จัดการแคมเปญ Google Smart Shopping ของคุณ

Google Smart Shopping ใช้การเรียนรู้ของเครื่องในการสร้างโฆษณาให้กับธุรกิจของคุณโดยใช้ฟีดที่ส่งมาจาก Google Merchant Center ของคุณ แคมเปญ Smart Shopping ใช้ข้อมูลเชิงลึกจาก Google และร้านค้าของคุณในการเข้าถึงผู้ซื้อรายใหม่และทำการตลาดซ้ำกับผู้ใช้ที่มีอยู่ซึ่งคุณเคยโต้ตอบกับร้านค้าออนไลน์ของคุณมาก่อน

การติดตามแคมเปญ

Google Smart Shopping ช่วยให้คุณตรวจสอบผลกระทบจากแคมเปญการตลาดของคุณโดยช่วยให้คุณสามารถติดตามการดกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงที่เฉพาะเจาะจงที่ลูกค้าของคุณจะได้รับ เมื่อคุณสร้างแคมเปญ การลงดำเนินการคอนเวอร์ชั่นบางรายการจะถูกเพิ่มไปยังบัญชีโฆษณา Google ของคุณโดยอัตโนมัติ

คุณสามารถตรวจสอบผลกระทบของแคมเปญ Google Smart Shopping ของคุณได้จากหน้าการตลาด > การดำเนินการอัตโนมัติใน Shopify คุณสามารถแก้ไขข้อมูลต่อไปนี้ได้:

  • ยอดขายรวม - จำนวนยอดขายทั้งหมดที่มาจากแคมเปญ Google Shopping ของคุณ
  • ยอดการแสดงผลทั้งหมด - จำนวนครั้งทั้งหมดที่โฆษณา Google Shopping แสดงบน Google
  • ยอดคลิกรวม - จำนวนการคลิกทั้งหมดที่โฆษณาของคุณได้รับ
  • ยอดคำสั่งซื้อรวม - จำนวนยอดคำสั่งซื้อทั้งหมดที่มาจากแคมเปญ Google Shopping ของคุณ
  • ราคาต้นทุนต่อคลิก - จำนวนเงินที่ใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหนึ่งคลิกบนโฆษณาของคุณ
  • ต้นทุนต่อการหาลูกค้า - ต้นทุนทั้งหมดของโฆษณาหารด้วยยอดรวมคำสั่งซื้อทั้งหมด

นอกจากนี้ คุณยังคำนวณผลตอบแทนจากค่าใช้จ่ายในการโฆษณา (ROAS) ได้ด้วยตนเองโดยนำยอดขายรวมจากแคมเปญโฆษณามาหารด้วยค่าใช้จ่ายในการโฆษณาทั้งหมดของคุณ หาก ROAS มากกว่าศูนย์ แคมเปญโฆษณาของคุณจะแสดงผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ

สามารถเข้าถึงกิจกรรมทั้งหมดเพื่อตรวจสอบในบัญชี Google Ads ของคุณ

ขั้นตอน

  1. จากบัญชี Google Ads ของคุณ ให้คลิกที่ "เครื่องมือ"

  2. คลิกที่ "การวัด" > "คอนเวอร์ชั่น"

  3. คลิกกิจกรรม

  4. คลิก "แก้ไขการตั้งค่า" > "รวมไว้ใน "คอนเวอร์ชั่น""

นอกจากนี้ คุณสามารถหยุดแคมเปญชั่วคราวหรือแก้ไขงบประมาณรายวันโดยเฉลี่ยของคุณได้โดยคลิกที่ "จัดการแคมเปญ"

เพิ่มผลกระทบจากแคมเปญ Smart Shopping ของคุณให้สูงสุด

แคมเปญ Smart Shopping บน Google ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อปรับโฆษณาของคุณให้เหมาะสมและแสดงให้พวกเขาเห็นผู้คนที่ค้นหาสินค้าของคุณบน Shopping, YouTube, เครือข่ายดิสเพลย์ และ Gmail

ใช้เวลา 14 วันในการให้เทคโนโลยีอัจฉริยะของ Google เรียนรู้วิธีการแสดงโฆษณาของคุณที่ดีที่สุด ดังนั้นให้แคมเปญของคุณแสดงได้อย่างน้อย 14 วันก่อนที่คุณจะเปลี่ยนหรือประเมินประสิทธิภาพการโฆษณาของคุณ หลังจากผ่านไป 14 วันแล้ว ให้เปลี่ยนแคมเปญหนึ่งแล้วรออีก 14 วันเพื่อตัดสินใจว่าการเปลี่ยนแปลงของคุณพัฒนาขึ้นหรือไม่

ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงต่อไปนี้ที่คุณสามารถแก้ไขได้เพื่อช่วยให้แคมเปญของคุณสร้างความสำเร็จสูงสุด

ตั้งงบประมาณ

การเลือกงบประมาณของแคมเปญของคุณอาจมีความซับซ้อน แต่การตั้งงบประมาณที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณสร้างความสาเร็จให้กับแคมเปญของคุณให้สูงสุดได้

ปรับงบประมาณรายวันของคุณ

ประเภทสินค้าที่แตกต่างกันมีแนวโน้มที่จะต้องใช้งบประมาณรายวันโดยเฉลี่ยที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น สินค้าที่ราคาสูงกว่าอย่างเครื่องเพชรหรือจักรยานมีต้นทุนต่อคอนเวอร์ชันที่สูงกว่า

Google Ads ใช้งบประมาณรายวันโดยเฉลี่ย ไม่ใช่งบประมาณรายวันที่แน่นอน ตัวอย่างเช่น หากคุณตัดสินใจที่จะตั้งงบประมาณที่ $10 Google อาจจ่าย $5 ในวันหนึ่ง และจ่าย $15 ในวันถัดมา พิจารณาการใช้จ่ายอย่างน้อย $5 กับงบประมาณรายวันโดยเฉลี่ยของคุณ

วัดผลตอบแทนจากการใช้จ่ายค่าโฆษณา

หากต้องการทราบถึงประสิทธิภาพของแคมเปญหากใช้งบประมาณที่ตั้งไว้ปัจจุบัน คุณสามารถคํานวณผลตอบแทนจากค่าใช้จ่ายโฆษณา (GTAS) ได้ คุณสามารถสิ่งนี้ได้โดยการหารยอดขายรวมด้วย ค่าใช้จ่ายโฆษณารวมของคุณ

  • หาก ROAS ของคุณมากกว่า 1 คุณจะเห็นผลลัพธ์เชิงบวกจากงบประมาณแคมเปญปัจจุบันของคุณ

  • หาก ROAS ของคุณคือ 1 ยอดขายของคุณจะถูกครอบคลุมค่าใช้จ่ายโฆษณา

หลังจากที่คุณระบุการใช้งานของ ROAS และเข้าใจประสิทธิภาพแคมเปญโฆษณาของคุณแล้ว ให้ตัดสินใจว่าต้องการปรับงบประมาณอย่างไร

  • หาก ROAS ของคุณเป็นบวก ให้พิจารณาเพิ่มงบประมาณของคุณ

  • หาก ROAS ของคุณไม่เป็นบวก ให้ลองปรับแคมเปญให้เหมาะสมเพื่อให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไป

ตัวอย่างเช่น Kade ขายสร้อยข้อมือที่กําไร 25 ดอลลาร์สหรัฐ Kade ได้สร้างแคมเปญการตลาด 20 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขนาดเล็กและทำการขายหนึ่งรายการ ปิดแคมเปญนั้นด้วย ROAS เป็น 25/20 = 1.25 เนื่องจากค่า ROAS เป็นบวก Kade จึงตัดสินใจจะออกแคมเปญรายเดือนด้วยงบประมาณรายวันโดยเฉลี่ย 20 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งให้งบประมาณรายเดือน 600 ดอลลาร์สหรัฐ

สร้างฟีดสินค้าของคุณ

ฟีดสินค้าคือรายการสินค้าที่คุณต้องการโฆษณา ช่องทางการขายของ Google จะอัปเดตฟีดสินค้าของคุณโดยอัตโนมัติเมื่อคุณเพิ่ม แก้ไข หรือลบสินค้าออกจาก Shopify admin ของคุณ

หากต้องการเพิ่มแคมเปญโฆษณาให้สูงสุด คุณสามารถปรับแอตทริบิวต์สินค้าในฟีดสินค้าได้ด้วยตนเอง ลักษณะสินค้าคือข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าของคุณ เช่น ชื่อสินค้า ข้อความอธิบาย และราคาของสินค้า อย่าลืมเขียนแอตทริบิวต์สินค้าของคุณในลักษณะที่ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายของคุณ

ชื่อสินค้า

ชื่อสินค้าของคุณเป็นส่วนสําคัญของโฆษณาหรือรายการสินค้าฟรีของคุณ ชื่อสินค้าที่เฉพาะเจาะจงและถูกต้องจะช่วยให้ Google แสดงสินค้าของคุณแก่ลูกค้าที่เหมาะสม คุณสามารถพัฒนาชื่อสินค้าที่ดีได้สองสามวิธี:

