ทริกเกอร์และการดำเนินการใน Flow ใหม่

การดำเนินการที่คุณสามารถใช้ได้ในขั้นตอนการทำงานจะได้รับการกำหนดโดยทริกเกอร์ที่คุณใช้เพื่อเริ่มขั้นตอนการทำงาน สามารถกำหนดให้เกิดการดำเนินการขึ้นได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ทริกเกอร์ขึ้น หรือสามารถตรวจสอบกับเงื่อนไขได้

ทริกเกอร์และการอ้างอิงการดำเนินการ

สร้างคำสั่งซื้อที่ยังไม่ชำระเงินแล้ว

ทริกเกอร์สร้างคำสั่งซื้อที่ยังไม่ชำระเงินแล้วจะเริ่มทำงานเมื่อผู้ใช้ในองค์กรของคุณหรือแอปจากภายนอกสร้างคำสั่งซื้อที่ยังไม่ชำระเงิน

ข้อพิจารณา

ทริกเกอร์นี้จะใช้กับคำสั่งซื้อที่ยังไม่ชำระเงินที่สร้างขึ้นใหม่เท่านั้น โดยคำสั่งซื้อที่ยังไม่ชำระเงินที่สร้างขึ้นก่อนขั้นตอนการทำงานที่ใช้ทริกเกอร์สร้างคำสั่งซื้อที่ยังไม่ชำระเงินแล้วและคำสั่งซื้อที่ยังไม่ชำระเงินที่ไม่มีสินค้าเฉพาะรายการใดๆ จะไม่ทำให้ขั้นตอนการทำงานที่ใช้ทริกเกอร์นี้เริ่มต้นขึ้น

ขั้นตอนการทำงานที่ใช้ทริกเกอร์คำสั่งซื้อที่ยังไม่ชำระเงินจะไม่มีผลต่อคำสั่งซื้อ หากต้องการให้มีผลต่อคำสั่งซื้อ ให้ใช้ทริกเกอร์สร้างคำสั่งซื้อแล้วแทน

การดำเนินการ

การใช้ทริกเกอร์สร้างคำสั่งซื้อที่ยังไม่ชำระเงินแล้วจะอนุญาตให้มีการดำเนินการด้วยออบเจ็กต์ใน API GraphQL ของคำสั่งซื้อ โดยสามารถใช้การดำเนินการต่อไปนี้ในขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นด้วยทริกเกอร์สร้างคำสั่งซื้อที่ยังไม่ชำระเงินแล้วได้

  • เพิ่มแท็กลูกค้า
  • เพิ่มแท็กคำสั่งซื้อที่ยังไม่ชำระเงิน
    หลังจากคำสั่งที่ยังไม่ชำระเงินเปลี่ยนมาเป็นคำสั่งซื้อแบบปกติ แท็กเหล่านี้จะกลายเป็นแท็กคำสั่งซื้อ
  • เพิ่มสินค้าเฉพาะรายการในคำสั่งซื้อ
  • สร้างเมตาฟิลด์คำสั่งซื้อที่ยังไม่ชำระเงิน
  • สร้าง URL สำหรับเปลี่ยนเส้นทาง
  • สร้างเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • ลบ URL เปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบแท็กลูกค้าออก
  • ลบแท็กคำสั่งซื้อที่ยังไม่ชำระเงิน
  • ส่งอีเมล
  • ส่งคำขอ HTTP
  • อัปเดตบันทึกลูกค้า
    ตามค่าเริ่มต้นแล้ว การดำเนินการนี้จะแทนที่เนื้อหาของบันทึก หากต้องการเพิ่มเนื้อหาไปยังบันทึกที่มีอยู่แล้ว ในช่องบันทึก ให้ป้อน:{{customer.note}} The content that you want to add to the note.
  • อัปเดตหมายเหตุคำสั่งซื้อที่ยังไม่ชำระเงิน
    ตามค่าเริ่มต้นแล้ว การดำเนินการนี้จะแทนที่เนื้อหาของหมายเหตุ หากต้องการเพิ่มเนื้อหาไปยังบันทึกที่มีอยู่แล้ว ในช่องบันทึก ให้ป้อน:{{order.note}} The content that you want to add to the note.

ตัวอย่าง

ตัวอย่างของขั้นตอนการทำงานที่จะเพิ่มแท็กไปยังลูกค้าเมื่อมีการสร้างคำสั่งซื้อที่ยังไม่ชำระเงินขึ้น

ในตัวอย่างขั้นตอนการทำงานนี้ ระบบจะทำการเพิ่มแท็กไปยังบัญชีผู้ใช้ของลูกค้าเมื่อมีการสร้างคำสั่งซื้อที่ยังไม่ชำระเงินที่แนบแท็กเหล่านี้ไว้

ลบคำสั่งซื้อที่ยังไม่ชำระเงินแล้ว

ทริกเกอร์ลบคำสั่งซื้อที่ยังไม่ชำระเงินแล้วจะเริ่มทำงานเมื่อผู้ใช้ในองค์กรของคุณหรือแอปจากภายนอกลบคำสั่งซื้อที่ยังไม่ชำระเงิน

ข้อพิจารณา

ขั้นตอนการใช้งานที่ใช้ทริกเกอร์คำสั่งซื้อที่ยังไม่ชำระเงินจะไม่มีผลต่อคำสั่งซื้อ หากต้องการให้มีผลต่อการสั่งซื้อ ให้ใช้ทริกเกอร์ลบคำสั่งซื้อแล้วแทน

การดำเนินการ

การใช้ทริกเกอร์ลบคำสั่งซื้อที่ยังไม่ชำระเงินแล้วจะอนุญาตให้มีการดำเนินการด้วยออบเจ็กต์ใน API GraphQL ของคำสั่งซื้อ โดยสามารถใช้การดำเนินการต่อไปนี้ในขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นด้วยทริกเกอร์ ลบคำสั่งซื้อที่ยังไม่ชำระเงินแล้วได้

  • ส่งอีเมล
  • ส่งคำขอ HTTP
  • สร้าง URL สำหรับเปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบ URL เปลี่ยนเส้นทาง

ตัวอย่าง

ตัวอย่างของขั้นตอนการทำงานที่จะส่งอีเมลเมื่อมีการลบคำสั่งซื้อที่ยังไม่ชำระเงิน

ในตัวอย่างขั้นตอนการทำงานนี้ ระบบจะทำการส่งอีเมลเมื่อคำสั่งซื้อที่ยังไม่ชำระเงินถูกลบ

ลบสินค้าแล้ว

ทริกเกอร์ลบสินค้าแล้วจะเริ่มทำงานเมื่อผู้ใช้ในองค์กรของคุณหรือแอปจากภายนอกลบสินค้าจาก Shopify admin

ข้อพิจารณา

สินค้าที่ถูกลบจะไม่สามารถกู้คืนได้ คุณจึงไม่สามารถสร้างขั้นตอนการทำงานที่ยกเลิกการลบได้

การดำเนินการ

การใช้ทริกเกอร์ลบสินค้าแล้วจะอนุญาตให้มีการดำเนินการด้วยออบเจ็กต์ใน API GraphQL ของสินค้า โดยสามารถใช้การดำเนินการต่อไปนี้ในขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นด้วยทริกเกอร์ลบสินค้าแล้วได้

  • ส่งอีเมล
  • ส่งคำขอ HTTP
  • สร้าง URL สำหรับเปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบ URL เปลี่ยนเส้นทาง

ตัวอย่าง

ตัวอย่างของขั้นตอนการทำงานที่จะส่งอีเมลเมื่อสินค้าถูกลบ

ในตัวอย่างขั้นตอนการทำงานนี้ ระบบจะทำการส่งอีเมลเมื่อสินค้าถูกลบ

สร้างโปรไฟล์ลูกค้าแล้ว

ทริกเกอร์สร้างโปรไฟล์ลูกค้าแล้วจะเริ่มทำงานเมื่อลูกค้าใหม่ทำการสั่งซื้อในร้านค้าของคุณ หรือเมื่อมีการสร้างโปรไฟล์ลูกค้าขึ้นด้วยตัวผู้ใช้เอง

ข้อพิจารณา

ทริกเกอร์นี้จะใช้กับโปรไฟล์ลูกค้าที่สร้างขึ้นใหม่เท่านั้น การแก้ไขโปรไฟล์ลูกค้าที่มีอยู่เดิมจะไม่เริ่มการทำงานของทริกเกอร์สร้างโปรไฟล์ลูกค้าแล้ว

การดำเนินการ

การใช้ทริกเกอร์สร้างโปรไฟล์ลูกค้าแล้วจะอนุญาตให้มีการดำเนินการด้วยออบเจ็กต์ใน API GraphQL ลูกของค้า โดยสามารถใช้การดำเนินการต่อไปนี้ในขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นด้วยทริกเกอร์สร้างโปรไฟล์ลูกค้าแล้ว

  • เพิ่มเมตาฟิลด์ลูกค้า
  • เพิ่มแท็กลูกค้า
  • เพิ่มเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • สร้าง URL สำหรับเปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบ URL เปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบเมตาฟิลด์ลูกค้า
  • ลบแท็กลูกค้าออก
  • ลบเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • ส่งอีเมล
  • ส่งคำขอ HTTP
  • อัปเดตบันทึกลูกค้า
    ตามค่าเริ่มต้นแล้ว การดำเนินการนี้จะแทนที่เนื้อหาของบันทึก หากต้องการเพิ่มเนื้อหาไปยังบันทึกที่มีอยู่แล้ว ในช่องบันทึก ให้ป้อน:{{customer.note}} The content that you want to add to the note.

