วิธีดำเนินการในระยะตรวจสอบ

หลังจากที่ยื่นข้อเสนอ ส่งการชำระเงินไปยัง Escrow.com จนผู้ขายส่งสินทรัพย์ให้คุณ ถึงเวลาเริ่มระยะการตรวจสอบของคุณแล้ว ระยะการตรวจสอบคือระยะเวลาที่กำหนดซึ่งคุณต้องตรวจสอบสินทรัพย์ที่กำลังจะซื้อครั้งสุดท้าย เพื่อทำให้แน่ใจว่าทุกสิ่งที่คุณได้รับเป็นไปตามที่โฆษณาและตกลงกันไว้กับผู้ขาย

Escrow ใช้ ขั้นตอนสำคัญ เพื่อกำหนดความสมบูรณ์ของธุรกรรม ขั้นตอนสำคัญอาจเป็นการดำเนินการต่างๆ อย่างการโอนชื่อโดเมน บัญชีโซเชียลมีเดีย และการเข้าถึงส่วนผู้ดูแลระบบ Shopify ผ่านบัญชีผู้ใช้ของพนักงาน การยอมรับขั้นตอนสำคัญทั้งหมดในบัญชี Escrow.com ของคุณจะถือเป็นการสิ้นสุดระยะการตรวจสอบ เนื่องจากทุกๆ ธุรกรรมของ Escrow.com ถือเป็นที่สิ้นสุด เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่คุณต้องสอบทานธุรกิจ ในระยะนี้ การยอมรับขั้นตอนสำคัญทั้งหมดจะมีผลผูกพัน เมื่อคุณยอมรับการชำระเงินแก่ผู้ขาย ธุรกิจดังกล่าวจะกลายเป็นของคุณ

หากต้องการทำการเปลี่ยนแปลงหลังดำเนินการตามขั้นตอนสำคัญทั้งหมดของ Escrow เมื่อทำธุรกรรมเสร็จสิ้นแล้ว คุณจะต้องติดต่อ ฝ่ายช่วยเหลือของ Escrow เพื่อส่งคำขอสำหรับการเปลี่ยนแปลง เมื่อฝ่ายผู้ซื้อและผู้ขายยอมรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว Escrow จึงจะทำการเปลี่ยนแปลง  

เริ่มระยะการตรวจสอบ

หลังจากชำระเงินผ่าน Escrow.com ผู้ขายจะได้รับคำสั่งให้เริ่มส่งสินทรัพย์ให้แก่คุณ โดยปกติจะประกอบด้วยชื่อโดเมน บัญชีโซเชียลมีเดีย สิทธิ์การเป็นเจ้าของแอป และสินค้าคงคลัง เมื่อผู้ขายยืนยันกับ Exchange Marketplace ว่าพวกเขาได้ส่งสินทรัพย์ที่กำหนดเหล่านี้ให้แก่คุณ คุณจะต้องตรวจสอบรายการขั้นตอนสำคัญในบัญชีผู้ใช้ Escrow.com ของคุณ

เข้าสู่บัญชีผู้ใช้ Escrow.com ของคุณ แล้วไปที่ธุรกรรมที่มีกับผู้ขาย ตรวจสอบสินทรัพย์ที่ได้รับ แล้วคลิกปุ่มประมวลผลการดำเนินการในหน้าธุรกรรม จากนั้นคุณจะได้รับการยืนยันจาก Exchange ให้เริ่มระยะการตรวจสอบของคุณ

กำหนดเวลาของระยะการตรวจสอบ

สิ่งนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการตกลงระหว่างคุณกับผู้ขายเมื่อมีการทำธุรกรรมเกิดขึ้น โดยทั่วไป ระยะการตรวจสอบจะใช้เวลา 3 วัน แต่สำหรับการทำธุรกรรมที่มีมูลค่าสูง ขอแนะนำให้ใช้เวลาตรวจสอบให้นานยิ่งขึ้นตาม ถึงกระนั้น ผู้ขายสามารถเสนอระยะการตรวจสอบให้สั้นแค่ 24 ชั่วโมงได้เช่นกัน

