การถ่ายโอนธุรกิจของคุณ

ทีมบัญชีผู้ใช้ Shopify ดูแลการถ่ายโอนสิทธิ์การเป็นเจ้าของธุรกิจ Shopify ของคุณหลังจากที่ผู้ซื้อยอมรับค่างวดทั้งหมดในธุรกรรม Escrow.com เมื่ออนุญาตให้เราทำการเปลี่ยนแปลงสิทธิ์การเป็นเจ้าของให้แก่คุณ เราจะดูแลการลบบัตรเครดิตออกและปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ Shopify Payments ของคุณเพื่อให้เจ้าของรายใหม่สามารถป้อนข้อมูลทางการเงินของตนเองได้ ทั้งคุณและผู้ซื้อของคุณจะได้รับอีเมลจากเราหลังจากที่มีการถ่ายโอนสิทธิ์การเป็นเจ้าของร้านค้าแล้ว ขณะที่ทีมบัญชีผู้ใช้ Shopify โอนสิทธิ์การเป็นเจ้าของ คุณจะยังคงต้องรับผิดชอบในการถ่ายโอนสินทรัพยที่ตกลงไว้ทั้งหมดให้ผู้ซื้อ

รายการตรวจสอบการถ่ายโอน

คุณได้พบและรับข้อเสนอของผู้ซื้อ และได้เริ่มดำเนินธุรกรรม Escrow ภายในแอป Exchange Marketplace แล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลาที่จะเตรียมกิจการของคุณให้พร้อมสำหรับเจ้าของใหม่แล้ว ต่อไปนี้คือรายการตัวอย่างของสิ่งต่างๆ ที่คุณจำเป็นที่จะต้องดำเนินการก่อนที่ผู้ซื้อจะกลายมาเป็นเจ้าของใหม่ของกิจการของคุณ โปรดทราบว่ารายการเหล่านี้บางส่วนอาจใช้ไม่ได้กับการขายของคุณ เนื่องจากนี่เป็นแค่คำแนะนำของเราสำหรับอะไรก็ตามที่จะใช้ได้กับการขายส่วนใหญ่เท่านั้น

  • ถ่ายโอนชื่อโดเมนแบบกำหนดเองทั้งหมด
  • โอนสิทธิ์การเป็นเจ้าของบัญชีผู้ใช้โซเชียลมีเดียทั้งหมด
  • โอนสิทธิ์การเป็นเจ้าของและข้อมูลการเข้าสู่ระบบของแอปทั้งหมดที่ติดตั้งไว้ - ก่อนที่คุณจะถ่ายโอนแอป ให้ลบรายละเอียดส่วนตัวทั้งหมดของคุณ รวมถึงข้อมูลติดต่อและบัตรเครดิตจากแอปต่างๆ ก่อนที่คุณจะถ่ายโอน

  • หากคุณกำลังถ่ายโอนรูปภาพสินค้า คุณสามารถใช้บริการต่างๆ อย่าง Google Drive, Dropbox หรือ WeTransfer เพื่อมอบให้แก่ผู้ซื้อได้

  • หากคุณกำลังถ่ายโอนสินค้าคงคลัง โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้มอบหมายเลขติดตามพัสดุให้แก่ผู้ซื้อเมื่ออยู่ในอีเมล

สิ่งเดียวที่คุณไม่จำเป็นต้องถ่ายโอนไปยังผู้ซื้อคือบัญชีผู้ใช้ Shopify เอง แต่เพียงแค่ให้สิทธิ์อนุญาตของพนักงานแก่ผู้ซื้อของคุณและทีมบัญชีผู้ใช้ Shopify จะกำหนดให้พวกเขาเป็นเจ้าของใหม่ภายใน 3 วันทำการหลังจากธุรกรรม Escrow เสร็จสิ้นแล้ว

Exchange จะจัดการลบข้อมูลการชำระเงินของคุณออกและมอบบัญชีผู้ใช้ Shopify ของคุณให้แก่ผู้ซื้อ