ตัวอย่าง

ตัวอย่างของขั้นตอนการทำงานที่จะเพิ่มแท็กลูกค้าเมื่อมีการสร้างโปรไฟล์ลูกค้าขึ้น

ในตัวอย่างขั้นตอนการทำงานนี้ ระบบจะทำการเพิ่มแท็กไปยังบัญชีผู้ใช้ของลูกค้าเมื่อมีการสร้างโปรไฟล์ลูกค้าขึ้น

ลบลูกค้าแล้ว

ทริกเกอร์ลบลูกค้าแล้วจะเริ่มทำงานเมื่อผู้ใช้ในองค์กรของคุณหรือแอปจากภายนอกลบโปรไฟล์ลูกค้าออกจาก Shopify Admin

ข้อพิจารณา

โปรไฟล์ลูกค้าที่มีประวัติคำสั่งซื้อจะไม่สามารถถูกลบได้ แต่จะสามารถปิดใช้งานได้แทน หากต้องการสร้างขั้นตอนการทำงานที่จะดำเนินการเมื่อบัญชีผู้ใช้ของลูกค้าถูกปิดใช้งาน ให้ดูที่ทริกเกอร์ปิดใช้บัญชีผู้ใช้ของลูกค้าแล้ว

การดำเนินการ

การใช้ทริกเกอร์ลบลูกค้าแล้วจะอนุญาตให้มีการดำเนินการด้วยออบเจ็กต์ใน API GraphQL ของลูกค้า โดยสามารถใช้การดำเนินการต่อไปนี้ในขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นด้วยทริกเกอร์ลบลูกค้าแล้วได้

  • สร้าง URL สำหรับเปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบ URL เปลี่ยนเส้นทาง
  • ส่งอีเมล
  • ส่งคำขอ HTTP

ตัวอย่าง

ตัวอย่างของขั้นตอนการทำงานที่จะส่งอีเมลเมื่อลูกค้าถูกลบ

ในตัวอย่างขั้นตอนการทำงานนี้ ระบบจะทำการส่งอีเมลเมื่อลูกค้าถูกลบ

เปิดใช้บัญชีผู้ใช้ของลูกค้าแล้ว

ทริกเกอร์เปิดใช้บัญชีผู้ใช้ของลูกค้าแล้วจะเริ่มทำงานเมื่อโปรไฟล์ลูกค้ากลายเป็นบัญชีผู้ใช้ของลูกค้า การเปลี่ยนแปลงสถานะเช่นนี้จะเกิดขึ้นเมื่อลูกค้ายอมรับอีเมลเชิญชวนให้สร้างบัญชีผู้ใช้ หรือเมื่อลูกค้าส่งข้อมูลในระหว่างการชำระเงินจากร้านค้าออนไลน์ของคุณ

การดำเนินการ

การใช้ทริกเกอร์เปิดใช้บัญชีผู้ใช้ลูกค้าแล้วจะอนุญาตให้มีการดำเนินการด้วยออบเจ็กต์ใน API GraphQL ของลูกค้า โดยสามารถใช้การดำเนินการต่อไปนี้ในขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นด้วยทริกเกอร์เปิดใช้บัญชีผู้ใช้ลูกค้าแล้ว

  • เพิ่มเมตาฟิลด์ลูกค้า
  • เพิ่มแท็กลูกค้า
  • เพิ่มเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • สร้าง URL สำหรับเปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบ URL เปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบเมตาฟิลด์ลูกค้า
  • ลบแท็กลูกค้าออก
  • ลบเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • ส่งอีเมล
  • ส่งคำขอ HTTP
  • อัปเดตบันทึกลูกค้า
    ตามค่าเริ่มต้นแล้ว การดำเนินการนี้จะแทนที่เนื้อหาของบันทึก หากต้องการเพิ่มเนื้อหาไปยังบันทึกที่มีอยู่แล้ว ในช่องบันทึก ให้ป้อน:{{customer.note}} The content that you want to add to the note.

ตัวอย่าง

ตัวอย่างของขั้นตอนการทำงานที่จะเพิ่มแท็กลูกค้าเมื่อมีการเปิดใช้บัญชีผู้ใช้ของลูกค้าแล้ว

ในตัวอย่างขั้นตอนการทำงานนี้ ระบบจะทำการเพิ่มแท็กลูกค้าเมื่อมีการเปิดใช้บัญชีผู้ใช้ของลูกค้าแล้ว

ปิดใช้บัญชีผู้ใช้ของลูกค้าแล้ว

ทริกเกอร์ปิดใช้บัญชีผู้ใช้ของลูกค้าแล้วจะเริ่มทำงานเมื่อผู้ใช้ในองค์กรของคุณหรือแอปจากภายนอกปิดใช้บัญชีผู้ใช้ของลูกค้าใน Shopify admin

การดำเนินการ

การใช้ทริกเกอร์ปิดใช้บัญชีผู้ใช้ลูกค้าแล้วจะอนุญาตให้มีการดำเนินการด้วยออบเจ็กต์ใน API GraphQL ของลูกค้า โดยสามารถใช้การดำเนินการต่อไปนี้ในขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นด้วยทริกเกอร์ปิดใช้บัญชีผู้ใช้ลูกค้าแล้ว

  • เพิ่มเมตาฟิลด์ลูกค้า
  • เพิ่มแท็กลูกค้า
  • เพิ่มเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • สร้าง URL สำหรับเปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบ URL เปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบเมตาฟิลด์ลูกค้า
  • ลบแท็กลูกค้าออก
  • ลบเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • ส่งอีเมล
  • ส่งคำขอ HTTP
  • อัปเดตบันทึกลูกค้า
    ตามค่าเริ่มต้นแล้ว การดำเนินการนี้จะแทนที่เนื้อหาของบันทึก หากต้องการเพิ่มเนื้อหาไปยังบันทึกที่มีอยู่แล้ว ในช่องบันทึก ให้ป้อน:{{customer.note}} The content that you want to add to the note.

ตัวอย่าง

ตัวอย่างของขั้นตอนการทำงานที่จะเพิ่มแท็กลูกค้าเมื่อมีการปิดใช้บัญชีผู้ใช้ของลูกค้า

ในตัวอย่างขั้นตอนการทำงานนี้ ระบบจะทำการเพิ่มแท็กลูกค้าเมื่อมีการปิดใช้บัญชีผู้ใช้ของลูกค้าแล้ว

เปลี่ยนจำนวนสินค้าคงคลังแล้ว

ทริกเกอร์เปลี่ยนปริมาณสินค้าคงคลังแล้วจะเริ่มทำงานเมื่อมีการสั่งซื้อที่ลดจำนวนสินค้าคงคลังที่มีอยู่จากสินค้าชิ้นใดชิ้นหนึ่ง

ข้อพิจารณา

สินค้าจะต้องได้รับการทำเครื่องหมายที่ติดตามจำนวนเพื่อให้เริ่มขั้นตอนการทำงานที่ใช้ทริกเกอร์เปลี่ยนปริมาณสินค้าคงคลังแล้วได้ คำสั่งซื้อที่ยังไม่ชำระเงินจะไม่ส่งผลต่อสินค้าคงคลังที่มีอยู่จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นคำสั่งซื้อ ทริกเกอร์นี้จะอนุญาตให้มีการใช้เงื่อนไขและการดำเนินการที่ส่งผลต่อสินค้าได้ สำหรับขั้นตอนการทำงานที่ส่งผลต่อรายการสินค้าคงคลังนั้น ให้ดูที่ทริกเกอร์สร้างรายการสินค้าคงคลังแล้ว