Exchange สามารถเข้ามามีส่วนช่วยเหลือในการตรวจสอบได้หรือไม่

Exchange จะคำนวณยอดขายและข้อมูลการเข้าชมร้านค้าให้แก่ผู้ขายเมื่อมีการสร้างรายการขึ้น ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถวางใจได้ว่ายอดขายและยอดการเข้าชมร้านค้าที่ถูกรายงานในกราฟแสดงรายการแยกย่อยนั้นมาจากข้อมูลที่มีอยู่จริงใน Shopify

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลส่วนสำคัญทางธุรกิจอื่นๆ ที่คุณจะต้องตรวจสอบด้วยตนเอง ซึ่งผู้ขายจะเป็นผู้รายงานข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับอัตราผลกำไร ค่าใช้จ่าย แหล่งที่มาของผู้เข้าชม และอื่นๆ โดย Exchange จะไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวได้

คุณควรเข้าถึงแหล่งข้อมูลใดได้บ้างก่อนเริ่มการตรวจสอบ

อันดับแรก ใช้ธุรกรรมใน Escrow.com เพื่อดูรายการกรรมสิทธิ์ที่ผู้ขายตกลงที่จะส่งมอบให้ โดยคุณควรที่จะได้รับกรมมสิทธิ์ดังกล่าวทั้งหมดในขึ้นตอนการตรวจสอบ ยกเว้นสถานะการเป็นเจ้าของบัญชีผู้ใช้ Shopify ในขั้นตอนนี้ผู้ขายจะสร้างบัญชีผู้ใช้ของพนักงานซึ่งมีสิทธิ์การอนุญาตที่จำเป็นให้แก่คุณ อย่างไรก็ตาม Exchange จะไม่อนุญาตให้คุณเป็นเจ้าของบัญชีผู้ใช้จนกว่าการตรวจสอบจะสิ้นสุด

ข้อมูลอื่นๆ ที่คุณควรมีได้แก่

  • ชื่อโดเมน คุณจะได้รับการแจ้งเตือนผ่านทางอีเมลว่าชื่อโดเมนถูกโอนมาเป็นของคุณแล้ว โดยขึ้นอยู่กับว่าชื่อโดเมนอยู่ที่ใด ผู้ขายอาจต้องการข้อมูลติดต่อของคุณเพื่อทำการโอนโดเมน คุณสามารถให้ข้อมูลติดต่อเพื่อทำการโอนกรรมสิทธิ์ต่างๆ เช่น โดเมน และบัญชีผู้ใช้โซเชียลมีเดียได้ แต่อย่างไรก็ตามข้อมูลดังกล่าวไม่ควรนำมาใช้เพื่อหลีกเลี่ยงระบบการส่งข้อความของ Exchange
  • บัญชีผู้ใช้โซเชียลมีเดีย บัญชีผู้ใช้ Facebook หรือ Instagram มักเป็นส่วนสำคัญในการสร้างยอดขายบน Exchange หากคุณได้ยินยอมที่จะเป็นเจ้าของบัญชีผู้ใช้เหล่านี้ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ขายอนุญาตให้คุณเป็นเจ้าของบัญชีผู้ใช้ใหม่แล้ว
  • บัญชีผู้ใช้โฆษณา Google Adwords อาจเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างมากเมื่อต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับธุรกิจของคุณ
  • แอป ธุรกิจบน Shopify ส่วนใหญ่ใช้งานแอปหลายหลายรูปแบบในการในการดำเนินกิจการ เนื่องจากมีหลายแอปที่ออกแบบโดยผู้พัฒนาภายนอกและผู้พัฒนาที่ไม่ใช่ Shopify ผู้ขายจึงจำเป็นต้องส่งมอบข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้ดังกล่าวให้แก่คุณ หากคุณกำลังสั่งซื้อสิ้นค้าจากการดรอปชิปหรือธุรกิจพิมพ์ลวดลายตามสั่ง คุณควรที่จะตรวจสอบให้แน่ใจพิเศษว่าผู้ขายโอนสิทธิ์การเป็นเจ้าแอปการจัดการสินค้าแบบครบวงจรอย่าง Oberlo หรือ Printful แล้ว
  • สินค้าคงคลังที่จับต้องได้ในสต็อก หากการสั่งซื้อของคุณมีสินค้าคงคลังที่จับต้องได้ในสต็อกอยู่ด้วย ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ขายได้จัดส่งสินค้าคงคลังดังกล่าวมาให้คุณตรวจสอบดูแล้ว อย่าลืมขอข้อมูลการติดตามการจัดส่งจากผู้ขายเสมอ 