  • สร้างรายการกลุ่มคำที่ผู้ซื้อจะใช้เมื่อค้นหาสินค้าของคุณ
  • ศึกษาว่าคู่แข่งใช้บรรยายสินค้าของตนอย่างไร
  • ใช้ Google Trends เพื่อทดสอบชื่อสินค้าที่มีโอกาสเป็นลูกค้าของคุณ

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเขียนชื่อสินค้า โปรดดูที่ความช่วยเหลือของ Google Merchant Center

การกำหนดราคา

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการกําหนดราคาของคุณมีการแข่งขันในตลาด ลูกค้าจะเห็นสินค้าทางเลือกแทนคุณ ดังนั้นการกำหนดราคาสินค้าที่มีราคาเปรียบเทียบนั้นสําคัญ

ประเภทของสินค้า

Google ใช้ประเภทสินค้าเพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่คุณขายและจับคู่โฆษณาของคุณกับการค้นหาที่เกี่ยวข้อง เมื่อคุณจัดประเภทสินค้าของคุณ คุณควรปฏิบัติตามกฎเหล่านี้:

  • ใช้ > เพื่อแยกระดับในหมวดหมู่สินค้าของคุณ
  • ใช้รูปแบบนี้กับประเภทสินค้าของคุณ: ประเภทสินค้า > ประเภทย่อยสินค้า 1 > ประเภทย่อยสินค้า 2 > ฤดูกาล/โอกาส/หัวข้อ ตัวอย่างเช่น อุปกรณ์สำหรับสัตว์และสัตว์เลี้ยง > อุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยง > อุปกรณ์สำหรับสุนัข > เสื้อผ้าสุนัข

ขั้นตอน:

  1. จาก Shopify admin ของคุณ โปรดคลิก "Google"
  2. เลือกสินค้าที่คุณต้องการแก้ไข แล้วคลิก"แก้ไขช่องข้อมูล Google"
  3. ป้อนประเภทสินค้าที่แก้ไขแล้วของคุณในช่อง "ประเภทสินค้าของ Google"
  4. คลิกที่บันทึก

ตัวระบุสินค้า

ตัวระบุสินค้าเฉพาะจะช่วยให้ Google ตรวจสอบยืนยันสินค้าที่คุณขายอยู่ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้ตั้งค่าตัวระบุเหล่านี้อย่างถูกต้องเพื่อให้สินค้าของคุณแสดงในแคมเปญ Smart Shopping บน Google หากต้องการ ข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ ตัวระบุสินค้าเฉพาะรายการ

ปรับประสบการณ์การช้อปปิ้งของลูกค้าให้เหมาะสม

ความสเร็จของแคมเปญของคุณอาจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่พวกเขาคลิกที่โฆษณาของคุณ เมื่อเข้าใจว่าลูกค้าของคุณปฏิบัติตนอย่างไรเมื่อพวกเขามาถึงร้านค้าของคุณ คุณจะสามารถปรับปรุงประสบการณ์การช้อปปิ้งของพวกเขาได้

ระบุจุดรับสินค้าจากนักช้อป

หากต้องการปรับปรุงประสบการณ์ใช้งานเว็บไซต์ของคุณ ให้ใช้ข้อมูลแคมเปญ Smart Shopping บน Google ของคุณเพื่อให้เข้าใจเมื่อลูกค้าออกจากร้านค้าของคุณเพื่อปรับปรุงประสบการณ์ใช้งานบนเว็บไซต์ของคุณ

ใช้ส่วนการตลาดในรายงาน Shopify ของคุณเพื่อให้เป็นตัวชี้วัดที่แสดงออกถึงเกณฑ์ของเซสชัน การเพิ่มลงในตะกร้าสินค้า และ การสั่งซื้อ ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าใจว่าลูกค้าของคุณจะอยู่ในกระบวนการซื้อได้ถึงส่วนไหน

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงานการตลาดใน Shopify admin โปรดดูที่รายงานการตลาด

ปรับปรุงฟีเจอร์ของร้านค้าคุณ

โฆษณาแคมเปญ Smart Shopping บน Google จะเชื่อมไปยังหน้าสินค้าของร้านค้าออนไลน์ของคุณ ลองเพิ่มรูปภาพหลายภาพและแก้ไขหน้าสินค้าของคุณเพื่อสร้างความประทับใจแรกเริ่มที่ดีกับลูกค้าของคุณ

นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้ Grow My Store ของ Google เพื่อรับข้อเสนอแนะเกี่ยวกับวิธีการปรับปรุงร้านค้าของคุณ

สร้างความน่าเชื่อถือกับลูกค้า

หากต้องการสร้างความน่าเชื่อถือกับลูกค้า ลองปรับปรุงเนื้อหาที่เขียนในร้านค้าออนไลน์ของคุณ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลสินค้า การช่วยเหลือลูกค้า และนโยบายการคืนสินค้าของคุณเขียนไว้อย่างชัดเจนและเข้าใจได้

หากคุณสังเกตเห็นว่าลูกค้าออกจากร้านค้าของคุณหลังจากดูหน้าสินค้าแล้ว ให้พิจารณาสิ่งต่อไปนี้:

หากต้องการแนวคิดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับปรุงร้านค้าออนไลน์ของคุณ โปรดดูที่วิธีปรับหน้าสินค้าให้เหมาะสมเพื่อเพิ่มยอดขายในบล็อก Shopify

การแก้ไข การหยุดชั่วคราวหรือการลบแคมเปญ Google Smart Shopping

คุณสามารถจัดการแคมเปญ Smart Shopping บน Google ได้จากส่วน Shopify admin ของคุณ คุณสามารถแก้ไข หยุดชั่วคราว หรือลบโฆษณาฉบับร่างและเผยแพร่ได้จากส่วนการตลาดของคุณ

เมื่อคุณแก้ไขแบบร่างกิจกรรมทางการตลาดหรือการดำเนินการอัตโนมัติ คุณสามารถบันทึกการเปลี่ยนแปลงหรือเผยแพร่ได้ แบบร่างกิจกรรมทางการตลาดจะปรากฏบนหน้าการตลาด และแบบร่างการดำเนินการอัตโนมัตินจะปรากฏบนหน้าการตลาด > การดำเนินการอัตโนมัติ

หากต้องการลบกิจกรรมทางการตลาดที่คุณสร้างขึ้นใน Shopify ให้ไปที่ส่วนการตลาดในส่วน Shopify admin จากนั้นคลิกที่ "แคมเปญ" เลือกกิจกรรมทางการตลาดที่คุณต้องการลบ คลิกที่ "ลบกิจกรรม" จากนั้นคลิกที่ "ลบกิจกรรม" อีกครั้งเพื่อยืนยันการเลือกของคุณ

เมื่อลบกิจกรรมหรือการทำการตลาดอัตโนมัติใน Shopify ระบบจะไม่เรียกเก็บเงินจากคุณอีกต่อไป Shopify จะซิงค์กับบริการที่เกี่ยวข้องเพื่ออัปเดตการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่คุณทำกับบัญชีผู้ใช้ ขณะที่กิจกรรมหรือการดำเนินการอัตโนมัติถูกลบออกภายนอก Shopify ระบบจะแสดงสถานะ "กำลังลบ" ใน Shopify หลังจากที่ลบกิจกรรมภายนอก Shopify ทั้งหมดแล้ว ระบบจะลบออกจากรายการใน Shopify ด้วย การลบกิจกรรมทางการตลาดหรือการดำเนินการอัตโนมัติเป็นการดำเนินการถาวร

กิจกรรมทางการตลาดที่สร้างขึ้นภายนอก Shopify ต้องถูกลบออกจากบริการที่คุณสร้างกิจกรรมดังกล่าวขึ้น

ติดต่อศูนย์ช่วยเหลือ Google Ads เพื่อรับความช่วยเหลือเกี่ยวกับหัวข้อต่อไปนี้:

  • การเรียกเก็บเงินและการออกใบแจ้งหนี้สำหรับ Google Ads
  • นโยบาย รีวิวโฆษณา และการปรับแคมเปญให้เหมาะสม
  • การตั้งค่าประเภทโฆษณาที่ช่องทาง Google ไม่รองรับ เช่น แคมเปญวิดีโอ
  • Google Merchant Center
  • Google Analytics

หมายเหตุ: คุณสามารถตรวจสอบสถานะการอนุมัติของโฆษณาหรือแก้ไขโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุมัติจาก Google Ads ได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการอนุมัติโฆษณาของ Google

คุณสามารถติดต่อฝ่ายช่วยเหลือของ Shopify เพื่อรับความช่วยเหลือในการตั้งค่าหรือใช้งานช่องทาง Google ได้

พร้อมเริ่มต้นการขายด้วย Shopify แล้วหรือยัง

ทดลองใช้งานฟรี