การดำเนินการ

การใช้ทริกเกอร์เปลี่ยนปริมาณสินค้าคงคลังแล้วจะอนุญาตให้มีการดำเนินการด้วยออบเจ็กต์ใน API GraphQL ของสินค้าได้ โดยจะมีการใช้การดำเนินการต่อไปนี้ในขั้นตอนการทำงานที่เริ่มการทำงานของทริกเกอร์เปลี่ยนปริมาณสินค้าคงคลังแล้ว

  • เพิ่มแท็กสินค้า
  • เพิ่มสินค้าไปยังคอลเลกชัน
  • เพิ่มเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • สร้างเมตาฟิลด์สินค้า
  • สร้างเมตาฟิลด์ตัวเลือกสินค้า
  • สร้าง URL สำหรับเปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบ URL เปลี่ยนเส้นทาง
  • ซ่อนสินค้า
  • แสดงสินค้า
  • ลบสินค้าออกจากคอลเลกชัน
  • ลบเมตาฟิลด์สินค้า
  • ลบแท็กสินค้า
  • ลบเมตาฟิลด์ตัวเลือกสินค้า
  • ลบเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • ส่งอีเมล
  • ส่งคำขอ HTTP

ตัวอย่าง

ตัวอย่างของขั้นตอนการทำงานที่จะเผยแพร่สินค้าเมื่อสินค้าคงคลังเปลี่ยนจากต่ำกว่าศูนย์เป็นเกินกว่าศูนย์

ในตัวอย่างขั้นตอนการทำงานนี้ สินค้าจะได้รับการเผยแพร่เมื่อปริมาณสินค้าคงคลังสำหรับสินค้าเปลี่ยนจากต่ำกว่าศูนย์เป็นมากกว่าศูนย์

เพิ่มสินค้าไปยังร้านค้าแล้ว

ทริกเกอร์เพิ่มสินค้าไปยังร้านค้าแล้วจะเริ่มทำงานเมื่อผู้ใช้ในองค์กรของคุณหรือแอปจากภายนอกเพิ่มสินค้าใหม่ใน Shopify admin

ข้อพิจารณา

ทริกเกอร์นี้จะใช้กับสินค้าใหม่เท่านั้น โดยจะไม่เริ่มทำงานเมื่อมีการเพิ่มตัวเลือกสินค้าไปยังสินค้าที่มีอยู่เดิม สำหรับขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นเมื่อมีการเพิ่มตัวเลือกสินค้านั้น ให้ดูที่ทริกเกอร์เพิ่มตัวเลือกสินค้าแล้ว ทริกเกอร์เพิ่มสินค้าไปยังร้านค้าแล้วจะเริ่มทำงานเมื่อมีการเพิ่มสินค้าใหม่ใดๆ ไปยัง Shopify admin ไม่ว่าจะเพิ่มสินค้าไปยังช่องทางการขายในร้านค้าออนไลน์หรือไม่ก็ตาม

การดำเนินการ

การใช้ทริกเกอร์เพิ่มสินค้าไปยังร้านค้าแล้วจะอนุญาตให้มีการดำเนินการด้วยออบเจ็กต์ใน API GraphQL ของสินค้า โดยสามารถใช้การดำเนินการต่อไปนี้ในขั้นตอนการทำงานที่เริ่มการทำงานของทริกเกอร์เปลี่ยนปริมาณสินค้าคงคลังแล้วได้

  • เพิ่มแท็กสินค้า
  • เพิ่มสินค้าไปยังคอลเลกชัน
  • เพิ่มเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • สร้างเมตาฟิลด์สินค้า
  • สร้าง URL สำหรับเปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบ URL เปลี่ยนเส้นทาง
  • ซ่อนสินค้า
  • แสดงสินค้า
  • ลบสินค้าออกจากคอลเลกชัน
  • ลบเมตาฟิลด์สินค้า
  • ลบแท็กสินค้า
  • ลบเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • ส่งอีเมล
  • ส่งคำขอ HTTP

ตัวอย่าง

ตัวอย่างของขั้นตอนการทำงานที่จะเพิ่มสินค้าไปยังคอลเลกชันเมื่อมีการเพิ่มไปยังร้านค้าแล้ว

ในตัวอย่างขั้นตอนการทำงานนี้ ระบบจะทำการเพิ่มสินค้าไปยังคอลเลกชันเมื่อมีการเพิ่มสินค้าดังกล่าวไปยังร้านค้าแล้ว

ยกเลิกคำสั่งซื้อแล้ว

ทริกเกอร์ยกเลิกคำสั่งซื้อแล้วจะเริ่มทำงานเมื่อผู้ใช้ในองค์กรของคุณหรือแอปจากภายนอกยกเลิกคำสั่งซื้อที่ยังไม่จัดการ

ข้อพิจารณา

การยกเลิกคำสั่งซื้อจะหยุดคำสั่งซื้อที่อยู่ระหว่างดำเนินการ โดยจะไม่เหมือนกับการลบคำสั่งซื้อ สำหรับขั้นตอนการทำงานที่จะเริ่มทำงานเมื่อคำสั่งซื้อถูกลบนั้น ให้ดูที่ทริกเกอร์ลบคำสั่งซื้อแล้ว การยกเลิกคำสั่งซื้ออาจสร้างเงื่อนไขที่เริ่มขั้นตอนการทำงานที่ใช้ทริกเกอร์สร้างการคืนเงินแล้วหรือสร้างรายการสินค้าคงคลังแล้วได้ โดยขึ้นอยู่กับการตั้งค่าสำหรับการคืนเงินและการคืนสินค้ากลับสต็อกของคุณ โปรดหลีกเลี่ยงการสร้างขั้นตอนการทำงานที่เริ่มการทำงานของทริกเกอร์หลายอันพร้อมกัน ซึ่งสามารถทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดได้

การดำเนินการ

การใช้ทริกเกอร์ยกเลิกคำสั่งซื้อแล้วจะอนุญาตให้มีการดำเนินการด้วยออบเจ็กต์ใน API GraphQL ของคำสั่งซื้อ โดยสามารถใช้การดำเนินการต่อไปนี้ในขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นด้วยทริกเกอร์ยกเลิกคำสั่งซื้อแล้วได้

  • เพิ่มแท็กลูกค้า
  • เพิ่มสินค้าเฉพาะรายการในคำสั่งซื้อ
  • เพิ่มแท็กคำสั่งซื้อ
  • เพิ่มเมตาฟิลด์คำสั่งซื้อ
  • เพิ่มเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • เก็บคำสั่งซื้อถาวร
  • ยกเลิกคำสั่งซื้อ
  • จัดเก็บการชำระเงิน
  • สร้าง URL สำหรับเปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบ URL เปลี่ยนเส้นทาง
  • ทำเครื่องหมายคำสั่งซื้อว่าชำระเงินแล้ว
  • ลบแท็กลูกค้าออก
  • ลบแท็กคำสั่งซื้อ
  • ลบเมตาฟิลด์คำสั่งซื้อ
  • ลบเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • ส่งคำขอให้จัดการคำสั่งซื้อ
  • ส่งอีเมล
  • ส่งคำขอ HTTP
  • เลิกเก็บคำสั่งซื้อถาวร
  • อัปเดตบันทึกลูกค้า
    ตามค่าเริ่มต้นแล้ว การดำเนินการนี้จะแทนที่เนื้อหาของบันทึก หากต้องการเพิ่มเนื้อหาไปยังบันทึกที่มีอยู่แล้ว ในช่องบันทึก ให้ป้อน: {{customer.note}} The content that you want to add to the note.
  • อัปเดตบันทึกคำสั่งซื้อ
    ตามค่าเริ่มต้นแล้ว การดำเนินการนี้จะแทนที่เนื้อหาของบันทึก หากต้องการเพิ่มเนื้อหาไปยังบันทึกที่มีอยู่แล้ว ในช่องบันทึก ให้ป้อน:{{order.note}} The content that you want to add to the note.

