="https://cdn.shopify.com/s/files/1/0220/2378/files/example.mp3" type="audio/mpeg" /></div>

    วางโค้ดนี้ใน Rich text editor ต่อจากโค้ดสำหรับเครื่องเล่นเสียง แล้วแทนที่ https://cdn.shopify.com/s/files/1/0220/2378/files/example.mp3 ด้วย URL ที่คุณสร้างสำหรับไฟล์เสียงเมื่ออัปโหลดไปยัง Shopify คุณสามารถค้นหา URL ไฟล์เสียงของคุณได้ทุกเมื่อในหน้าไฟล์

  6. คลิกบันทึก

  7. คลิกดูเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าไฟล์เสียงของคุณเล่นได้อย่างสมบูรณ์

เพิ่มหรือย้ายความคิดเห็นภายในใน Rich text editor

คุณสามารถใช้แท็กความคิดเห็น <!-- และ --> สำหรับข้อความภายในที่คุณไม่ต้องการเผยแพร่ในร้านค้าของคุณได้

ขั้นตอน:

  1. คลิกปุ่มแสดง HTML ใน Rich text editor

  2. หากต้องการเพิ่มความคิดเห็นภายใน ให้แนบข้อความที่คุณต้องการซ่อนภายใน <!-- และ --> ตัวอย่างเช่น: <!--yourtext-->

  3. คลิกบันทึก

แท็ก HTML ที่แนบไว้ในแท็กความคิดเห็นจะถูกบันทึกเป็นข้อความภายใน หากต้องการให้แท็ก HTML ทำงานเป็นปกติ คุณต้องย้ายแท็กความคิดเห็นออก <!-- และ --> รอบๆ

ลบแท็กความคิดเห็น

ใช้ rich text editor ได้ที่ใดบ้าง

ตอนนี้ คุณสามารถใช้ Rich text editor ในแอป Shopify เพื่อเพิ่มคำอธิบายสินค้าของคุณ หากคุณต้องการเพิ่มข้อความไปยังเพจ บล็อก หรือคอลเลกชัน คุณสามารถทำได้จาก Shopify admin ในเว็บเบราว์เซอร์

จัดรูปแบบข้อความด้วย rich text editor

คุณสามารถใช้ Rich text editor เพื่อจัดรูปแบบข้อความของคุณได้ในหลายรูปแบบ ดังนี้:

  • ข้อความตัวหนา
  • ข้อความตัวเอียง
  • ขีดเส้นใต้ข้อความ
  • จัดแนวข้อความ
  • สร้างรายการ

ข้อความตัวหนา

หากต้องการทำข้อความให้เป็นตัวหนา ให้ไฮไลต์ข้อความ จากนั้นแตะที่ปุ่มตัวหนา:

ข้อความตัวเอียง

หากต้องการทำให้ข้อความเอียง ให้ไฮไลต์ข้อความ จากนั้นแตะที่ปุ่มตัวเอียง:

ขีดเส้นใต้ข้อความ

หากต้องการขีดเส้นใต้ข้อความ ให้ไฮไลต์ข้อความ จากนั้นแตะที่ปุ่มขีดเส้นใต้:

จัดแนวข้อความ

ขั้นตอน:

  1. จากเครื่องมือแก้ไข ให้ไฮไลต์ข้อความที่ต้องการจัดวาง
  2. แตะที่ปุ่มการจัดวางข้อความ:
  3. แตะตัวเลือกการจัดวางหนึ่งตัวเลือกเพื่อเลือกการจัดวางด้านซ้าย ตรงกลาง หรือด้านขวา

สร้างรายการ

คุณสามารถใช้เครื่องมือแก้ไขเพื่อเพิ่มรายการแบบมีสัญลักษณ์กำกับหรือแบบตัวเลขไปยังข้อความของคุณได้

ขั้นตอน:

  1. ในเครื่องมือแก้ไข ให้แตะที่ปุ่มรายการเพื่อแสดงตัวเลือกรายการ 2 ตัวเลือก:

  2. แตะที่ปุ่มตัวเลือกรายการแบบหัวข้อหรือแบบตัวเลข เพื่อเลือกประเภทรายการที่คุณต้องการเพิ่ม

  3. ใส่สินค้าในรายการของคุณ ด้านหลังแต่ละรายการ แตะย้อนกลับเพื่อไปยังบรรทัดถัดไปและใส่สินค้าอื่น

  4. เมื่อคุณใส่ข้อมูลในรายการของคุณเสร็จสิ้น ให้แตะย้อนกลับสองครั้ง

ใส่ลิงก์ด้วย rich text editor

คุณสามารถใช้เครื่องมือแก้ไขเพื่อเพิ่มลิงก์ไปยังข้อความของคุณได้:

  1. เลือกคำที่คุณต้องการสร้างลิงก์จากเครื่องมือแก้ไข

  2. แตะที่ปุ่มลิงก์:

  3. จากหน้าจอแทรกลิงก์ ใส่ URL ลิงก์

  4. ใส่ชื่อลิงก์ที่ใช้สำหรับการเข้าถึงและ SEO

  5. ตามค่าเริ่มต้น ปลายทางลิงก์จะเปิดขึ้นในหน้าต่างเดียวกัน หากต้องการตั้งค่าลิงก์ให้เปิดในหน้าต่างอื่น ให้เปิดใช้งานตัวเลือกเปิดลิงก์ในหน้าต่างใหม่

  6. แตะบันทึก

สร้างลิงก์ภายในและภายนอก

ลิงก์ที่ไปยังเพจภายในร้านค้า Shopify ของคุณเรียกว่าลิงก์ภายใน คุณสามารถใช้ URL อย่างสั้นเพื่อสร้างลิงก์ภายในได้ เช่น URL /collections จะชี้ทางไปยังหน้าคอลเล็กชันของร้านค้าคุณ

หากต้องการเชื่อมต่อไปยังเพจใดเพจหนึ่งของร้านค้าออนไลน์ อย่างหน้าคอลเล็กชัน หรือหน้าสินค้า ให้ใช้รูปแบบ URL /page-type/page-handle เช่น หากต้องการเชื่อมต่อไปยังคอลเล็กชันที่คุณสร้างชื่อ Summer Collection ให้ใช้ URL /collections/summer-collection

ลิงก์ไปยังเว็บไซต์ที่อยู่นอกร้านค้า Shopify ของคุณเรียกว่าลิงก์ภายนอก ลิงก์ภายนอกจะต้องเริ่มต้นด้วย http://

ใช้ rich text editor ได้ที่ใดบ้าง

ตอนนี้ คุณสามารถใช้ Rich text editor ในแอป Shopify เพื่อเพิ่มคำอธิบายสินค้าของคุณ หากคุณต้องการเพิ่มข้อความไปยังเพจ บล็อก หรือคอลเลกชัน คุณสามารถทำได้จาก Shopify admin ในเว็บเบราว์เซอร์

จัดรูปแบบข้อความด้วย rich text editor

คุณสามารถใช้ Rich text editor เพื่อจัดรูปแบบข้อความของคุณได้ในหลายรูปแบบ ดังนี้:

  • ข้อความตัวหนา
  • ข้อความตัวเอียง
  • ขีดเส้นใต้ข้อความ
  • จัดแนวข้อความ
  • สร้างรายการ

ข้อความตัวหนา

หากต้องการทำข้อความให้เป็นตัวหนา ให้ไฮไลต์ข้อความ จากนั้นแตะที่ปุ่มตัวหนา:

ข้อความตัวเอียง

หากต้องการทำให้ข้อความเอียง ให้ไฮไลต์ข้อความ จากนั้นแตะที่ปุ่มตัวเอียง:

ขีดเส้นใต้ข้อความ

หากต้องการขีดเส้นใต้ข้อความ ให้ไฮไลต์ข้อความ จากนั้นแตะที่ปุ่มขีดเส้นใต้:

จัดแนวข้อความ

ขั้นตอน:

  1. จากเครื่องมือแก้ไข ให้ไฮไลต์ข้อความที่ต้องการจัดวาง
  2. แตะที่ปุ่มการจัดวางข้อความ:
  3. แตะตัวเลือกการจัดวางหนึ่งตัวเลือกเพื่อเลือกการจัดวางด้านซ้าย ตรงกลาง หรือด้านขวา

สร้างรายการ

คุณสามารถใช้เครื่องมือแก้ไขเพื่อเพิ่มรายการแบบมีสัญลักษณ์กำกับหรือแบบตัวเลขไปยังข้อความของคุณได้

ขั้นตอน:

  1. ในเครื่องมือแก้ไข ให้แตะที่ปุ่มรายการเพื่อแสดงตัวเลือกรายการ 2 ตัวเลือก:

  2. แตะที่ปุ่มตัวเลือกรายการแบบหัวข้อหรือแบบตัวเลข เพื่อเลือกประเภทรายการที่คุณต้องการเพิ่ม

  3. ใส่สินค้าในรายการของคุณ ด้านหลังแต่ละรายการ แตะย้อนกลับเพื่อไปยังบรรทัดถัดไปและใส่สินค้าอื่น

  4. เมื่อคุณใส่ข้อมูลในรายการของคุณเสร็จสิ้น ให้แตะย้อนกลับสองครั้ง

ใส่ลิงก์ด้วย rich text editor

คุณสามารถใช้เครื่องมือแก้ไขเพื่อเพิ่มลิงก์ (ไฮเปอร์ลิงก์) ไปยังข้อความของคุณได้:

  1. เลือกคำที่คุณต้องการสร้างลิงก์จากเครื่องมือแก้ไข

  2. แตะที่ปุ่มลิงก์:

  3. จากหน้าจอแทรกลิงก์ ใส่ URL ลิงก์

  4. ใส่ชื่อลิงก์ที่ใช้สำหรับการเข้าถึงและ SEO

  5. ตามค่าเริ่มต้น ปลายทางลิงก์จะเปิดขึ้นในหน้าต่างเดียวกัน หากต้องการตั้งค่าลิงก์ให้เปิดในหน้าต่างอื่น ให้เปิดใช้งานตัวเลือกเปิดลิงก์ในหน้าต่างใหม่

  6. แตะที่เครื่องหมายถูกเพื่อบันทึกลิงก์ของคุณ

สร้างลิงก์ภายในและภายนอก

ลิงก์ที่ไปยังเพจภายในร้านค้า Shopify ของคุณเรียกว่าลิงก์ภายใน คุณสามารถใช้ URL อย่างสั้นเพื่อสร้างลิงก์ภายในได้ เช่น URL /collections จะชี้ทางไปยังหน้าคอลเล็กชันของร้านค้าคุณ

หากต้องการเชื่อมต่อไปยังเพจใดเพจหนึ่งของร้านค้าออนไลน์ อย่างหน้าคอลเล็กชัน หรือหน้าสินค้า ให้ใช้รูปแบบ URL /page-type/page-handle เช่น หากต้องการเชื่อมต่อไปยังคอลเล็กชันที่คุณสร้างชื่อ Summer Collection ให้ใช้ URL /collections/summer-collection

ลิงก์ไปยังเว็บไซต์ที่อยู่นอกร้านค้า Shopify ของคุณเรียกว่าลิงก์ภายนอก ลิงก์ภายนอกจะต้องเริ่มต้นด้วย http://

พร้อมเริ่มต้นการขายด้วย Shopify แล้วหรือยัง

ทดลองใช้งานฟรี