การประมวลคำร้องขอข้อมูล CCPA

CCPA อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิ์ของบุคคลในการเข้าถึงและลบข้อมูลส่วนตัวของตนเอง โดยหน้านี้ประกอบด้วยหัวข้อดังต่อไปนี้:

  • วิธีที่คุณสามารถใช้แพลตฟอร์มของ Shopify เพื่อจัดการคำร้องขอข้อมูล
  • สิ่งที่คุณอาจต้องดำเนินการแยกจาก Shopify หากคุณได้รับคำร้องขอข้อมูล

ดำเนินการคำขอเข้าถึงข้อมูลให้เสร็จสมบูรณ์

CCPA ให้สิทธิ์แก่ผู้ที่อาศัยในรัฐแคลิฟอร์เนียในการส่งคำร้องขอสำเนาข้อมูลส่วนตัวของตนได้ในลักษณะที่คล้ายกันกับ GDPR หากลูกค้ายื่นคำร้องขอสำเนาข้อมูลส่วนตัวของตัวเอง คุณก็ควรตอบกลับภายใน 45 วัน และในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากความซับซ้อนหรือจำนวนคำร้องขอ คุณก็ควรแจ้งให้ลูกค้าทราบว่าจำเป็นต้องใช้เวลาอีก 45 วัน ส่วนในกรณีที่คุณตัดสินใจว่าจะไม่ตอบรับตามคำร้องขอดังกล่าว คุณก็ควรแจ้งให้ลูกค้าทราบภายใน 45 วันว่าเหตุใดคุณจึงไม่ดำเนินการ

หมายเหตุ: เฉพาะเจ้าของร้านค้าเท่านั้นที่สามารถส่งคำร้องขอสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลลูกค้าได้

ขั้นตอน:

  1. ตรวจสอบยืนยันว่าตัวตนของผู้ยื่นคำร้องขอตรงกับลูกค้าผู้เป็นเจ้าของข้อมูลที่ได้รับการร้องขอ
  2. ในส่วน Shopify admin ของคุณ ให้ไปที่ลูกค้า
  3. ค้นหาชื่อของลูกค้า
  4. ใต้ความเป็นส่วนตัวของลูกค้า ให้คลิกที่ร้องขอข้อมูลลูกค้า

ระบบจะส่งข้อมูลส่วนตัวที่สามารถใช้ระบุตัวตนเกี่ยวกับลูกค้ารายดังกล่าวซึ่งได้จัดเก็บไว้ไปยังที่อยู่อีเมลของผู้เป็นเจ้าของร้านค้า

จากนั้นระบบก็จะส่งคำร้องขอของคุณไปยังแอปจากภายนอกที่คุณติดตั้งไว้่ในร้านค้า โดยผู้พัฒนาแอปจากภายนอกดังกล่าวจะเป็นผู้ติดต่อคุณเกี่ยวกับคำร้องขอนี้แยกต่างหาก

เสร็จแล้วคุณจึงสามารถรวมข้อมูลที่คุณได้รับกับข้อมูลอื่นใดก็ตามที่คุณอาจจะจัดเก็บไว้เกี่ยวกับลูกค้ารายนี้แล้วนำไปมอบให้แก่ลูกค้า ขณะที่ส่งมอบข้อมูลดังกล่าวไปให้อีกฝ่าย คุณควรอธิบายให้ลูกค้าทราบด้วยว่าข้อมูลต่าง ๆ ที่คุณจัดเก็บมีอะไรเฉพาะเจาะจงและมีหมวดหมู่ใดบ้าง

ในการเตรียมการสำหรับ CCPA ให้ไตร่ตรองคำถามดังต่อไปนี้:

  • คุณสามารถส่งมอบข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดที่กำหนดให้แก่ลูกค้าในกรณีที่ได้รับการร้องขอหรือไม่
    ลองพยายามวางแผนเพื่อรับมือกับคำร้องขอล่วงหน้าด้วยการจัดทำผังข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดที่คุณ (หรือผู้ให้บริการที่คุณใช้บริการ อย่างเช่น Shopify) จัดเก็บเอาไว้เกี่ยวกับลูกค้า
  • คุณได้พิจารณาถึงผู้ให้บริการรายอื่นที่คุณอาจใช้ ซึ่งอาจมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าของคุณแล้วหรือยัง
    ผู้ให้บริการเหล่านี้อาจรวมถึงแอปจากภายนอก ช่องทางการขาย และผู้ให้บริการการชำระเงิน
  • คุณมีข้อมูลติดต่อของผู้ให้บริการจากภายนอกทั้งหมดที่คุณใช้ซึ่งอาจเก็บข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าคุณเอาไว้หรือไม่

ดำเนินการคำร้องขอลบข้อมูลให้เสร็จสมบูรณ์

นอกจากนั้นแล้ว CCPA ยังอนุญาตให้ผู้ที่อยู่อาศัยในรัฐแคลิฟอร์เนียสามารถส่งคำร้องขอลบข้อมูลส่วนตัวของตนได้อีกด้วย ในกรณีที่ได้รับคำร้องขอดังกล่าว คุณต้องดำเนินการหรือแจ้งให้ลูกค้าทราบว่าทำไมคุณจึงจะไม่ดำเนินการตามคำร้องขอที่ว่านี้ภายใน 45 วัน