ตัวอย่าง

ตัวอย่างของขั้นตอนการทำงานที่จะจัดเก็บคำสั่งซื้อถาวรเมื่อคำสั่งซื้อถูกยกเลิก

ในตัวอย่างขั้นตอนการทำงานนี้ ระบบจะทำการจัดเก็บคำสั่งซื้อถาวรเมื่อคำสั่งซื้อถูกยกเลิก

สร้างคำสั่งซื้อแล้ว

ทริกเกอร์สร้างคำสั่งซื้อแล้วจะเริ่มทำงานเมื่อลูกค้าทำการสั่งซื้อ หรือเมื่อคำสั่งซื้อที่ยังไม่ชำระเงินได้รับการทำเครื่องหมายว่าชำระเงินแล้วและเปลี่ยนแปลงเป็นคำสั่งซื้อ

การดำเนินการ

การใช้ทริกเกอร์สร้างคำสั่งซื้อแล้วจะอนุญาตให้มีการดำเนินการด้วยออบเจ็กต์ใน API GraphQL ของคำสั่งซื้อ โดยสามารถใช้การดำเนินการต่อไปนี้ในขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นด้วยทริกเกอร์สร้างคำสั่งซื้อแล้วได้

  • เพิ่มแท็กลูกค้า
  • เพิ่มสินค้าเฉพาะรายการในคำสั่งซื้อ
  • เพิ่มแท็กคำสั่งซื้อ
  • เพิ่มเมตาฟิลด์คำสั่งซื้อ
  • เพิ่มเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • เก็บคำสั่งซื้อถาวร
  • ยกเลิกคำสั่งซื้อ
  • จัดเก็บการชำระเงิน
  • สร้าง URL สำหรับเปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบ URL เปลี่ยนเส้นทาง
  • ทำเครื่องหมายคำสั่งซื้อว่าชำระเงินแล้ว
  • ลบแท็กลูกค้าออก
  • ลบแท็กคำสั่งซื้อ
  • ลบเมตาฟิลด์คำสั่งซื้อ
  • ลบเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • ส่งคำขอให้จัดการคำสั่งซื้อ
  • ส่งอีเมล
  • ส่งคำขอ HTTP
  • เลิกเก็บคำสั่งซื้อถาวร
  • อัปเดตบันทึกลูกค้า
    ตามค่าเริ่มต้นแล้ว การดำเนินการนี้จะแทนที่เนื้อหาของบันทึก หากต้องการเพิ่มเนื้อหาไปยังบันทึกที่มีอยู่แล้ว ในช่องบันทึก ให้ป้อน: {{customer.note}} The content that you want to add to the note.
  • อัปเดตบันทึกคำสั่งซื้อ
    ตามค่าเริ่มต้นแล้ว การดำเนินการนี้จะแทนที่เนื้อหาของบันทึก หากต้องการเพิ่มเนื้อหาไปยังบันทึกที่มีอยู่แล้ว ในช่องบันทึก ให้ป้อน:{{order.note}} The content that you want to add to the note.

ตัวอย่าง

ตัวอย่างของขั้นตอนการทำงานที่จะอัปเดตบันทึกลูกค้าเมื่อมีการสร้างคำสั่งซื้อ

ในตัวอย่างขั้นตอนการทำงานนี้ ระบบจะทำการอัปเดตบันทึกลูกค้าเมื่อลูกค้าสร้างคำสั่งซื้อใหม่

ลบคำสั่งซื้อแล้ว

ทริกเกอร์ลบคำสั่งซื้อแล้วจะเริ่มทำงานเมื่อผู้ใช้ในองค์กรของคุณหรือแอปจากภายนอกลบคำสั่งซื้อ

ข้อพิจารณา

การลบคำสั่งซื้อจะถอนคำสั่งซื้อออกจาก Shopify admin โดยจะไม่เหมือนกับการยกเลิกคำสั่งซื้อ สำหรับขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นเมื่อคำสั่งซื้อถูกยกเลิกนั้น ให้ดูที่ทริกเกอร์ลบคำสั่งซื้อแล้ว

การดำเนินการ

การใช้ทริกเกอร์ลบคำสั่งซื้อแล้วจะอนุญาตให้มีการดำเนินการด้วยออบเจ็กต์ใน API GraphQL ของคำสั่งซื้อ โดยสามารถใช้การดำเนินการต่อไปนี้ในขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นด้วยทริกเกอร์ลบคำสั่งแล้วได้

  • สร้าง URL สำหรับเปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบ URL เปลี่ยนเส้นทาง
  • ส่งอีเมล
  • ส่งคำขอ HTTP

ตัวอย่าง

ตัวอย่างของขั้นตอนการทำงานที่จะส่งอีเมลเมื่อคำสั่งซื้อถูกลบ

ในตัวอย่างขั้นตอนการทำงานนี้ ระบบจะทำการส่งอีเมลเมื่อคำสั่งซื้อถูกลบ

จัดการคำสั่งซื้อแล้ว

ทริกเกอร์จัดการคำสั่งซื้อแล้วจะเริ่มทำงานเมื่อสินค้าเฉพาะรายการทั้งหมดในคำสั่งซื้อที่ได้รับการจัดการแล้ว

ข้อพิจารณา

ทริกเกอร์นี้จะใช้กับทั้งคำสั่งซื้อที่ได้รับการจัดการโดยอัตโนมัติและด้วยตนเอง คำสั่งซื้อที่ได้รับการจัดการบางส่วนจะไม่เริ่มต้นขั้นตอนการทำงานที่ใช้ทริกเกอร์จัดการคำสั่งซื้อแล้ว

การดำเนินการ

การใช้ทริกเกอร์จัดการคำสั่งซื้อแล้วจะอนุญาตให้มีการดำเนินการด้วยออบเจ็กต์ใน API GraphQL ของคำสั่งซื้อ โดยสามารถใช้การดำเนินการต่อไปนี้ในขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นด้วยทริกเกอร์จัดการคำสั่งซื้อแล้วได้

  • เพิ่มแท็กลูกค้า
  • เพิ่มสินค้าเฉพาะรายการในคำสั่งซื้อ
  • เพิ่มแท็กคำสั่งซื้อ
  • เพิ่มเมตาฟิลด์คำสั่งซื้อ
  • เพิ่มเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • เก็บคำสั่งซื้อถาวร
  • ยกเลิกคำสั่งซื้อ
  • จัดเก็บการชำระเงิน
  • สร้าง URL สำหรับเปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบ URL เปลี่ยนเส้นทาง
  • ทำเครื่องหมายคำสั่งซื้อว่าชำระเงินแล้ว
  • ลบแท็กลูกค้าออก
  • ลบแท็กคำสั่งซื้อ
  • ลบเมตาฟิลด์คำสั่งซื้อ
  • ลบเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • ส่งคำขอให้จัดการคำสั่งซื้อ
  • ส่งอีเมล
  • ส่งคำขอ HTTP
  • เลิกเก็บคำสั่งซื้อถาวร
  • อัปเดตบันทึกลูกค้า
    ตามค่าเริ่มต้นแล้ว การดำเนินการนี้จะแทนที่เนื้อหาของบันทึก หากต้องการเพิ่มเนื้อหาไปยังบันทึกที่มีอยู่แล้ว ในช่องบันทึก ให้ป้อน: {{customer.note}} The content that you want to add to the note.
  • อัปเดตบันทึกคำสั่งซื้อ
    ตามค่าเริ่มต้นแล้ว การดำเนินการนี้จะแทนที่เนื้อหาของบันทึก หากต้องการเพิ่มเนื้อหาไปยังบันทึกที่มีอยู่แล้ว ในช่องบันทึก ให้ป้อน:{{order.note}} The content that you want to add to the note.

ตัวอย่าง

ตัวอย่างของขั้นตอนการทำงานที่จะจัดเก็บคำสั่งซื้อถาวรเมื่อได้รับการจัดการแล้ว

ในตัวอย่างขั้นตอนการใช้งานนี้ ระบบจะมีการจัดเก็บคำสั่งซื้อถาวรเมื่อคำสั่งซื้อนั้นได้รับการจัดการแล้ว

ชำระเงินสำหรับคำสั่งซื้อแล้ว

ทริกเกอร์ชําระเงินสำหรับคำสั่งซื้อแล้วจะเริ่มทำงานเมื่อสถานะการชำระเงินของคำสั่งซื้อเปลี่ยนเป็นชำระเงินแล้ว

คำสั่งซื้อจะอยู่ในสถานะชำระเงินแล้วหลังจากการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตได้รับการจัดเก็บแล้ว หรือเมื่อคำสั่งซื้อที่ใช้การชำระเงินด้วยตนเองได้รับการทำเครื่องหมายว่าชำระเงินแล้ว

ข้อพิจารณา

การชำระเงินบางส่วนหรือการอนุมัติเงินจะไม่เริ่มขั้นตอนการทำงานที่ใช้ทริกเกอร์ชำระเงินสำหรับคำสั่งซื้อแล้ว

การดำเนินการ

การใช้ทริกเกอร์ชำระเงินสำหรับคำสั่งซื้อแล้วจะอนุญาตให้มีการดำเนินการด้วยออบเจ็กต์ใน API GraphQL ของคำสั่งซื้อ โดยสามารถใช้การดำเนินการต่อไปนี้ในขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นด้วยทริกเกอร์ชำระเงินสำหรับคำสั่งซื้อแล้ว

