วิธีดำเนินการในระยะตรวจสอบ

หลังจากที่ยื่นข้อเสนอ ส่งการชำระเงินไปยัง Escrow.com จนผู้ขายส่งสินทรัพย์ให้คุณ ถึงเวลาเริ่มระยะการตรวจสอบของคุณแล้ว ระยะการตรวจสอบคือระยะเวลาที่กำหนดซึ่งคุณต้องตรวจสอบสินทรัพย์ที่กำลังจะซื้อครั้งสุดท้าย เพื่อทำให้แน่ใจว่าทุกสิ่งที่คุณได้รับเป็นไปตามที่โฆษณาและตกลงกันไว้กับผู้ขาย

Escrow พิจารณาความสมบูรณ์ของธุรกรรมตามรอบชำระเงินเป็น งวด ขั้นตอนสำคัญอาจเป็นการดำเนินการต่างๆ อย่างการโอนชื่อโดเมน บัญชีโซเชียลมีเดีย และการเข้าถึงส่วน Shopify admin ผ่านสิทธิ์อนุญาตของพนักงาน การยอมรับงวดชำระเงินทั้งหมดในบัญชี Escrow.com ของคุณจะถือเป็นการสิ้นสุดระยะการตรวจสอบ เนื่องจากธุรกรรมทุกอย่างของ Escrow.com ถือเป็นที่สิ้นสุด จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่คุณจะต้องสอบทานธุรกิจ ในระยะนี้ การยอมรับขั้นตอนสำคัญทั้งหมดย่อมมีผลผูกพัน เมื่อคุณยอมรับขั้นตอนดังกล่าว ผู้ขายจะได้รับชำระเงินและธุรกิจดังกล่าวจะตกเป็นของคุณ

หากต้องการทำการเปลี่ยนแปลงในขั้นตอนสำคัญต่างๆ ของ Escrow หลังทำธุรกรรมเสร็จสิ้นแล้ว คุณจะต้องติดต่อ ฝ่ายช่วยเหลือของ Escrow เพื่อส่งคำขอทำการเปลี่ยนแปลง เมื่อฝ่ายผู้ซื้อและผู้ขายยอมรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว Escrow จึงจะทำการเปลี่ยนแปลง  

เริ่มระยะการตรวจสอบ

หลังจากชำระเงินผ่าน Escrow.com ผู้ขายจะได้รับคำสั่งให้เริ่มส่งสินทรัพย์ให้แก่คุณ โดยปกติจะประกอบด้วยชื่อโดเมน บัญชีโซเชียลมีเดีย สิทธิ์การเป็นเจ้าของแอป และสินค้าคงคลัง เมื่อผู้ขายได้ยืนยันกับ Exchange Marketplace ว่าได้ส่งสินทรัพย์ที่กำหนดเหล่านี้ให้แก่คุณ คุณจะต้องทำเครื่องหมายว่าได้รับแล้วในรายการงวดภายในบัญชีผู้ใช้ Escrow.com ของคุณ

เข้าสู่บัญชีผู้ใช้ Escrow.com ของคุณ แล้วไปที่ธุรกรรมที่คุณได้เปิดไว้กับผู้ขาย เลือกสินทรัพย์ที่คุณได้รับ แล้วคลิกที่ ประมวลผลการดำเนินการ ในหน้าธุรกรรม จากนั้นคุณจะได้รับการยืนยันจาก Exchange ให้เริ่มระยะการตรวจสอบของคุณ

กำหนดเวลาของระยะการตรวจสอบ

ระยะเวลาในการตรวจสอบจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ระหว่างคุณกับผู้ขายเมื่อมีการสร้างธุรกรรม ระยะการตรวจสอบทั่วไปจะใช้เวลาสามวัน แต่สำหรับการทำธุรกรรมมูลค่าสูง ขอแนะนำให้คุณตกลงระยะเวลาการตรวจสอบให้นานขึ้น ระยะการตรวจสอบขั้นต่ำคือสามวันและสูงสุดคือ 30 วัน

Exchange สามารถเข้ามามีส่วนช่วยเหลือในการตรวจสอบได้หรือไม่

Exchange จะคำนวณยอดขายและข้อมูลการเข้าชมร้านค้าให้แก่ผู้ขายเมื่อมีการสร้างรายการขึ้น ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถวางใจได้ว่ายอดขายและยอดการเข้าชมร้านค้าที่ถูกรายงานในกราฟแสดงรายการแยกย่อยนั้นมาจากข้อมูลที่มีอยู่จริงใน Shopify