หมายเหตุ: เฉพาะเจ้าของร้านค้าเท่านั้นที่สามารถส่งคำร้องขอลบข้อมูลลูกค้าได้

ขั้นตอน:

  1. ตรวจสอบยืนยันว่าตัวตนของผู้ยื่นคำร้องขอตรงกับลูกค้าผู้เป็นเจ้าของข้อมูลที่กำลังจะถูกลบ
  2. ในส่วน Shopify admin ของคุณ ให้ไปที่ลูกค้า
  3. ค้นหาชื่อของลูกค้า
  4. คลิกลบข้อมูลส่วนบุคคล

จากนั้นระบบก็จะส่งคำร้องขอของคุณไปยังแอปจากภายนอกที่คุณติดตั้งไว้่ในร้านค้า โดยผู้พัฒนาแอปจากภายนอกดังกล่าวจะเป็นผู้ดำเนินการหรือติดต่อคุณเกี่ยวกับคำร้องขอนี้แยกต่างหาก

Shopify จะประมวลผลคำร้องขอของคุณหลังจากระยะเวลาบัฟเฟอร์ 10 วัน ซึ่งเป็นช่วงที่คุณสามารถยกเลิกคำร้องขอดังกล่าวได้ หากต้องการยกเลิกคำร้องขอลบข้อมูลที่รอดำเนินการ ให้ส่งอีเมลหาเราที่ privacy@shopify.com และระบุข้อมูลร้านค้าของคุณและ ID ของลูกค้าที่เกี่ยวข้อง

เมื่อคุณส่งคำร้องขอลบข้อมูล Shopify จะปกปิดเฉพาะข้อมูลส่วนตัวที่ใช้ระบุตัวตนเท่านั้น (เช่นชื่อและที่อยู่) เราจะยังคงเก็บข้อมูลคำสั่งซื้อแบบไม่เปิดเผยชื่อเอาไว้สำหรับกรณีที่คุณต้องใช้เพื่อจุดประสงค์ทางการบัญชี และคุณจะได้รับอีเมลยืนยันหลังจากที่เราลบข้อมูลส่วนตัวที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว

ตามค่าเริ่มต้นแล้ว Shopify จะไม่ลบข้อมูลส่วนตัวหากลูกค้าได้ทำการสั่งซื้อในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (180 วัน) เผื่อสำหรับกรณีที่เกิดการปฏิเสธการชำระเงิน หากมีการส่งคำร้องขอลบข้อมูลเข้ามาในกรอบเวลาดังกล่าว คำร้องข้อนี้จะอยู่ในสถานะรอดำเนินการและ Shopify จะดำเนินการหลังจากที่เวลาผ่านพ้นไปตามความเหมาะสม ดังนั้นคุณจึงไม่จำเป็นต้องส่งคำร้องขอเข้ามาอีกครั้ง และหากคุณต้องการล้มเลิกช่วงเวลาที่ต้องรอนี้ ให้ส่งอีเมลมาหา Shopify ที่ privacy@shopify.com

ในการเตรียมการสำหรับ CCPA ให้ไตร่ตรองคำถามดังต่อไปนี้:

  • คุณจัดเก็บข้อมูลลูกค้าใดๆ ไว้ในคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของคุณหรือพิมพ์เก็บลงกระดาษหรือไม่
  • มีบุคคลจากภายนอกรายอื่นที่คุณอาจต้องติดต่อเพื่อร้องขอให้ลบข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าหรือไม่
  • มีข้อกำหนดในท้องถิ่น เช่น กฎหมายด้านภาษี ซึ่งอาจกำหนดให้คุณต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าไว้แม้ว่าพวกเขาจะส่งคำร้องขอลบข้อมูลเข้ามาหรือไม่
    CCPA กำหนดว่าไม่จำเป็นต้องลบข้อมูลหากมีความจำเป็นสำหรับสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งต่อไปนี้:
    • ดำเนินธุรกรรมให้เสร็จสมบูรณ์หรือดำเนินการตามสัญญา
    • ตรวจสอบหรือป้องกันปัญหาด้านความปลอดภัยหรือกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย
    • แก้ไขข้อบกพร่องหรือซ่อมแซมฟังก์ชั่นการทำงานของบริการ
    • ใช้สิทธิ์เสรีภาพในการแสดงออก เปิดโอกาสให้ผู้อื่นใช้สิทธิ์เสรีภาพในการแสดงออก หรือใช้สิทธิ์อื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
    • มีส่วนร่วมในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือการวิจัยทางสถิติที่ผ่านพิชญพิจารณ์และจัดทำขึ้นเพื่อสาธารณประโยชน์ หากเจ้าของข้อมูลได้ให้คำยินยอมหลังบอกกล่าวเอาไว้แล้ว
    • ช่วยให้สามารถนำไปใช้งานภายในเพียงอย่างเดียวในลักษณะที่สอดคล้องกับความคาดหวังของลูกค้า โดยอิงจากความสัมพันธ์ของลูกค้ากับตัวธุรกิจ
    • ปฏิบัติตามภาระผูกพันตามกฎหมาย

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดาวน์โหลดรายงานสรุป CCPA ของ Shopify (ภาษาอังกฤษ)

พร้อมเริ่มต้นการขายด้วย Shopify แล้วหรือยัง

ทดลองใช้งานฟรี