จัดการสินค้าค้างส่งทั้งหมด

เมื่อคุณขายธุรกิจผ่าน Exchange คุณจำเป็นที่จะต้องจัดการคำสั่งซื้อของลูกค้าให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะถ่ายโอนธุรกิจไปยังผู้ซื้อของคุณ คุณมีหน้าที่รับผิดชอบคำสั่งซื้อทั้งหมดที่เกิดขึ้นในขณะที่คุณยังเป็นเจ้าของธุรกิจ ซึ่งหมายความว่าหากมีผู้ยื่นเรื่องขอคืนเงินสำหรับคำสั่งซื้อหนึ่งของคุณ คุณต้องรับผิดชอบในการจัดการค่าใช้จ่ายดังกล่าว นอกจากนี้คุณยังต้องรับผิดชอบสำหรับการปฏิเสธการชำระเงินที่ค้างอยู่ในคำสั่งซื้อที่ดำเนินการภายใต้สิทธิ์การเป็นเจ้าของของคุณ คุณจะต้องจัดการคำสั่งซื้อและแจ้งให้ลูกค้าทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับคำสั่งซื้อของพวกเขาให้ได้มากที่สุด โดยคุณอาจต้องการติดต่อกับผู้ซื้อต่อไปเพื่อติดตามการทำธุรกรรมให้เสร็จสิ้นในกรณีที่คุณต้องการส่งหลักฐานสำหรับการเรียกคืนเงินที่เกิดขึ้น เพื่อปกป้องตนเอง โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าลูกค้าทุกรายได้รับความพึงพอใจก่อนที่เจ้าของใหม่จะเข้ามาสานต่อธุรกิจ เราขอแนะนำให้คุณแชร์หมายเลขติดตามพัสดุกับผู้ซื้อของคุณเพื่อให้พวกเขาสามารถช่วยเหลือคำสั่งซื้อเหล่านี้ได้ตามการโอนสิทธิ์การเป็นเจ้าของ

หากต้องการตรวจสินค้าค้างส่ง ให้คลิกที่แท็บคำสั่งซื้อในส่วน Shopify admin ของคุณ เมื่อคลิกแล้ว คุณสามารถกรองเพื่อแสดงเฉพาะสินค้าค้างส่งได้อย่างง่ายดาย จัดการคำสั่งซื้อเหล่านี้และส่งข้อมูลการติดตามลูกค้าเพื่อช่วยให้แน่ใจว่าการส่งมอบร้านค้าให้กับผู้ซื้อของคุณเป็นไปอย่างที่ราบรื่น คุณควรตรวจสอบตั้งแต่คำสั่งซื้อจนกระทั่งถ่ายโอนสิทธิ์การเป็นเจ้าของไปยังผู้ซื้อทั้งหมด

นอกจากนั้น Shopify ยังมีคู่มือสำหรับการจัดการสินค้าที่เจาะลึกลงรายละเอียด หากคุณต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติม

ถ่ายโอนในโดเมนของคุณ

หากคุณซื้อโดเมนผ่าน Shopify และต้องการถ่ายโอนสิทธิ์การเป็นเจ้าของชื่อโดเมนไปยังผู้ซื้อของคุณ คุณสามารถดำเนินการได้จากส่วน Shopify admin ของคุณ

ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อถ่ายโอนโดเมน Shopify ของคุณไปยังผู้ซื้อของคุณ:

  1. คลิกร้านค้าออนไลน์ > โดเมน
  2. คลิกจัดการที่อยู่ถัดจากโดเมนที่คุณต้องการถ่ายโอน
  3. คลิกแก้ไขรายละเอียดผู้รับจดทะเบียน
  4. เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นชื่อและข้อมูลการติดต่อของผู้ซื้อของคุณ

เมื่อถ่ายโอนสิทธิ์การเป็นเจ้าของไปยังผู้ซื้อของคุณ ค่าธรรมเนียมการต่ออายุโดเมนทั้งหมดจะถูกเรียกเก็บเงินไปยังผู้ซื้อเมื่อพวกเขากลายเป็นเจ้าของร้านค้ารายใหม่ หากคุณซื้อโดเมนของคุณผ่านโฮสต์ภายนอก เช่น GoDaddy หรือ Namecheap โปรดติดต่อโฮสต์ของโดเมนเพื่อดูข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการถ่ายโอนสิทธิ์การเป็นเจ้าของชื่อโดเมนไปยังผู้ซื้อของคุณ