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลส่วนสำคัญทางธุรกิจอื่นๆ ที่คุณจะต้องตรวจสอบด้วยตนเอง ซึ่งผู้ขายจะเป็นผู้รายงานข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับอัตรากำไร ค่าใช้จ่าย และแหล่งที่มาของผู้เยี่ยมชม โดย Exchange จะไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวได้

คุณควรเข้าถึงแหล่งข้อมูลใดได้บ้างก่อนเริ่มการตรวจสอบ

อันดับแรก ใช้ธุรกรรมใน Escrow.com เพื่อดูรายการกรรมสิทธิ์ที่ผู้ขายตกลงที่จะส่งมอบให้ โดยคุณควรที่จะได้รับกรรมสิทธิ์ดังกล่าวทั้งหมดในขึ้นตอนการตรวจสอบ ยกเว้นสถานะการเป็นเจ้าของร้านค้าของบัญชีผู้ใช้ Shopify ในขั้นตอนนี้ผู้ขายจะเพิ่มคุณเป็นพนักงาน อย่างไรก็ตาม Exchange จะไม่อนุญาตให้คุณเป็นเจ้าของร้านค้าจนกว่าการตรวจสอบจะสิ้นสุด

ข้อมูลอื่นๆ ที่คุณควรมีได้แก่

  • ชื่อโดเมน คุณจะได้รับการแจ้งเตือนผ่านทางอีเมลว่าชื่อโดเมนถูกโอนมาเป็นของคุณแล้ว โดยขึ้นอยู่กับว่าชื่อโดเมนอยู่ที่ใด ผู้ขายอาจต้องการข้อมูลติดต่อของคุณเพื่อทำการโอนโดเมน คุณสามารถให้ข้อมูลติดต่อเพื่อทำการโอนกรรมสิทธิ์ต่างๆ เช่น โดเมน และบัญชีผู้ใช้โซเชียลมีเดียได้ แต่อย่างไรก็ตามข้อมูลดังกล่าวไม่ควรนำมาใช้เพื่อหลีกเลี่ยงระบบการส่งข้อความของ Exchange
  • บัญชีผู้ใช้โซเชียลมีเดีย บัญชีผู้ใช้ Facebook หรือ Instagram มักเป็นส่วนสำคัญในการสร้างยอดขายใน Exchange หากคุณได้ยินยอมที่จะเป็นเจ้าของบัญชีผู้ใช้เหล่านี้ โปรดตรวจสอบยืนยันว่าผู้ขายได้มอบสิทธิ์ในการเข้าถึงบัญชีเหล่านี้ให้แก่คุณแล้ว
  • บัญชีผู้ใช้โฆษณา Google Adwords อาจเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างมากเมื่อต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับธุรกิจของคุณ
  • แอป ธุรกิจบน Shopify ส่วนใหญ่ใช้งานแอปหลายหลายรูปแบบในการในการดำเนินกิจการ เนื่องจากมีหลายแอปที่ออกแบบโดยผู้พัฒนาภายนอกและผู้พัฒนาที่ไม่ใช่ Shopify ผู้ขายจึงจำเป็นต้องส่งมอบข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้ดังกล่าวให้แก่คุณ หากคุณกำลังสั่งซื้อสิ้นค้าจากการดรอปชิปหรือธุรกิจพิมพ์ลวดลายตามสั่ง คุณควรที่จะตรวจสอบให้แน่ใจพิเศษว่าผู้ขายโอนสิทธิ์การเป็นเจ้าแอปการจัดการคำสั่งซื้ออย่าง Oberlo หรือ Printful แล้ว
  • สินค้าคงคลังที่จับต้องได้ในสต็อก หากการสั่งซื้อของคุณมีสินค้าคงคลังที่จับต้องได้ในสต็อกอยู่ด้วย ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ขายได้จัดส่งสินค้าคงคลังดังกล่าวมาให้คุณตรวจสอบดูแล้ว อย่าลืมขอข้อมูลการติดตามการจัดส่ง จากผู้ขายเสมอ