เป็นเรื่องผิดปกติที่ผู้ขายจะขอข้อมูลการติดต่อของคุณ (เช่น ที่อยู่ตามจริง) เพื่อใช้ในการโอนสิทธิ์การเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ให้แก่คุณ

ห้ามกระทำการแก้ไขในช่วงระยะการตรวจสอบ

ห้ามกระทำการแก้ไขใดๆ เกี่ยวกับการตั้งค่าการชำระเงิน การตั้งค่าการจัดส่ง หรือแก้ไขสินค้าในระยะการตรวจสอบ การทำเช่นนั้นอาจส่งผลให้การตรวจสอบสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติและผู้ขายจะได้รับการชำระเงินเต็มจำนวน โดยผู้ขายอาจโอนสิทธิ์การเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทางธุรกิจต่างๆ ให้แก่คุณโดยคิดว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี นอกจากนี้ยังถือเป็นการเปิดโอกาสให้คุณในฐานะผู้ซื้อสามารถตรวจสอบสิ่งต่างๆ ที่ผู้ขายระบุไว้และเพื่อเปิดโอกาสให้คุณสอบถามข้อสงสัยที่มีกับผู้ขายก่อนธุรกรรมจะสิ้นสุดลง

คู่มือสำหรับระยะการตรวจสอบ

จะไม่สามารถเริ่มระยะการตรวจสอบของคุณได้จนกว่าผู้ขายจะสร้างบัญชีของพนักงานซึ่งมีสิทธิ์อนุญาตที่จำเป็นให้แก่คุณ โดยการสร้างบัญชีผู้ใช้นี้ให้กับคุณถือเป็นหน้าที่ของผู้ขาย เมื่อคุณได้รับกรรมสิทธิ์ที่ผู้ขายส่งมาให้และดำเนินการตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว Exchange จะลบผู้ขายออกจากการเป็นเจ้าของบัญชีผู้ใช้และส่งมอบสิทธิ์การเป็นเจ้าของธุรกิจให้แก่คุณ การเปลี่ยนแปลงสิทธิ์การเป็นเจ้าของบัญชีผู้ใช้นี้ไม่สามารถแก้คืนได้ โปรดปฏิบัติตามคู่มือสำหรับระยะการตรวจสอบนี้อย่างละเอียด

ตรวจสอบและทำความเข้าใจแหล่งที่มาของผู้เข้าชม

รายการแยกย่อยของ Exchange จะแสดงจำนวนเซสชันทั้งหมดที่ร้านค้าออนไลน์ได้รับในแต่ละเดือน ข้อมูลนี้นำมาจาก Shopify โดยตรงและผู้ขายไม่สามารถแก้ไขข้อมูลดังกล่าวได้ เซสชันคือการเข้าชมในแต่ละหน้า ซึ่งหมายความว่าจำนวนเซสชันที่คุณเห็นในแต่ละรายการแยกย่อยจะเป็นการเข้าชมหน้าบนเว็บไซต์ซึ่งรวมถึงหน้าแรก และหน้าสินค้า ผู้ที่ขายธุรกิจจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขข้อมูลยอดขายที่คุณจะเห็นในรายการแยกย่อยได้ และเมื่อมีผู้ซื้อธุรกิจ คุณจะสบายใจได้ว่าข้อมูลที่คุณเห็นคือสิ่งที่คุณจะได้รับจริงๆ

การทราบว่าร้านค้าออนไลน์สร้างยอดเข้าชมร้านค้าได้มากเท่าไรเป็นประโยชน์อย่างมากในการสืบหาต่อไปว่ามีจำนวนผู้เข้าชมเท่าใดในจำนวนนี้ที่กลายเป็นมาลูกค้าในท้ายที่สุด รายได้ของธุรกิจที่มีมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับยอดการเข้าชมทั้งหมดถือเป็นตัวบ่งชี้ที่ดีว่าธุรกิจมีศักยภาพอย่างมากที่จะสร้างผลกำไร