ถ่ายโอนบัญชีผู้ใช้โซเชียลมีเดีย

บัญชีผู้ใช้โซเชียลมีเดียที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจมักจะมีการระบุไว้เป็นสินทรัพย์ คุณสามารถถ่ายโอน Facebook และ Instagram ให้ผู้ซื้อของคุณได้

Facebook

ก่อนที่คุณจะสามารถถ่ายโอนสิทธิ์การเป็นเจ้าของเพจธุรกิจใน Facebook ของคุณ ผู้ซื้อของคุณต้องมีบัญชีผู้ใช้ Facebook และต้องกดถูกใจเพจธุรกิจหรือเป็นเพื่อน Facebook ของคุณ จากนั้นคุณจึงจะสามารถกำหนดให้ผู้ซื้อของคุณเป็นผู้ดูแลของเพจ Facebook ได้

ขั้นตอน:

  1. ไปที่เพจ Facebook จากบัญชีผู้ใช้ Facebook ของคุณ
  2. คลิกที่ การตั้งค่า
  3. คลิกที่ บทบาทในเพจ
  4. ใน ส่วนกำหนดบทบาทในเพจใหม่ ให้เพิ่มชื่อผู้ซื้อของคุณและเพิ่มพวกเขาเป็นผู้ดูแล

หลังจากที่ผู้ซื้อของคุณเป็นผู้ดูแลเพจ คุณสามารถเลือกที่จะลบตัวคุณเองในฐานะผู้ดูแลออกได้จากส่วน บทบาทในเพจที่มีอยู่

Instagram

หากคุณได้ตกลงที่จะรวมบัญชีผู้ใช้ Instagram ของธุรกิจของคุณไว้ในการขาย คุณจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการมอบสิทธิ์การเป็นเจ้าของบัญชีผู้ใช้ให้แก่ผู้ซื้อในระหว่างขั้นตอนการถ่ายโอน

ขั้นตอน:

  1. เปิดแอป Instagram ในอุปกรณ์มือถือของคุณ แล้วไปที่ การตั้งค่า
  2. หากเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบสองชั้นอยู่ ให้ปิดใช้งาน คุณสามารถทำได้โดยแตะที่ลิงก์ การยืนยันตัวตนแบบสองชั้น ในส่วน การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย
  3. ใน การตั้งค่า ให้แตะที่ บัญชีผู้ใช้ที่เชื่อมโยง โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ซื้อของคุณมีสิทธิ์เข้าถึงบัญชีผู้ใช้ที่คุณวางแผนที่จะถ่ายโอนที่ระบุไว้ที่นี่ (เช่น หน้าธุรกิจใน Facebook หรือบัญชีผู้ใช้ Twitter) หากมีบัญชีผู้ใช้ที่เชื่อมโยงใดๆ ที่คุณไม่ได้ถ่ายโอนไปยังผู้ซื้อของคุณ คุณจำเป็นต้องลบบัญชีผู้ใช้ดังกล่าวจากที่นี่
  4. ใน การตั้งค่า ให้แตะที่ การชำระเงิน แล้วลบบัตรเครดิตหรือ PIN ในไฟล์ออก
  5. ไปที่ แก้ไขโปรไฟล์ > ข้อมูลส่วนตัว เพื่อดูข้อมูลติดต่อในไฟล์
  6. ลบหมายเลขโทรศัพท์ออกและแก้ไขที่อยู่อีเมลเพื่อให้ตรงกับที่อยู่อีเมลของผู้ซื้อ
  7. แตะที่ เสร็จสิ้น  หาก Instagram ส่งอีเมลขอให้คุณยืนยันการเปลี่ยนแปลงข้อมูลโปรไฟล์ คุณจำเป็นต้องส่งต่ออีเมลนี้ไปยังผู้ซื้อเพื่อให้พวกเขายืนยันด้วยตนเอง

บัญชีผู้ใช้โซเชียลมีเดียอื่นๆ ส่วนใหญ่จะกำหนดให้คุณเปลี่ยนข้อมูลการเข้าสู่ระบบสำหรับผู้ซื้อของคุณ