เป็นเรื่องปกติที่ผู้ขายจะขอให้คุณให้ข้อมูลติดต่อ (รวมถึงที่อยู่จริง) เพื่อถ่ายโอนสิทธิ์การเป็นเจ้าของสินทรัพย์ให้คุณได้อย่างถูกต้อง ขณะที่ทีมบัญชีผู้ใช้ Shopify ถ่ายโอนสิทธิ์การเป็นเจ้าของ ผู้ขายจะต้องรับผิดชอบในการถ่ายโอนสินทรัพย์ตามที่ตกลงไว้ทั้งหมดให้คุณ

สิ่งที่ไม่ควรทำระหว่างช่วงการตรวจสอบ

อย่าทำการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าการชำระเงิน การตั้งค่าการจัดส่งหรือสินค้าระหว่างช่วงการตรวจสอบ อย่าส่งออกข้อมูลใดๆจากร้านค้าระหว่างช่วงการตรวจสอบ การทำการเปลี่ยนแปลงหรือการส่งออกข้อมูลอาจส่งผลต่อการสิ้นสุดการชำระเงินอัตโนมัติในช่วงการตรวจสอบ และผู้ขายที่ได้รับการชำระเงินเต็มจำนวน ผู้ขายได้โอนสิทธิ์การเป็นเจ้าของของทรัพย์สินทางธุรกิจให้แก่คุณ เพื่อให้คุณสามารถตรวจสอบว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่ผู้ขายระบุไว้ และเพื่อให้คุณสอบถามข้อสงสัยที่คุณอาจจะมีได้ก่อนที่จะสิ้นสุดการทำธุรกรรม

คู่มือสำหรับระยะการตรวจสอบ

ช่วงตรวจสอบของคุณไม่สามารถเริ่มต้นได้จนกว่าผู้ขายจะสร้างบัญชีผู้ใช้ของพนักงานที่มีสิทธิ์อนุญาตที่จำเป็นให้แก่คุณ เป็นความรับผิดชอบของผู้ขายในการสร้างบัญชีผู้ใช้นี้ให้แก่คุณ หลังจากที่คุณยอมรับสินทรัพย์ที่ผู้ขายมอบให้และสิ้นสุดช่วงตรวจสอบแล้ว Exchange จะลบผู้ขายออกจากการเป็นเจ้าของบัญชีผู้ใช้และให้สิทธิ์การเป็นเจ้าของธุรกิจแก่คุณ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสิทธิ์การเป็นเจ้าของบัญชีผู้ใช้นี้ไม่สามารถเปลี่ยนกลับได้ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณควรปฏิบัติตามคู่มือการตรวจสอบนี้อย่างละเอียด นอกจากนี้คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบสองชั้นสำหรับทุกบัญชีผู้ใช้ที่กำลังโอนให้แก่คุณก่อนที่จะยอมรับขั้นตอนสำคัญที่เกี่ยวข้องใน Escrow

หมายเหตุ: หากข้อเสนอและสิ่งที่ได้รับไม่ตรงกันในช่วงระยะการตรวจสอบ ให้ส่งอีเมลไปยัง exchange-support@shopify.com โดยทันทีเพื่อให้ทั้งทีม Escrow และทีมให้ความช่วยเหลือ Exchange Marketplace สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ก่อนการขายจะสิ้นสุดลง

ตรวจสอบและทำความเข้าใจแหล่งที่มาของผู้เยี่ยมชม

รายการแยกย่อยของ Exchange จะแสดงจำนวนเซสชันทั้งหมดที่ร้านค้าออนไลน์ได้รับในแต่ละเดือน ข้อมูลนี้นำมาจาก Shopify โดยตรงและผู้ขายไม่สามารถแก้ไขข้อมูลดังกล่าวได้ เซสชันคือการเข้าชมในแต่ละหน้า ซึ่งหมายความว่าจำนวนเซสชันที่คุณเห็นในแต่ละรายการแยกย่อยจะเป็นการเข้าชมหน้าบนเว็บไซต์ซึ่งรวมถึงหน้าแรก และหน้าสินค้า ผู้ที่ขายธุรกิจจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขข้อมูลยอดขายที่คุณจะเห็นในรายการแยกย่อยได้ และเมื่อมีผู้ซื้อธุรกิจ คุณจะสบายใจได้ว่าข้อมูลที่คุณเห็นคือสิ่งที่คุณจะได้รับจริงๆ