การให้ความสำคัญกับแนวโน้มยอดเข้าชมร้านค้าของธุรกิจให้มากขึ้นถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการตรวจสอบของคุณ เข้าสู่ระบบบัญชีผู้ใช้ของพนักงานสำหรับร้านค้าออนไลน์ แล้วไปที่ส่วนข้อมูลวิเคราะห์ในผู้ดูแลระบบเพื่อเริ่มการตรวจสอบ

ในส่วนข้อมูลวิเคราะห์ของบัญชีผู้ใช้ Shopify มีข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับธุรกิจที่คุณกำลังจะซื้อ ในแดชบอร์ดของส่วนข้อมูลวิเคราะห์ คุณจะพบกับรายงานเกี่ยวกับแน้วโน้มยอดขาย แหล่งที่มาของผู้เข้าชม และข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้า หากคุณสังเกตเห็นสิ่งใดในแดชบอร์ดที่น่าสงสัย คุณสามารถขยายรายงานเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอให้ผู้ขายอธิบายข้อมูลในรายงานเหล่านี้ก็ได้

อีกทั้งคุณยังควรดูแนวโน้มยอดเข้าชมร้านค้าด้วย หากคุณสังเกตเห็นจุดที่ยอดเข้าชมร้านค้าพุ่งสูงหรือดิ่งลงเป็นพิเศษ ให้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับยอดเข้าชมดังกล่าวในช่วงเวลาวันนั้นๆ กับผู้ขาย การทำความเข้าใจแน้วโน้มเหล่านี้ถือเป็นเรื่องสำคัญในการตรวจสอบความถูกต้องของยอดการเข้าชมร้านค้า

เหนือสิ่งอื่นใด ขณะวิเคราะห์ยอดเข้าชมร้านค้าออนไลน์ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าแหล่งข้อมูลของยอดการเข้าชมนั้นถูกต้องตามกฎหมายและคุณในฐานะเจ้าของคนใหม่สามารถสร้างข้อมูลเหล่านั้นใหม่ได้

หากต้องการตรวจสอบข้อมูลยอดเข้าชมร้านค้าเพิ่มเติม ให้ขอสิทธิ์อนุญาตอ่านอย่างเดียวในบัญชีผู้ใช้ Google Analytics ของผู้ขาย เนื่องจาก Google Analytics จะให้ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับยอดเข้าชมร้านค้าแบบออร์แกนิก แบบโดยตรง แบบอ้างอิง แบบทางโซเชียลมีเดีย และยอดเข้าชมร้านค้าประเภทอื่นๆ ได้

 

ยืนยันข้อมูลทางการเงิน

วิธีการเดียวที่จะสามารถระบุยอดขายของธรุกิจใน Exchange ได้คือการใช้แอปทางการของ Exchange ที่จัดทำโดย Shopify การทำเช่นนี้ Exchange จะสามารถคำนวณยอดขายและข้อมูลยอดเข้าชมร้านค้าของธุรกิจออกมาได้ อีกทั้งยังสามารถสร้างแผนภูมิอัตโนมัติซึ่งคุณจะเห็นรายการแยกย่อยผ่านการดึงประวัติยอดขายที่สามารถตรวจสอบได้ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2015 ซึ่งไม่มีทางที่ผู้ขายจะดัดแปลงข้อมูลเหล่านี้ทั้งก่อนหรือหลังการสร้างรายการแยกย่อยนี้ เราสามารถดึงได้เฉพาะข้อมูลยอดขายที่จัดทำขึ้นผ่าน Shopify เท่านั้น และคุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ขอข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายและยอดขายอื่นๆ ที่จัดทำขึ้นนอก Shopify กับผู้ขายแล้ว

ขณะนี้ Exchange ยังไม่สามารถตรวจสอบอัตราผลกำไรหรือกำไรเฉลี่ยรายเดือนของผู้ขายได้ โดยผู้ขายจะเป็นผู้ให้ข้อมูลเหล่านี้ด้วยตนเอง

คุณสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลวิเคราะห์ที่อยู่ในผู้ดูแลระบบ Shopify ได้ เนื่องจากตัวเลขเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการระบุข้อมูลรายได้เฉลี่ยรายวันหรือข้อมูลรายได้เฉลี่ยรายเดือน รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าคำสั่งซื้อโดยเฉลี่ยและข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าเพิ่มเติม