  • เพิ่มแท็กลูกค้า
  • เพิ่มสินค้าเฉพาะรายการในคำสั่งซื้อ
  • เพิ่มแท็กคำสั่งซื้อ
  • เพิ่มเมตาฟิลด์คำสั่งซื้อ
  • เพิ่มเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • เก็บคำสั่งซื้อถาวร
  • ยกเลิกคำสั่งซื้อ
  • จัดเก็บการชำระเงิน
  • สร้าง URL สำหรับเปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบ URL เปลี่ยนเส้นทาง
  • ทำเครื่องหมายคำสั่งซื้อว่าชำระเงินแล้ว
  • ลบแท็กลูกค้าออก
  • ลบแท็กคำสั่งซื้อ
  • ลบเมตาฟิลด์คำสั่งซื้อ
  • ลบเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • ส่งคำขอให้จัดการคำสั่งซื้อ
  • ส่งอีเมล
  • ส่งคำขอ HTTP
  • เลิกเก็บคำสั่งซื้อถาวร
  • อัปเดตบันทึกลูกค้า
    ตามค่าเริ่มต้นแล้ว การดำเนินการนี้จะแทนที่เนื้อหาของบันทึก หากต้องการเพิ่มเนื้อหาไปยังบันทึกที่มีอยู่แล้ว ในช่องบันทึก ให้ป้อน: {{customer.note}} The content that you want to add to the note.
  • อัปเดตบันทึกคำสั่งซื้อ
    ตามค่าเริ่มต้นแล้ว การดำเนินการนี้จะแทนที่เนื้อหาของบันทึก หากต้องการเพิ่มเนื้อหาไปยังบันทึกที่มีอยู่แล้ว ในช่องบันทึก ให้ป้อน:{{order.note}} The content that you want to add to the note.

ตัวอย่าง

ตัวอย่างของขั้นตอนการทำงานที่จะเพิ่มแท็กไปยังคำสั่งซื้อเมื่อมีการชําระเงินแล้ว

ในตัวอย่างขั้นตอนการทำงานนี้ ระบบจะทำการเพิ่มแท็กไปยังคำสั่งซื้อเมื่อมีการชำระเงินแล้ว

วิเคราะห์ความเสี่ยงคำสั่งซื้อแล้ว

ทริกเกอร์วิเคราะห์ความเสี่ยงคำสั่งซื้อแล้วจะเริ่มทำงานเมื่อการวิเคราะห์การหลอกลวงของคำสั่งซื้อเสร็จสมบูรณ์แล้ว

ข้อพิจารณา

การวิเคราะห์การหลอกลวงจะต้องใช้เวลาสักระยะในการประมวลผล ดังนั้นขั้นตอนการทำงานที่เริ่มด้วยทริกเกอร์วิเคราะห์ความเสี่ยงคำสั่งซื้อแล้วจะไม่ทำงานทันทีหลังจากมีการสร้างคำสั่งซื้อ

การดำเนินการ

การใช้ทริกเกอร์วิเคราะห์ความเสี่ยงคำสั่งซื้อแล้วจะอนุญาตให้มีการดำเนินการด้วยออบเจ็กต์ใน API GraphQL ของคำสั่งซื้อ โดยสามารถใช้การดำเนินการต่อไปนี้ในขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นด้วยทริกเกอร์วิเคราะห์ความเสี่ยงคำสั่งซื้อแล้วได้

  • เพิ่มแท็กลูกค้า
  • เพิ่มสินค้าเฉพาะรายการในคำสั่งซื้อ
  • เพิ่มแท็กคำสั่งซื้อ
  • เพิ่มเมตาฟิลด์คำสั่งซื้อ
  • เพิ่มเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • เก็บคำสั่งซื้อถาวร
  • ยกเลิกคำสั่งซื้อ
  • จัดเก็บการชำระเงิน
  • สร้าง URL สำหรับเปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบ URL เปลี่ยนเส้นทาง
  • ทำเครื่องหมายคำสั่งซื้อว่าชำระเงินแล้ว
  • ลบแท็กลูกค้าออก
  • ลบแท็กคำสั่งซื้อ
  • ลบเมตาฟิลด์คำสั่งซื้อ
  • ลบเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • ส่งคำขอให้จัดการคำสั่งซื้อ
  • ส่งอีเมล
  • ส่งคำขอ HTTP
  • เลิกเก็บคำสั่งซื้อถาวร
  • อัปเดตบันทึกลูกค้า
    ตามค่าเริ่มต้นแล้ว การดำเนินการนี้จะแทนที่เนื้อหาของบันทึก หากต้องการเพิ่มเนื้อหาไปยังบันทึกที่มีอยู่แล้ว ในช่องบันทึก ให้ป้อน: {{customer.note}} The content that you want to add to the note.
  • อัปเดตบันทึกคำสั่งซื้อ
    ตามค่าเริ่มต้นแล้ว การดำเนินการนี้จะแทนที่เนื้อหาของบันทึก หากต้องการเพิ่มเนื้อหาไปยังบันทึกที่มีอยู่แล้ว ในช่องบันทึก ให้ป้อน:{{order.note}} The content that you want to add to the note.

ตัวอย่าง

ตัวอย่างของขั้นตอนการทำงานที่จะยกเลิกคำสั่งซื้อหากมีความเสี่ยงในระดับสูง

ในขั้นตอนการใช้งานตัวอย่างนี้ ระบบจะทำการยกเลิกการสั่งซื้อหากความเสี่ยงอยู่ในระดับสูง

สร้างธุรกรรมของคำสั่งซื้อแล้ว

ทริกเกอร์ "สร้างธุรกรรมของคำสั่งซื้อแล้ว" จะเริ่มขึ้นเมื่อมีการสร้างธุรกรรมของการสั่งซื้อ

การดำเนินการ

การใช้ทริกเกอร์ "สร้างธุรกรรมของคำสั่งซื้อแล้ว" จะอนุญาตให้มีการดำเนินการด้วยออบเจ็กต์ใน API GraphQL ของคำสั่งซื้อ สามารถใช้การดำเนินการต่อไปนี้ในขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นด้วยทริกเกอร์ "ชำระแล้ว" ได้

  • เพิ่มแท็กลูกค้า
  • เพิ่มสินค้าเฉพาะรายการในคำสั่งซื้อ
  • เพิ่มแท็กคำสั่งซื้อ
  • เพิ่มเมตาฟิลด์คำสั่งซื้อ
  • เพิ่มเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • เก็บคำสั่งซื้อถาวร
  • ยกเลิกคำสั่งซื้อ
  • จัดเก็บการชำระเงิน
  • สร้าง URL สำหรับเปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบ URL เปลี่ยนเส้นทาง
  • ทำเครื่องหมายคำสั่งซื้อว่าชำระเงินแล้ว
  • ลบแท็กลูกค้าออก
  • ลบแท็กคำสั่งซื้อ
  • ลบเมตาฟิลด์คำสั่งซื้อ
  • ลบเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • ส่งอีเมล
  • ส่งคำขอ HTTP
  • เลิกเก็บคำสั่งซื้อถาวร
  • อัปเดตบันทึกลูกค้า
    ตามค่าเริ่มต้นแล้ว การดำเนินการนี้จะแทนที่เนื้อหาของบันทึก หากต้องการเพิ่มเนื้อหาไปยังบันทึกที่มีอยู่แล้ว ในช่องบันทึก ให้ป้อน: {{customer.note}} The content that you want to add to the note.
  • อัปเดตบันทึกคำสั่งซื้อ
    ตามค่าเริ่มต้นแล้ว การดำเนินการนี้จะแทนที่เนื้อหาของบันทึก หากต้องการเพิ่มเนื้อหาไปยังบันทึกที่มีอยู่แล้ว ในช่องบันทึก ให้ป้อน:{{order.note}} The content that you want to add to the note.