เลิกเชื่อมต่อช่องทางการขายที่เชื่อมโยงกับบัญชีผู้ใช้โซเชียลมีเดียของคุณ

หากคุณมีช่องทางการขายทางโซเชียลมีเดียอย่างเช่น Facebook หรือ Pinterest คุณก็ควรที่จะลบช่องทางเหล่านี้ออก ซึ่งเท่ากับว่าผู้ซื้อของคุณต้องยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขของช่องทางการขายต่างๆ หากผู้ซื้อตัดสินใจที่จะติดตั้งช่องทางดังกล่าวหลังจากที่กลายเป็นเจ้าของธุรกิจแล้ว

หากต้องการลบช่องทางการขาย ให้คลิกที่ไอคอน + ข้างๆ ช่องทางการขายในเมนูหลักของ Shopify admin

จากนั้นคลิกที่ลิงก์จัดการช่องทางการขายที่ด้านล่างของหน้าต่างป๊อปอัพ จากบริเวณคุณจะสามารถลบช่องทางการขายใดๆ ก็ตามที่เชื่อมโยงกับบัญชีผู้ใช้โซเชียลมีเดียของคุณได้

ส่งออกรายงานยอดขาย

คุณจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีข้อมูลการขายที่สำรองไว้ เนื่องจากอาจจำเป็นต้องใช้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านภาษี

โดยคุณสามารถทำเช่นนี้ได้ที่แท็บข้อมูลวิเคราะห์ของ Shopify admin ได้ คุณควรส่งออกอะไรก็ตามที่ต้องการจัดเก็บ เพราะหลังจากที่ผู้ซื้อกลายเป็นเจ้าของรายใหม่ คุณจะไม่สามารถเข้าถึงรายงานเหล่านี้ได้อีกต่อไป

ส่งออกแบบฟอร์มภาษี

หากธุรกิจของคุณได้รับการออกแบบฟอร์มภาษี ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ส่งออกจากหน้าการชำระเงินในส่วน Shopify admin ของคุณ หลังจากถ่ายโอนคุณจะไม่สามารถเข้าถึงแบบฟอร์มเหล่านี้ได้อีกต่อไป

หากคุณปฏิบัติตามข้อกำหนดสำหรับ1099K ในปีภาษีที่ผ่านมาแล้ว คุณจะต้องติดต่อกับผู้ซื้อเพื่อให้พวกเขาสามารถส่ง1099K ได้เมื่อพร้อม นอกจากนี้คุณยังสามารถติดต่อฝ่ายช่วยเหลือของ Shopifyซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับทีมของ Shopify ที่รับผิดชอบเพื่อจัดการการจัดส่งของ1099K ของคุณ

หยุดการเชื่อมต่อบัญชีผู้จัดส่ง

ในกรณีที่คุุณมีบัญชีผู้ใช้ที่เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการจัดส่งอย่าง FedEx หรือ USPS อย่าลืมลบบริการดังกล่าวออกด้วย 

มอบ "สิทธิ์การเข้าถึงของพนักงาน" ไปยังธุรกิจให้ผู้ซื้อของคุณ

ขั้นตอนสุดท้าย คุณต้องให้สิทธิ์อนุญาตของพนักงานแก่ผู้ซื้อ ทีมบัญชีผู้ใช้ Shopify จะเปลี่ยนบัญชีผู้ใช้ของพนักงานของผู้ซื้อเป็นเจ้าของบัญชีผู้ใช้ใหม่ภายใน 3 วันทำการหลังจากธุรกรรม Escrow เสร็จสิ้นแล้ว

หลังจากที่คุณเตรียมธุรกิจของคุณสำหรับการถ่ายโอนแล้ว คุณสามารถดำเนินการขั้นตอนการถ่ายโอนทรัพย์สินในแอป Exchange Marketplace ได้ หลังจากทำเครื่องหมายว่ามีการถ่ายโอนทรัพย์สินทั้งหมดแล้ว ระบบจะแจ้งเตือนให้ผู้ซื้อเริ่มต้นระยะการตรวจสอบ

พร้อมเริ่มต้นการขายด้วย Shopify แล้วหรือยัง

ทดลองใช้งานฟรี