หากคุณทราบว่าร้านค้าออนไลน์สร้างยอดเข้าชมร้านค้าได้มากเท่าไรจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการสืบหาต่อไปว่ามีจำนวนผู้เข้าชมเท่าใดในจำนวนนี้ที่กลายเป็นมาลูกค้าของคุณในท้ายที่สุด รายได้ของธุรกิจที่มีมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับยอดการเข้าชมทั้งหมดถือเป็นตัวบ่งชี้ที่ดีว่าธุรกิจมีศักยภาพอย่างมากที่จะสร้างผลกำไร

การพิจารณาแนวโน้มยอดเข้าชมร้านค้าของธุรกิจให้มากขึ้นถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการตรวจสอบของคุณ เข้าสู่ระบบบัญชีผู้ใช้ของพนักงานสำหรับร้านค้าออนไลน์ แล้วไปที่ส่วนข้อมูลวิเคราะห์ในส่วน admin เพื่อเริ่มการตรวจสอบ

ในส่วนข้อมูลวิเคราะห์ของบัญชีผู้ใช้ Shopify จะมีข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับธุรกิจที่คุณกำลังจะซื้อ ในแดชบอร์ดภาพรวม ในส่วนข้อมูลวิเคราะห์ จะมีรายงานเกี่ยวกับแนวโน้มยอดขาย แหล่งที่มาของผู้เยี่ยมชม และข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้า หากคุณสังเกตเห็นสิ่งใดในแดชบอร์ดภาพรวมที่น่าสงสัย คุณสามารถขยายรายงานเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม หรือจะขอให้ผู้ขายอธิบายข้อมูลในรายงานเหล่านี้ก็ได้

ขอให้ผู้ขายดูแนวโน้มยอดเข้าชมร้านค้า หากคุณสังเกตเห็นยอดเข้าชมร้านค้าพุ่งสูงหรือดิ่งลงจนน่าแปลกใจ ให้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับยอดเข้าชมดังกล่าวในช่วงเวลาวันนั้นๆ กับผู้ขาย การทำความเข้าใจแนวโน้มเหล่านี้ถือเป็นเรื่องสำคัญในการตรวจสอบความถูกต้องของยอดการเข้าชมร้านค้า

เหนือสิ่งอื่นใด ขณะวิเคราะห์ยอดเข้าชมร้านค้าออนไลน์ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าแหล่งข้อมูลของยอดการเข้าชมนั้นถูกต้องตามกฎหมายและคุณในฐานะเจ้าของคนใหม่สามารถสร้างข้อมูลเหล่านั้นใหม่ได้

หากต้องการตรวจสอบข้อมูลยอดเข้าชมร้านค้าเพิ่มเติม ให้ขอสิทธิ์อนุญาตอ่านอย่างเดียวในบัญชีผู้ใช้ Google Analytics ของผู้ขาย เนื่องจาก Google Analytics จะให้ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับยอดเข้าชมร้านค้าแบบออร์แกนิก แบบโดยตรง แบบอ้างอิง แบบทางโซเชียลมีเดีย และยอดเข้าชมร้านค้าประเภทอื่นๆ ได้

ยืนยันข้อมูลทางการเงิน

วิธีการเดียวที่จะสามารถลงรายการว่าจะขายธุรกิจใน Exchange ได้คือการใช้แอปทางการของ Exchange ซึ่งจัดทำโดย Shopify เพราะหากใช้แอป Exchange ก็จะสามารถคำนวณยอดขายและข้อมูลยอดเข้าชมร้านค้าของธุรกิจออกมาได้ นอกจากนี้ Exchange ยังสามารถสร้างแผนภูมิซึ่งคุณจะเห็นในรายการข้อมูลธุรกิจโดยการดึงประวัติยอดขายที่สามารถตรวจสอบได้ย้อนหลังได้ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2015 ซึ่งไม่มีทางที่ผู้ขายจะดัดแปลงข้อมูลเหล่านี้ทั้งก่อนหรือหลังการสร้างรายการข้อมูลนี้ เราสามารถดึงได้เฉพาะข้อมูลยอดขายที่ขายผ่าน Shopify เท่านั้น อย่าลืมขอข้อมูลกับผู้ขายเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายและยอดขายอื่นๆ ที่จัดทำขึ้นนอก Shopify

ขณะนี้ Exchange ยังไม่สามารถตรวจสอบอัตราผลกำไรหรือกำไรเฉลี่ยรายเดือนของผู้ขายได้ โดยผู้ขายจะเป็นผู้ให้ข้อมูลเหล่านี้ด้วยตนเอง

คุณสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลวิเคราะห์ที่อยู่ใน Shopify admin ได้ เนื่องจากตัวเลขเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการระบุข้อมูลรายได้เฉลี่ยรายวันหรือข้อมูลรายได้เฉลี่ยรายเดือน รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าคำสั่งซื้อโดยเฉลี่ยและข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าเพิ่มเติม

โปรดทราบว่า Shopify จะไม่คำนวณค่าใช้จ่ายใดๆ ให้ ด้วยเหตุผลนี้เอง คุณจึงควรขอข้อมูลค่าใช้จ่ายอย่างละเอียดจากผู้ขาย ข้อมูลอื่นๆ ที่คุณอาจจะต้องการจากผู้ขายได้แก่

  • ใบแจ้งหนี้จาก Facebook หรือ Google Adsense สำหรับจำนวนเงินที่ใช้ในการโฆษณา
  • ใบแจ้งหนี้จาก Shopify
  • ใบแจ้งหนี้ค่าสมัครใช้งานแอป แอปของ Shopify ที่คุณอาจจำเป็นต้องใช้ในการดำเนินธุรกิจอาจมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายเดือน
  • ต้นทุนสินค้า ผู้ขายควรแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนสินค้าที่ธุรกิจนั้นๆ จำหน่ายให้คุณทราบ

การรวบรวมข้อมูลเหล่านี้จากผู้ขายจะช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบได้ว่ากำไรเฉลี่ยรายเดือนที่ผู้ขายรายงานในรายการข้อมูลธุรกิจของพวกเขานั้นถูกต้องหรือไม่

ตรวจสอบคำสั่งซื้อในอดีต

ไปที่ส่วนคำสั่งซื้อในส่วน admin ของบัญชีผู้ใช้ Shopify เพื่อตรวจสอบคำสั่งซื้อในอดีตทั้งหมดของธุรกิจ ข้อมูลที่คุณควรตรวจสอบได้แก่ จำนวนการคืนยอดเงิน คำสั่งซื้อที่ขอคืนเงิน และคำสั่งซื้อที่ยังไม่จัดส่ง และคุณยังสามารถตรวจสอบหมายเลขติดตามพัสดุเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจได้ด้วยว่าข้อมูลดังกล่าวถูกต้อง

แม้จะเป็นเรื่องปกติที่ธุรกิจซึ่งยังดำเนินการอยู่จะมีจำนวนการคืนเงินที่น้อย หรือแทบจะไม่มีการปฏิเสธการชำระเงินเลย แต่ก็เป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะต้องตรวจสอบอีกครั้งว่าผู้ขายได้ทำเครื่องหมายคำสั่งซื้อทั้งหมดว่าจัดส่งแล้วหรือไม่

หากคุณสังเกตเห็นคำสั่งซื้อที่ยังไม่จัดส่งจำนวนมาก อย่าลืมถามหาสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าวกับผู้ขาย เพราะเมื่อคุณกลายเป็นเจ้าของธุรกิจแล้ว เป็นไปได้ว่าลูกค้าจะเข้ามาขอความช่วยเหลือจากคุณ คุณสามารถหลีกเลี่ยงกรณีดังกล่าวได้ด้วยการตรวจสอบคำสั่งซื้อในอดีตเพื่อให้แน่ใจว่าคำสั่งซื้อได้รับการจัดการรวมถึงได้รับการชำระเงินแล้ว

ตรวจสอบรายได้

รายได้คือรายรับทั้งหมดที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจก่อนหักค่าใช้จ่าย Exchange จะคำนวณรายได้ของธุรกิจให้กับผู้ขาย แต่เฉพาะผู้ขายเท่านั้นที่จะสามารถชี้แจงได้ว่าค่าใช้จ่ายรายเดือนมีอะไรบ้าง

ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ของธุรกิจใน Shopify จะเป็นค่าธรรมเนียมแผนรายเดือนซึ่งมักจะอยู่ในช่วง $29-$299 ต่อเดือน และหลายธุรกิจก็มีการใช้งานแอปจากภายนอกในร้านค้าของตนเอง ซึ่งอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายเดือนร่วมด้วย