ตัวอย่าง

ตัวอย่างของขั้นตอนการทำงานที่จะส่งอีเมลเมื่อมีการสร้างธุรกรรมของคำสั่งซื้อ

ในตัวอย่างขั้นตอนการทำงานนี้ จะมีการส่งอีเมลเมื่อมีการสร้างธุรกรรมของคำสั่งซื้อ

สร้างการคืนเงินแล้ว

ทริกเกอร์สร้างการคืนเงินแล้วจะเริ่มทำงานเมื่อผู้ใช้ในองค์กรของคุณหรือแอปจากภายนอกทำการคืนเงินในคำสั่งซื้อบางส่วนหรือทั้งหมด

ข้อพิจารณา

การคืนสินค้านั้นไม่สามารถสร้างขึ้นได้หลังจากที่คำสั่งซื้อได้รับการคืนเงินแล้ว ดังนั้นการดำเนินการทั้งหมดที่พยายามสร้างการคืนสินค้าจะล้มเหลว โปรดอย่าใช้การดำเนินการที่สร้างการคืนสินค้าในขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นด้วยทริกเกอร์สร้างการคืนเงินแล้ว

การคืนเงินคำสั่งซื้ออาจสร้างเงื่อนไขที่เริ่มต้นขั้นตอนการทำงานที่มีทริกเกอร์ยกเลิกคำสั่งซื้อแล้วหรือสร้างรายการสินค้าคงคลังแล้วได้ โปรดหลีกเลี่ยงการสร้างขั้นตอนการทำงานที่เริ่มการทำงานของทริกเกอร์หลายอันพร้อมกัน ซึ่งสามารถทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดได้

การดำเนินการ

การใช้ทริกเกอร์สร้างการคืนเงินแล้วจะอนุญาตให้มีการดำเนินการด้วยออบเจ็กต์ใน API GraphQL ของคำสั่งซื้อ โดยสามารถใช้การดำเนินการต่อไปนี้ในขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นด้วยทริกเกอร์สร้างการคืนเงินแล้ว

  • เพิ่มแท็กลูกค้า
  • ลบแท็กลูกค้าออก
  • อัปเดตบันทึกลูกค้า
  • เพิ่มสินค้าเฉพาะรายการในคำสั่งซื้อ
  • เพิ่มแท็กคำสั่งซื้อ
  • ลบแท็กคำสั่งซื้อ
  • อัปเดตบันทึกคำสั่งซื้อ
  • เก็บคำสั่งซื้อถาวร
  • ยกเลิกคำสั่งซื้อ
  • จัดเก็บการชำระเงิน
  • ส่งคำขอจัดการคำสั่งซื้อ
  • เลิกเก็บคำสั่งซื้อถาวร
  • ส่งอีเมล
  • สร้าง URL สำหรับเปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบ URL เปลี่ยนเส้นทาง
  • ส่งอีเมล
  • ส่งคำขอ HTTP
  • ทำเครื่องหมายคำสั่งซื้อว่าชำระเงินแล้ว
  • เพิ่มเมตาฟิลด์คำสั่งซื้อ
  • เพิ่มเมตาฟิลด์ร้านค้า

ตัวอย่าง

ตัวอย่างของขั้นตอนการทำงานที่จะส่งอีเมลเมื่อมีการสร้างการคืนเงิน

ในตัวอย่างขั้นตอนการทำงานนี้ ระบบจะทำการส่งอีเมลเมื่อมีการสร้างการคืนเงินแล้ว

ลบคอลเลกชันแล้ว

ทริกเกอร์ลบคอลเลกชันแล้วจะเริ่มทำงานเมื่อผู้ใช้ในองค์กรของคุณหรือแอปจากภายนอกลบคอลเลกชันออกจาก Shopify admin

ข้อพิจารณา

คอลเลกชันที่ถูกลบจะไม่สามารถกู้คืนได้ คุณจึงไม่สามารถสร้างขั้นตอนการทำงานที่ยกเลิกการลบได้

ขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นด้วยทริกเกอร์ลบคอลเลกชันแล้วจะใช้กับทั้งคอลเลกชันแบบดำเนินการด้วยตนเองและแบบอัตโนมัติ

การดำเนินการ

การใช้ทริกเกอร์ลบคอลเลกชันแล้วจะอนุญาตให้มีการดำเนินการด้วยออบเจ็กต์ใน API GraphQL ของคอลเลกชัน สามารถใช้การดำเนินการต่อไปนี้ในขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นด้วยทริกเกอร์ลบคอลเลกชันแล้วได้

  • สร้าง URL สำหรับเปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบ URL เปลี่ยนเส้นทาง
  • ส่งอีเมล
  • ส่งคำขอ HTTP

ตัวอย่าง

ตัวอย่างของขั้นตอนการทำงานที่จะส่งอีเมลเมื่อคอลเลกชันถูกลบ

ในตัวอย่างขั้นตอนการทำงานนี้ ระบบจะทำการส่งอีเมลเมื่อคอลเลกชันถูกลบ

สร้างคอลเลกชันแล้ว

ทริกเกอร์สร้างคอลเลกชันแล้วจะเริ่มทำงานเมื่อผู้ใช้ในองค์กรของคุณหรือแอปจากภายนอกสร้างคอลเลกชันใน Shopify admin

ข้อพิจารณา

ขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นด้วยทริกเกอร์สร้างคอลเลกชันแล้วจะใช้ทั้งกับคอลเลกชันแบบดำเนินการด้วยตนเองและแบบอัตโนมัติ

การดำเนินการ

การใช้ทริกเกอร์สร้างคอลเลกชันแล้วจะอนุญาตให้มีการดำเนินการด้วยออบเจ็กต์ใน API GraphQL ของคอลเลกชัน สามารถใช้การดำเนินการต่อไปนี้ในขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นด้วยทริกเกอร์ลบคอลเลกชันแล้วได้

  • เพิ่มเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • สร้างเมตาฟิลด์คอลเลกชัน
  • สร้าง URL สำหรับเปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบ URL เปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบเมตาฟิลด์คอลเลกชัน
  • ลบเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • ส่งอีเมล
  • ส่งคำขอ HTTP

ตัวอย่าง

ตัวอย่างของขั้นตอนการทำงานที่จะส่งอีเมลเมื่อมีการสร้างคอลเลกชัน

ในตัวอย่างขั้นตอนการทำงานนี้ ระบบจะทำการส่งอีเมลเมื่อมีการสร้างคอลเลกชัน

เพิ่มตัวเลือกสินค้าแล้ว

ทริกเกอร์เพิ่มตัวเลือกสินค้าแล้วจะเริ่มทำงานเมื่อผู้ใช้ในองค์กรของคุณหรือแอปจากภายนอกเพิ่มตัวเลือกสินค้าไปยังสินค้าที่มีอยู่เดิม

ข้อพิจารณา

ขั้นตอนการทำงานที่ใช้ทริกเกอร์เพิ่มตัวเลือกสินค้าแล้วจะเริ่มทำงานเมื่อมีการเพิ่มสินค้าใหม่ไปยัง Shopify admin เพราะการเพิ่มสินค้าใหม่จะสร้างตัวเลือกสินค้าเริ่มต้นหนึ่งรายการ ทริกเกอร์นี้จะมีผลต่อตัวเลือกสินค้าที่สร้างขึ้นด้วยวิธีใดก็ตาม เช่น การเพิ่มสินค้าใหม่ การสร้างตัวเลือกสินค้าในสินค้าที่มีอยู่เดิม การทำสำเนาตัวเลือกสินค้า หรือการดำเนินการหลายรายการในครั้งเดียว

การดำเนินการ

การใช้ทริกเกอร์เพิ่มตัวเลือกสินค้าแล้วจะอนุญาตให้มีการดำเนินการด้วยออบเจ็กต์ใน API GraphQL ของตัวเลือกสินค้า โดยสามารถใช้การดำเนินการต่อไปนี้ในขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นด้วยทริกเกอร์เพิ่มตัวเลือกสินค้าแล้วได้

  • สร้าง URL สำหรับเปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบ URL เปลี่ยนเส้นทาง
  • ส่งอีเมล
  • ส่งคำขอ HTTP

ตัวอย่าง

ตัวอย่างของขั้นตอนการทำงานที่จะส่งอีเมลเมื่อมีการเพิ่มตัวเลือกสินค้า

ในตัวอย่างขั้นตอนการทำงานนี้ ระบบจะทำการส่งอีเมลเมื่อมีการเพิ่มตัวเลือกสินค้าแล้ว

ลบตัวเลือกสินค้าแล้ว

ทริกเกอร์ลบตัวเลือกสินค้าแล้วจะเริ่มทำงานเมื่อผู้ใช้ในองค์กรของคุณหรือแอปจากภายนอกลบตัวเลือกสินค้าออกจากสินค้า

ข้อพิจารณา

การสร้างตัวเลือกสินค้าสำหรับสินค้าที่มีอยู่เดิมจะลบตัวเลือกสินค้าเริ่มต้นหนึ่งรายการของสินค้านั้นๆ ดังนั้นขั้นตอนการทำงานที่ใช้ทริกเกอร์ลบตัวเลือกสินค้าแล้วจะไม่เริ่มทำงานเมื่อมีการเพิ่มตัวเลือกสินค้าไปยังสินค้าที่อยู่ใน Shopify admin อยู่แล้ว ทริกเกอร์นี้จะมีผลต่อตัวเลือกสินค้าที่ถูกลบด้วยวิธีใดๆ ก็ตาม เช่น การลบสินค้า การลบตัวเลือกสินค้า หรือการดำเนินการหลายรายการในครั้งเดียว