โปรดทราบว่า Shopify จะไม่คำนวณค่าใช้จ่ายใดๆ ให้ ด้วยเหตุผลนี้เอง คุณจึงควรขอข้อมูลค่าใช้จ่ายอย่างละเอียดจากผู้ขาย นอกจากนี้ยังมีข้อมูลอื่นๆ ที่คุณอาจจะต้องการจากผู้ขาย ซึ่งได้แก่

  • ใบแจ้งหนี้จาก Facebook หรือ Google Adsense สำหรับจำนวนเงินที่ใช้ในการโฆษณา
  • ใบแจ้งหนี้จาก Shopify
  • ใบแจ้งหนี้ค่าสมัครใช้งานแอป เนื่องจากแอปของ Shopify ที่จำเป็นต้องใช้ในการดำเนินธุรกิจอาจมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายเดือน
  • ต้นทุนสินค้า ผู้ขายควรแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนสินค้าที่ธุรกิจนั้นๆ จำหน่ายให้คุณทราบ

การรวบรวมข้อมูลเหล่านี้จากผู้ขายจะช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบได้ว่ากำไรเฉลี่ยรายเดือนที่ผู้ขายรายงานในรายการแยกย่อยของพวกเขานั้นถูกต้องหรือไม่

ตรวจสอบคำสั่งซื้อในอดีต

ไปที่ส่วนคำสั่งซื้อในผู้ดูแลระบบของบัญชีผู้ใช้ Shopify เพื่อตรวจสอบคำสั่งซื้อในอดีตทั้งหมดของธุรกิจ ข้อมูลที่คุณอาจจำเป็นต้องตรวจสอบได้แก่ จำนวนการคืนยอดเงิน คำสั่งซื้อที่ไม่ได้จัดการ คำสั่งซื้อที่ขอคืนเงิน และการตรวจสอบหมายเลขติดตามพัสดุเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลดังกล่าวถูกต้องตามกฎหมาย

แม้จะเป็นเรื่องปกติที่ธุรกิจซึ่งดำเนินกิจการมานานจะมีจำนวนการคืนเงินที่น้อย หรือแทบจะไม่มีการคืนยอดเงินเลย แต่ก็เป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะต้องตรวจสอบอีกครั้งว่าผู้ขายทำเครื่องหมายคำสั่งซื้อทั้งหมดว่าจัดส่งแล้วหรือไม่

หากคุณสังเกตเห็นคำสั่งซื้อที่ยังไม่ได้จัดการจำนวนมาก อย่าลืมถามหาสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าวกับผู้ขาย เพราะเมื่อคุณกลายเป็นเจ้าของธุรกิจแล้ว เป็นไปได้ว่าลูกค้าจะเข้ามาขอความช่วยเหลือจากคุณ คุณสามารถหลีกเลี่ยงกรณีดังกล่าวได้ด้วยการตรวจสอบคำสั่งซื้อในอดีตเพื่อให้แน่ใจว่าคำสั่งซื้อได้รับการจัดการรวมถึงได้รับการชำระเงินแล้ว

การแจกแจงรายได้

รายได้คือรายรับทั้งหมดที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจก่อนหักค่าใช้จ่าย Exchange จะคำนวณรายได้ของธุรกิจให้กับผู้ขาย แต่เฉพาะผู้ขายเท่านั้นที่จะสามารถชี้แจงได้ว่าค่าใช้จ่ายรายเดือนมีอะไรบ้าง

ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ของธุรกิจใน Shopify จะเป็นค่าธรรมเนียมแผนรายเดือนซึ่งมักจะอยู่ในช่วง $29-$299 ต่อเดือน และหลายธุรกิจยังมีการใช้งานแอปภายนอกในร้านค้าซึ่งอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายเดือนร่วมด้วย

รายได้จะทำให้คุณเห็นว่าในภาพรวมแล้วธุรกิจมีศักยภาพก่อให้เกิดรายรับมากน้อยเพียงได้ แต่ต้องแน่ใจว่าได้ขอให้ผู้ขายอธิบายถึงต้นทุนธุรกิจว่ามีอะไรบ้าง

ดูข้อมูลเกี่ยวกับแอปที่ใช้จากผู้ขาย

แอปอาจเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินธุรกิจบน Shopify หลายธุรกิจใช้แอปในการจัดการกับคำสั่งซื้อ การซื้อใบจ่าหน้าสำหรับการจัดส่ง หรือดำเนินการกลยุทธ์ทางการตลาดบางประเภท