รายได้จะทำให้คุณเห็นว่าในภาพรวมแล้วธุรกิจมีศักยภาพก่อให้เกิดรายรับมากน้อยเพียงได้ แต่ต้องแน่ใจว่าได้ขอให้ผู้ขายอธิบายถึงต้นทุนธุรกิจว่ามีอะไรบ้าง

ดูข้อมูลเกี่ยวกับแอปที่ใช้จากผู้ขาย

แอปอาจเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินธุรกิจบน Shopify หลายธุรกิจใช้แอปในการจัดการกับคำสั่งซื้อ การซื้อใบจ่าหน้าสำหรับการจัดส่ง หรือดำเนินการกลยุทธ์ทางการตลาดบางประเภท

ไปที่ส่วนแอปใน Shopify admin เพื่อดูแอปที่ติดตั้งอยู่ในขณะนี้ สอบถามข้อสงสัยที่คุณมีเกี่ยวกับแอปเหล่านั้นกับผู้ขาย รวมถึงวัตถุประสงค์ในการใช้งานแอป และสอบถามว่าจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแบบเรียกเก็บต่อเนื่องหรือไม่

ผู้ขายจะต้องโอนสิทธิ์การเป็นเจ้าของบัญชีผู้ใช้ของแอปเหล่านี้ให้แก่คุณ หากมีการใช้งานแอปการจัดการคำสั่งซื้ออยู่ คุณสามารถตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้ของแอปดังกล่าวได้ด้วยตนเองโดยเข้าไปที่แอปนั้นๆ

ผู้ขายไม่จำเป็นต้องโอนสิทธิ์การเป็นเจ้าของแอปทุกแอป โปรดตรวจสอบกับผู้ขายอีกครั้งให้แน่ใจว่าคุณสามารถเข้าใช้งานแอปที่จำเป็นได้ก่อนที่คุณจะกลายเป็นเจ้าของบัญชีผู้ใช้คนใหม่

ตรวจสอบบัญชีผู้ใช้โซเชียลมีเดีย

โซเชียลมีเดียถือเป็นกรรมสิทธิ์ที่มีค่ามากต่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซ หากคุณกำลังซื้อธุรกิจบน Exchange เพราะธุรกิจดังกล่าวมีกลุ่มผู้ติดตามที่ใช้งานโซเชียลมีเดียเป็นจำนวนมาก คุณจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าจำนวนผู้ติดตามนั้นตรงกับจำนวนผู้ติดตามที่ผู้ขายอ้างไว้

เมื่อคุณสามารถเข้าใช้บัญชีผู้ใช้โซเชียลมีเดียได้แล้ว เข้าไปดูรายละเอียดของการมีส่วนร่วมและบัญชีผู้ติดตามเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าการซื้อกรรมสิทธิ์จากผู้ขายนั้นมีประโยชน์ แม้ว่าจะไม่มีวิธีใดที่จะตรวจสอบให้แน่ใจว่าจำนวนผู้ติดตามมีคุณภาพ คุณก็สามารถดูบทสนทนาบนโพสต์ได้เสมอ

ดูข้อมูลวิธีดำเนินการกับการชำระเงิน

ธุรกิจส่วนมากใน Shopify ใช้ Shopify payments ในการดำเนินการการชำระเงิน Shopify Payments มีให้บริการเฉพาะธุรกิจในบางประเทศและภูมิภาคเท่านั้น

คุณควรตรวจสอบอีกครั้งว่าธุรกิจที่ต้องการจะซื้อนั้นเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายในการดำเนินการชำระเงินด้วย Shopify Payments หรือไม่ โดยคุณสามารถตรวจสอบคุณสมบัตินี้ได้โดยการดูที่ข้อกำหนดในการใช้บริการ Shopify Payments สำหรับภูมิภาคของคุณ

หากคุณไม่ได้อาศัยอยู่ในประเทศที่รองรับการใช้งานเหล่านี้ คุณก็ยังสามารถดำเนินการการชำระเงินสำหรับธุรกิจได้ แต่คุณจะต้องหาช่องทางการชำระเงินภายนอกที่รองรับมาใช้งานแทน

หากผู้ขายใช้งานช่องทางการชำระเงินจากภายนอกอยู่แล้ว โปรดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ขายเกี่ยวกับขั้นตอนการลงทะเบียนเพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อคุณกลายเป็นเจ้าของธุรกิจแล้ว คุณจะสามารถเริ่มประมวลผลการชำระเงินได้ทันที 

สานสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์และขอสิทธิ์อนุญาตจำหน่ายสินค้า

สินค้าบางประเภทต้องใช้ใบอนุญาตจากตัวแทนจำหน่าย หากคุณไม่แน่ใจว่าสินค้าที่จำหน่ายโดยธุรกิจที่คุณกำลังจะซื้อนั้นต้องใช้ใบอนุญาตหรือไม่ ให้สอบถามกับผู้ขายว่าพวกเขาได้รับสิทธิ์ในการจำหน่ายสินค้าอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และสามารถโอนสิทธิ์การอนุญาตนี้ให้กับคุณได้หรือไม่

สอบถามผู้ขายว่าใครเป็นผู้จำหน่ายสินค้าให้แก่พวกเขา หากเป็นซัพพลายเออร์จากภายนอก ให้ขอข้อมูลติดต่อซัพพลายเออร์จากผู้ขายเพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อคุณกลายเป็นเจ้าของธุรกิจแล้วคุณจะสามารถสั่งซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์รายเดิมได้

หากคุณกำลังซื้อธุรกิจที่ใช้งานดรอปชิปหรือการพิมพ์ลวดลายตามสั่ง ก็มีแนวโน้มว่าคุณจะต้องใช้แอปอย่าง Oberlo หรือ Printful ในการจัดการคำสั่งซื้อ แอปเหล่านี้จะดำเนินการขั้นตอนการจัดการคำสั่งซื้อให้กับคุณ แต่คุณยังต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าสิทธิ์การเป็นเจ้าของแอปดังกล่าวถูกโอนมาให้คุณแล้ว ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ขายในการโอนสิทธิ์ดังกล่าวให้กับคุณ

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการช่วยเหลือลูกค้าจากผู้ขาย

วิธีที่ดีวิธีหนึ่งในการดูข้อมูลเชิงลึกของธุรกิจคือการศึกษาความต้องการของลูกค้า สอบถามผู้ขายว่ามีปัญหาด้านความช่วยเหลือลูกค้าที่ต้องได้รับการแก้ไขหรือไม่ หากมีกรณีการคืนยอดเงินคงเหลือ หรือการคืนเงินที่ต้องจัดการ ก็เป็นหน้าที่ของผู้ขายที่จะต้องจัดการกับปัญหาเหล่านี้ให้เสร็จสิ้นก่อนที่คุณจะเข้ามาเป็นเจ้าของ มิฉะนั้น ผู้ขายก็ควรให้ความรู้คุณเกี่ยวกับวิธีการจัดการปัญหาด้านความช่วยเหลือลูกค้า

หากผู้ขายเสนอให้ความช่วยเหลือหลังการขาย คุณควรร่างสัญญาเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะรับผิดชอบและช่วยเหลือคุณ เราแนะนำให้คุณปรึกษาทนายหรือตัวแทนด้านกฎหมาย

สิ้นสุดระยะการตรวจสอบ

ระยะการตรวจสอบจะสิ้นสุดลงเมื่อคุณทำเครื่องหมายค่างวดว่าได่รับแล้วในบัญชี Escrow.com หรือหลังสิ้นสุดระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ให้เป็นระยะการตรวจสอบ

หลังจากที่คุณยอมรับการซื้อธุรกิจ ทาง Escrow.com จะส่งการชำระเงินของคุณให้แก่ผู้ขาย เจ้าหน้าที่จาก Exchange จะติดต่อคุณโดยเร็วที่สุดเพื่อแจ้งให้คุณทราบว่าคุณได้กล่าวเป็นเจ้าของธุรกิจคนใหม่แล้ว

การจะได้ว่ากล่าวเป็นเจ้าของธุรกิจและร้านค้า Shopify คนใหม่อาจใช้เวลาสูงสุดถึง 3 วันทำการนับจากวันที่สิ้นสุดช่วงการตรวจสอบ ระหว่างนั้น ทาง Exchange จะทำการแก้ไขข้อมูลที่จำเป็นในบัญชีผู้ใช้ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างพร้อมให้คุณรับช่วงต่อ

หมายเหตุ: หากคุณประสบปัญหาใดๆ ในระยะการตรวจสอบ ให้ดูคู่มือเกี่ยวกับการแก้ไขข้อกังวล

พร้อมเริ่มต้นการขายด้วย Shopify แล้วหรือยัง

ทดลองใช้งานฟรี