การดำเนินการ

การใช้ทริกเกอร์ลบตัวเลือกสินค้าแล้วจะอนุญาตให้มีการดำเนินการด้วยออบเจ็กต์ใน API GraphQL ของตัวเลือกสินค้า โดยสามารถใช้การดำเนินการต่อไปนี้ในขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นด้วยทริกเกอร์ลบตัวเลือกสินค้าแล้วได้

  • สร้าง URL สำหรับเปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบ URL เปลี่ยนเส้นทาง
  • ส่งอีเมล
  • ส่งคำขอ HTTP

ตัวอย่าง

ตัวอย่างของขั้นตอนการทำงานที่จะส่งอีเมลเมื่อตัวเลือกสินค้าถูกลบ

ในตัวอย่างขั้นตอนการทำงานนี้ ระบบจะทำการส่งอีเมลเมื่อตัวเลือกสินค้าถูกลบ

สร้างการจัดการคำสั่งซื้อแล้ว

ทริกเกอร์สร้างการจัดการคำสั่งซื้อแล้วจะเริ่มทำงานเมื่อมีการสร้างการจัดการคำสั่งซื้อใหม่ขึ้น

การดำเนินการ

การใช้ทริกเกอร์สร้างการจัดการคำสั่งซื้อแล้วจะอนุญาตให้มีการดำเนินการด้วยออบเจ็กต์ใน API GraphQL ของการจัดการคำสั่งซื้อ โดยสามารถใช้การดำเนินการต่อไปนี้ในขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นด้วยทริกเกอร์สร้างการจัดการคำสั่งซื้อแล้วได้

  • เพิ่มแท็กลูกค้า
  • เพิ่มสินค้าเฉพาะรายการในคำสั่งซื้อ
  • เพิ่มแท็กคำสั่งซื้อ
  • เพิ่มเมตาฟิลด์คำสั่งซื้อ
  • เพิ่มเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • เก็บคำสั่งซื้อถาวร
  • ยกเลิกคำสั่งซื้อ
  • จัดเก็บการชำระเงิน
  • สร้าง URL สำหรับเปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบ URL เปลี่ยนเส้นทาง
  • ทำเครื่องหมายคำสั่งซื้อว่าชำระเงินแล้ว
  • ลบแท็กลูกค้าออก
  • ลบแท็กคำสั่งซื้อ
  • ลบเมตาฟิลด์คำสั่งซื้อ
  • ลบเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • ส่งคำขอให้จัดการคำสั่งซื้อ
  • ส่งอีเมล
  • ส่งคำขอ HTTP
  • เลิกเก็บคำสั่งซื้อถาวร
  • อัปเดตบันทึกลูกค้า
    ตามค่าเริ่มต้นแล้ว การดำเนินการนี้จะแทนที่เนื้อหาของบันทึก หากต้องการเพิ่มเนื้อหาไปยังบันทึกที่มีอยู่แล้ว ในช่องบันทึก ให้ป้อน: {{customer.note}} The content that you want to add to the note.
  • อัปเดตบันทึกคำสั่งซื้อ
    ตามค่าเริ่มต้นแล้ว การดำเนินการนี้จะแทนที่เนื้อหาของบันทึก หากต้องการเพิ่มเนื้อหาไปยังบันทึกที่มีอยู่แล้ว ในช่องบันทึก ให้ป้อน:{{order.note}} The content that you want to add to the note.

ตัวอย่าง

ตัวอย่างของขั้นตอนการทำงานที่จะเพิ่มแท็กคำสั่งซื้อเมื่อมีการสร้างการจัดการคำสั่งซื้อ

ในตัวอย่างขั้นตอนการทำงานนี้ ระบบจะทำการเพิ่มแท็กคำสั่งซื้อเมื่อมีการสร้างการจัดการคำสั่งซื้อแล้ว

สร้างกิจกรรมการจัดการคำสั่งซื้อแล้ว

ทริกเกอร์สร้างกิจกรรมการจัดการคำสั่งซื้อแล้วจะเริ่มทำงานเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในสถานะการจัดการของคำสั่งซื้อที่มีอยู่เดิม

ข้อพิจารณา

ทริกเกอร์สร้างกิจกรรมการจัดการคำสั่งซื้อแล้วจะใช้กับการอัปเดตจากบริการจัดการคำสั่งซื้อภายนอก เช่น รับสินค้าแล้ว อยู่ระหว่างการขนย้าย หรือจัดส่งแล้ว กิจกรรมการจัดการคำสั่งซื้อแบบดำเนินการด้วยตนเองจะไม่เริ่มต้นขั้นตอนการทำงานที่ใช้ทริกเกอร์สร้างกิจกรรมการจัดการคำสั่งซื้อแล้ว สำหรับขั้นตอนการทำงานการจัดการคำสั่งซื้อแบบดำเนินการด้วยตนเองนั้น ให้ดูที่ทริกเกอร์จัดการคำสั่งซื้อแล้ว

การดำเนินการ

การใช้ทริกเกอร์สร้างกิจกรรมการจัดการคำสั่งซื้อแล้วจะอนุญาตให้มีการดำเนินการด้วยออบเจ็กต์ใน API GraphQL ของกิจกรรมการจัดการคำสั่งซื้อ โดยสามารถใช้การดำเนินการต่อไปนี้ในขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นด้วยทริกเกอร์สร้างกิจกรรมการจัดการคำสั่งซื้อแล้วได้

  • เพิ่มเมตาฟิลด์คำสั่งซื้อ
  • เพิ่มสินค้าเฉพาะรายการในคำสั่งซื้อ
  • เพิ่มแท็กคำสั่งซื้อ
  • เพิ่มเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • เก็บคำสั่งซื้อถาวร
  • ยกเลิกคำสั่งซื้อ
  • จัดเก็บการชำระเงิน
  • สร้าง URL สำหรับเปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบ URL เปลี่ยนเส้นทาง
  • ทำเครื่องหมายคำสั่งซื้อว่าชำระเงินแล้ว
  • ลบเมตาฟิลด์คำสั่งซื้อ
  • ลบแท็กคำสั่งซื้อ
  • ลบเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • ส่งคำขอให้จัดการคำสั่งซื้อ
  • ส่งอีเมล
  • ส่งคำขอ HTTP
  • เลิกเก็บคำสั่งซื้อถาวร
  • อัปเดตหมายเหตุคำสั่งซื้อที่ยังไม่ชำระเงิน
    ตามค่าเริ่มต้นแล้ว การดำเนินการนี้จะแทนที่เนื้อหาของหมายเหตุ หากต้องการเพิ่มเนื้อหาไปยังบันทึกที่มีอยู่แล้ว ในช่องบันทึก ให้ป้อน:{{order.note}} The content that you want to add to the note.
  • อัปเดตบันทึกคำสั่งซื้อ
    ตามค่าเริ่มต้นแล้ว การดำเนินการนี้จะแทนที่เนื้อหาของบันทึก หากต้องการเพิ่มเนื้อหาไปยังบันทึกที่มีอยู่แล้ว ในช่องบันทึก ให้ป้อน:{{order.note}} The content that you want to add to the note.