ไปที่ส่วนแอปในผู้ดูแลระบบ Shopify เพื่อดูแอปที่ติดตั้งอยู่ในขณะนี้ สอบถามข้อสงสัยที่คุณมีเกี่ยวกับแอปเหล่านั้นกับผู้ขาย รวมถึงวัตถุประสงค์ในการใช้งานแอป และสอบถามว่าจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแบบเรียกเก็บต่อเนื่องหรือไม่

และที่สำคัญ ผู้ขายจะต้องโอนสิทธิ์ความเป็นเจ้าของบัญชีผู้ใช้ของแอปเหล่านี้ให้แก่คุณ หากมีแอปการจัดการสินค้าแบบครบวงจรใช้งานอยู่ คุณสามารถตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้ของแอปดังกล่าวได้ด้วยตนเองโดยเข้าไปที่แอปนั้นๆ

ผู้ขายไม่จำเป็นต้องโอนสิทธิ์การเป็นเจ้าของแอปทั้งหมด แต่ต้องสอบถามผู้ขายอีกครั้งว่าคุณสามารถเข้าใช้งานแอปที่จำเป็นได้ก่อนที่คุณจะเป็นเจ้าของบัญชีผู้ใช้คนใหม่

 

ตรวจสอบบัญชีผู้ใช้โซเชียลมีเดีย

โซเชียลมีเดียถือเป็นกรรมสิทธิ์ที่มีค่ามากต่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซ หากคุณกำลังซื้อธุรกิจบน Exchange ตามปกติแต่ธุรกิจดังกล่าวมีกลุ่มผู้ติดตามที่ใช้งานโซเชียลมีเดียเป็นจำนวนมาก คุณจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าจำนวนผู้ติดตามที่ผู้ขายอ้างไว้นั้นตรงกัน

เมื่อคุณสามารถเข้าใช้บัญชีผู้ใช้โซเชียลมีเดียได้แล้ว คุณสามารถเข้าไปดูรายละเอียดของการมีส่วนร่วมและบัญชีผู้ติดตามเพื่อตรวจสอบอีกครั้งให้แน่ใจว่าการซื้อกรรมสิทธิ์จากผู้ขายนั้นมีประโยชน์ แม้จะไม่มีวิธีทำให้มั่นใจได้ว่าจำนวนผู้ติดตามนั้นสูงกว่ามาตรฐานหรือไม่ แต่คุณก็สามารถเข้าไปดูการสนทนาในโพสต์เพื่อดูรายละเอียดโปรไฟล์ของผู้ติดตามได้เสมอเพื่อจะได้ทราบว่าลูกค้าเป็นใคร

ดูข้อมูลวิธีดำเนินการกับการชำระเงิน

ธุรกิจส่วนมากใน Shopify ใช้Shopify Payments ในการดำเนินการการชำระเงินผ่านขั้นตอนการชำระเงินในร้านค้าออนไลน์ โดยคุณควรทราบว่าShopify Payments พร้อมให้บริการเฉพาะในสหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น และสิงคโปร์

คุณควรตรวจสอบอีกครั้งว่าธุรกิจที่ต้องการจะซื้อนั้นเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายในการดำเนินการการชำระเงินที่ใช้ Shopify Payments หรือไม่ โดยคุณสามารถตรวจสอบสิ่งเหล่านี้ได้โดยการดูที่ข้อกำหนดในการใช้บริการ Shopify Payments ตามภูมิภาคของคุณ

หากคุณไม่ได้อาศัยอยู่ในประเทศที่รองรับการใช้งานเหล่านี้ คุณก็ยังสามารถดำเนินการการชำระเงินของธุรกิจได้ แต่คุณจะต้องใช้งานช่องทางการชำระเงินภายนอกที่รองรับแทน

หากผู้ขายใช้งานช่องทางการชำระเงินภายนอกอยู่ก่อนแล้ว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ขายเกี่ยวกับขั้นตอนการลงทะเบียนเพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อคุณกลายเป็นเจ้าของธุรกิจแล้ว คุณจะสามารถเริ่มดำเนินการการชำระเงินได้ทันที 