ตัวอย่าง

ตัวอย่างของขั้นตอนการทำงานที่จะส่งอีเมลเมื่อสถานะการจัดการคำสั่งซื้อพร้อมสำหรับการรับสินค้าแล้ว

ในตัวอย่างขั้นตอนการทำงานนี้ ระบบจะทำการส่งอีเมลเมื่อการจัดการคำสั่งซื้อพร้อมสำหรับการรับสินค้าแล้ว

สร้างรายการสินค้าคงคลังแล้ว

ทริกเกอร์สร้างรายการสินค้าคงคลังแล้วจะเริ่มทำงานเมื่อมีการสร้างรายการสินค้าคงคลังที่แนบมาพร้อมกับตัวเลือกขึ้น

ข้อพิจารณา

ทริกเกอร์สร้างรายการสินค้าคงคลังแล้วจะเริ่มทำงานไม่ว่าจะมีการเปิดใช้การติดตามสินค้าคงคลังสำหรับตัวเลือกสินค้ารายการใดรายการหนึ่งหรือไม่ก็ตาม ดังนั้นขั้นตอนการทำงานที่ใช้ทริกเกอร์นี้จะเริ่มขึ้นเมื่อใดก็ตามที่มีการเพิ่มสินค้าคงคลัง โดยรวมถึงการสร้างตัวเลือกสินค้าใหม่ สำหรับขั้นตอนการทำงานที่มีผลต่อสินค้านั้น ให้ดูที่ทริกเกอร์เปลี่ยนปริมาณสินค้าคงคลังแล้ว

การดำเนินการ

การใช้ทริกเกอร์สร้างรายการสินค้าคงคลังแล้วจะอนุญาตให้มีการดำเนินการด้วยออบเจ็กต์ใน API GraphQL ของรายการสินค้าคงคลัง โดยสามารถใช้การดำเนินการต่อไปนี้ในขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นด้วยทริกเกอร์สร้างรายการสินค้าคงคลังแล้ว

  • สร้าง URL สำหรับเปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบ URL เปลี่ยนเส้นทาง
  • ส่งอีเมล
  • ส่งคำขอ HTTP

ตัวอย่าง

ตัวอย่างของขั้นตอนการทำงานที่จะส่งอีเมลเมื่อมีการสร้างรายการสินค้าคงคลังที่ไม่ได้รับการติดตาม

ในตัวอย่างขั้นตอนการทำงานนี้ ระบบจะทำการส่งอีเมลเมื่อมีการสร้างรายการสินค้าคงคลังที่ไม่ได้รับการติดตามขึ้น

ลบรายการสินค้าคงคลังแล้ว

ทริกเกอร์สร้างรายการสินค้าคงคลังแล้วจะเริ่มทำงานเมื่อรายการสินค้าคงคลังที่แนบไปกับตัวเลือกสินค้าถูกลบออก

ข้อพิจารณา

ทริกเกอร์สร้างรายการสินค้าคงคลังแล้วจะเริ่มทำงานไม่ว่าจะมีการเปิดใช้การติดตามสินค้าคงคลังสำหรับตัวเลือกสินค้ารายการใดรายการหนึ่ง

การดำเนินการ

การใช้ทริกเกอร์ลบรายการสินค้าคงคลังแล้วจะอนุญาตให้มีการดำเนินการด้วยออบเจ็กต์ใน API GraphQL ของรายการสินค้าคงคลัง โดยสามารถใช้การดำเนินการต่อไปนี้ในขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นด้วยทริกเกอร์ลบรายการสินค้าคงคลังแล้วได้

  • สร้าง URL สำหรับเปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบ URL เปลี่ยนเส้นทาง
  • ส่งอีเมล
  • ส่งคำขอ HTTP

ตัวอย่าง

ตัวอย่างของขั้นตอนการทำงานที่จะส่งอีเมลเมื่อรายการสินค้าคงคลังถูกลบ

ในตัวอย่างขั้นตอนการทำงานนี้ ระบบจะทำการส่งอีเมลเมื่อรายการสินค้าคงคลังถูกลบ

สร้างธุรกรรมของการประกวดราคาแล้ว

ทริกเกอร์สร้างธุรกรรมการประกวดราคาแล้วจะเริ่มทำงานเมื่อมีกิจกรรมทางการเงินเกิดขึ้น เช่น การชำระเงินหรือการคืนเงิน

การดำเนินการ

การใช้ทริกเกอร์สร้างธุรกรรมการประกวดราคาแล้วจะอนุญาตให้มีการดำเนินการด้วยออบเจ็กต์ใน API GraphQL ของธุรกรรมการประกวดราคา โดยจะมีการใช้การดำเนินการต่อไปนี้ในขั้นตอนการทำงานที่เริ่มต้นด้วยทริกเกอร์สร้างธุรกรรมการประกวดราคาแล้ว

  • เพิ่มเมตาฟิลด์คำสั่งซื้อ
  • เพิ่มสินค้าเฉพาะรายการในคำสั่งซื้อ
  • เพิ่มแท็กคำสั่งซื้อ
  • เพิ่มเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • เก็บคำสั่งซื้อถาวร
  • ยกเลิกคำสั่งซื้อ
  • จัดเก็บการชำระเงิน
  • สร้าง URL สำหรับเปลี่ยนเส้นทาง
  • ลบ URL เปลี่ยนเส้นทาง
  • ทำเครื่องหมายคำสั่งซื้อว่าชำระเงินแล้ว
  • ลบเมตาฟิลด์คำสั่งซื้อ
  • ลบแท็กคำสั่งซื้อ
  • ลบเมตาฟิลด์ร้านค้า
  • ส่งคำขอให้จัดการคำสั่งซื้อ
  • ส่งอีเมล
  • ส่งคำขอ HTTP
  • เลิกเก็บคำสั่งซื้อถาวร
  • อัปเดตบันทึกคำสั่งซื้อ
    ตามค่าเริ่มต้นแล้ว การดำเนินการนี้จะแทนที่เนื้อหาของบันทึก หากต้องการเพิ่มเนื้อหาไปยังบันทึกที่มีอยู่แล้ว ในช่องบันทึก ให้ป้อน:{{order.note}} The content that you want to add to the note.

ตัวอย่าง

ตัวอย่างของขั้นตอนการทำงานที่จะส่งอีเมลเมื่อมีการสร้างธุรกรรมการประกวดราคาที่มีมูลค่า 10,000 รายการขึ้นไป

ในตัวอย่างขั้นตอนการทำงานนี้ ระบบจะทำการส่งอีเมลเมื่อมีการสร้างธุรกรรมการประกวดราคาที่มีมูลค่า 10,000 รายการขึ้นไป

เงื่อนไขการสั่งซื้อ

คุณสามารถสร้างขั้นตอนการทำงานที่มีหลายเงื่อนไข โดยที่แต่ละเงื่อนไขอาจส่งผลให้เกิดการดำเนินการที่แตกต่างกัน ลำดับของเงื่อนไขจึงสำคัญ เงื่อนไขจะผ่านการตรวจสอบจากบนลงล่างและจะหยุดลงเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามเงื่อนไขแล้ว

การรวมเงื่อนไขและการดำเนินการ

คุณสามารถรวมเงื่อนไขเข้าด้วยกันเพื่อสร้างเงื่อนไขที่มีขนาดใหญ่ได้หนึ่งรายการ เมื่อรวมแล้ว เงื่อนไขทุกประการจะต้องตรงตามเงื่อนไขทั้งหมดจึงจะเป็นจริง หากไม่ตรงตามเงื่อนไขใด เงื่อนไขทั้งหมดจะเป็นเท็จ ในตัวอย่างต่อไปนี้ ลูกค้าต้องยอมรับเอกสารทางการตลาดและราคารวมของคำสั่งซื้อจะต้องตรงตามเกณฑ์ที่แน่นอน

ตัวอย่างของขั้นตอนการทำงานที่จะทำการตรวจสอบยอดค่าใช้จ่ายรวมของลูกค้าและเพิ่มแท็ก

ในทำนองเดียวกัน คุณก็สามารถรวมการดำเนินการเข้าด้วยกันเพื่อดำเนินหลายรายการได้ ตัวอย่างนี้ใช้เงื่อนไขหลายประการเพื่อตรวจสอบว่าลูกค้ามีสิทธิ์ได้รับกลยุทธ์มัดใจลูกค้าหรือไม่ โดยอิงตามจำนวนเงินทั้งหมดที่ใช้จ่ายในร้านค้า เงื่อนไขต่อไปนี้ได้รับการตรวจสอบในรูปภาพข้างต้นตามลำดับที่ปรากฏ

  1. หากราคารวมมากกว่า 1,000 ดอลลาร์และลูกค้ายินยอมที่จะรับเอกสารทางการตลาด ให้แท็กลูกค้าด้วยแท็กความภักดีทอง
  2. หากราคารวมน้อยกว่า 1,000 ดอลลาร์แต่มากกว่า 500 ดอลลาร์ และลูกค้ายินยอมที่จะรับเอกสารทางการตลาด ให้แท็กลูกค้าด้วยแท็กความภักดีเงิน
  3. หากลูกค้าใช้จ่ายมากกว่า 200 ดอลลาร์และยินยอมที่จะยอมรับเอกสารทางการตลาด ให้แท็กด้วยแท็กความภักดีทองแดง

การดำเนินการที่ส่งข้อความ

คุณสามารถเพิ่มการดำเนินการไปยังขั้นตอนการทำงานใดๆ ก็ได้เพื่อส่งข้อความถึงคุณหรือพนักงานของคุณ

พร้อมเริ่มต้นการขายด้วย Shopify แล้วหรือยัง

ทดลองใช้งานฟรี