 

สานสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์และขอสิทธิ์อนุญาตจำหน่ายสินค้า

สินค้าบางประเภทต้องใช้ใบอนุญาตจากตัวแทนจำหน่าย หากคุณไม่แน่ใจว่าสินค้าที่จำหน่ายโดยธุรกิจที่คุณกำลังจะซื้อนั้นต้องใช้ใบอนุญาตหรือไม่ ให้สอบถามกับผู้ขายว่าพวกเขาได้รับสิทธิ์ในการจำหน่ายสินค้าอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และสามารถโอนสิทธิ์การอนุญาตนี้ให้กับคุณได้หรือไม่

สอบถามผู้ขายว่าใครเป็นผู้จำหน่ายสินค้าให้แก่พวกเขา หากเป็นซัพพลายเออร์ภายนอก ให้ขอข้อมูลติดต่อซัพพลายเออร์จากผู้ขายเพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อคุณกลายเป็นเจ้าของธุรกิจแล้วคุณจะสามารถสั่งซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์รายเดิมได้

หากคุณกำลังซื้อธุรกิจที่ใช้งานดรอปชิปหรือการพิมพ์ลวดลายตามสั่ง คุณมีแนวโน้มว่าจะต้องใช้งานแอปอย่าง Oberlo หรือ Printful ในการจัดการคำสั่งซื้อ แอปเหล่านี้จะดำเนินการขั้นตอนการจัดการสินค้าแบบครบวงจรให้กับคุณ แต่คุณยังต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าสิทธิ์การเป็นเจ้าของแอปดังกล่าวถูกโอนมาให้คุณแล้ว ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ขายในการโอนสิทธิ์ดังกล่าวให้กับคุณ

 

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการช่วยเหลือลูกค้าจากผู้ขาย

วิธีที่ดีวิธีหนึ่งในการดูข้อมูลเชิงลึกของธุรกิจคือการศึกษาความต้องการของลูกค้า สอบถามผู้ขายว่ามีปัญหาด้านความช่วยเหลือลูกค้าที่ต้องได้รับการแก้ไขหรือไม่ หากมีกรณีการคืนยอดเงินคงเหลือ หรือการคืนเงินที่ต้องจัดการ เป็นหน้าที่ของผู้ขายที่จะต้องจัดการกับปัญหาเหล่านี้ก่อนที่คุณจะเข้ามาเป็นเจ้าของ มิฉะนั้น ผู้ขายก็ควรให้ความรู้คุณเกี่ยวกับวิธีการรับมือกับปัญหาด้านความช่วยเหลือลูกค้า

หากผู้ขายเสนอให้ความช่วยเหลือหลังการขาย คุณควรร่างสัญญาเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะรับผิดชอบให้ความช่วยเหลือ โดยเราแนะนำให้คุณปรึกษากับทนายหรือตัวแทนด้านกฎหมาย

สิ้นสุดระยะการตรวจสอบ

ระยะการตรวจสอบจะสิ้นสุดลงก็ต่อเมื่อคุณทำเครื่องหมายถูกในหัวข้อสำคัญทั้งหมดในบัญชีผู้ใช้ Escrow.com ของคุณ หรือเมื่อระยะเวลาในการตรวจสอบตามที่ได้ตกลงไว้สิ้นสุดลง

เมื่อคุณยอมรับการซื้อธุรกิจ Escrow.com จะส่งการชำระเงินของคุณให้แก่ผู้ขาย เจ้าหน้าที่จาก Exchange จะติดต่อคุณโดยเร็วที่สุดเพื่อแจ้งให้คุณทราบว่าคุณได้กล่าวเป็นเจ้าของธุรกิจแล้ว

อาจใช้เวลาสูงสุดถึง 3 วันทำการนั้นตั้งแต่วันที่คุณสิ้นสุดการตรวจสอบในการสร้างธุรกิจและเจ้าของบัญชีผู้ใช้ Shopify ใหม่ ระหว่างนั้น Exchange จะทำการแก้ไขข้อมูลที่สำคัญๆ ในบัญชีผู้ใช้ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างพร้อมให้คุณรับช่วงต่อ

พร้อมเริ่มต้นการขายด้วย Shopify แล้วหรือยัง

ทดลองใช้งานฟรี