ข้อกำหนดของโปรแกรมตัวแทนจำหน่าย

พาร์ทเนอร์บางรายใน Partner Program ของ Shopify (“พาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่าย”) ได้รับอนุญาตให้ขายต่อการสมัครใช้งานร้านค้าออนไลน์ของ Shopify, การสมัครใช้งาน POS Pro และฮาร์ดแวร์ POS บางรายการ (เรียกว่า “บริการขายต่อ”) ให้แก่ผู้ขาย (“ลูกค้าที่เป็นผู้ขาย”) ตามข้อกำหนดด้านล่าง พาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายเหล่านี้จะต้องทำข้อตกลงเพิ่มเติมสำหรับพาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายกับ Shopify เพื่อที่จะขายต่อสินค้าและบริการให้แก่ลูกค้าที่เป็นผู้ขาย สำหรับวัตถุประสงค์ของข้อกำหนดของโปรแกรมตัวแทนจำหน่ายนี้ “ข้อกำหนดของพาร์ทเนอร์” หมายถึงข้อตกลง Partner Program ซึ่งดูได้ที่ https://www.shopify.ca/partners/terms รวมถึงข้อกำหนดเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และ “ข้อกำหนดของ API” หมายถึงใบอนุญาต API และข้อกำหนดการใช้งาน ซึ่งดูได้ที่ https://www.shopify.com/legal/api-terms

บริการขายต่อของ Shopify และส่วนแบ่งรายได้ของ Shopify

พาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายได้รับอนุญาตให้ขายต่อบริการขายต่อด้านล่างให้แก่ลูกค้าที่เป็นผู้ขายเพื่อการใช้งานของตนเอง

คำอธิบายเชิงพรรณนาเพื่ออธิบายวัตถุประสงค์ของตาราง
บริการขายต่อระยะเวลาการสมัครใช้งาน
การสมัครใช้งานร้านค้าออนไลน์ 12 เดือน; ตัวเลือก 36 เดือนสำหรับแผน Plus
การสมัครใช้งาน POS Pro 12 เดือน
ฮาร์ดแวร์ Shopify POS ไม่มี

พาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายจะชำระเงินให้ Shopify ในอัตราที่ลดลงสำหรับบริการการขายต่อแต่ละรายการ (“ราคาของตัวแทนจำหน่าย”) ราคาของตัวแทนจำหน่ายคำนวณจากราคาตามรายการ ซึ่งหมายถึงอัตราที่แสดงไว้ที่ https://www.shopify.com/pricing หรือสำหรับแผน Plus อัตราที่แสดงไว้ที่ https://www.shopify.com/plus/pricing (และสำหรับภูมิภาคนอกสหรัฐอเมริกา อัตราที่แสดงใน URL เดียวกันในโดเมนระดับบนสุดของภูมิภาคนั้นๆ) เมื่อผู้ขายเลือกชำระค่าบริการสำหรับแผนบริการที่เลือกเป็นรายปี และลดอัตราดังกล่าวลงตามเปอร์เซ็นต์ที่กำหนด (“อัตราส่วนลด”) ซึ่งระบุไว้ในภาคผนวกพาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่าย Shopify จะส่งใบแจ้งหนี้ให้พาร์ทเนอร์เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) โดยอิงตามอัตราแลกเปลี่ยนล่าสุดจากสกุลเงินท้องถิ่น ในวันชำระเงิน พาร์ทเนอร์จะชำระเงินตามจำนวนเงินที่ระบุในใบแจ้งหนี้ให้แก่ Shopify เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) เพื่อความชัดเจน ราคาตามรายการที่ใช้คำนวณราคาของตัวแทนจำหน่ายจะไม่รวมโปรโมชัน สิ่งจูงใจ หรือส่วนลดใดๆ ที่อาจรวมอยู่ในลิงก์สำหรับราคาตามรายการดังกล่าว (เช่น อัตราที่ลดลงสำหรับ x เดือนแรก เดือนที่ไม่คิดค่าบริการ ฯลฯ) ซึ่งจะไม่มีผลกับแผน Shopify ที่ขายต่อ

พาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายจะต้องชำระเงินล่วงหน้าให้แก่ Shopify สำหรับราคาของตัวแทนจำหน่ายตลอดระยะเวลาการสมัครใช้งาน 12 เดือนเต็มสำหรับแผนการสมัครใช้งาน POS Pro ทั้งหมดและแผนการสมัครใช้งานร้านค้าทั้งหมดยกเว้นแผน Plus แผน Plus มีสิทธิ์ให้พาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายชำระเงินเป็นรายเดือนได้ในช่วงต้นเดือน

Shopify ขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บเงินจากลูกค้าผู้ขายโดยตรงสำหรับค่าบริการที่เกิดขึ้นจากการที่ลูกค้าผู้ขายปรับเปลี่ยนหรือขยายระยะเวลาการสมัครใช้งาน Shopify ของตนเกินกว่าที่พาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายได้ชำระไป เมื่อลูกค้าผู้ขายซื้อการสมัครใช้งาน Shopify ผ่านพาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่าย

นอกจากนี้ หากลูกค้าผู้ขายเลือกซื้อสินค้าหรือบริการของ Shopify ที่ไม่รวมอยู่ในบริการการขายต่อที่ระบุไว้ข้างต้น (เช่น ธีม แอป ใบจ่าหน้าสำหรับการจัดส่ง ฯลฯ) สินค้าและบริการเพิ่มเติมดังกล่าวจะอยู่นอกขอบเขตของข้อกำหนดโปรแกรมตัวแทนจำหน่าย Shopify จะเรียกเก็บเงินจากลูกค้าผู้ขายสำหรับสินค้าและบริการดังกล่าวโดยตรง

หากลูกค้าผู้ขายใช้แผนที่มีค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม (ตามที่ระบุในข้อกำหนดในการใช้บริการ Shopify Plus สำหรับตัวแทนจำหน่ายสำหรับลูกค้าผู้ขายซึ่งอยู่ในส่วนการตั้งค่าแผงผู้ดูแลของลูกค้าผู้ขาย) พาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายจะเป็นผู้เรียกเก็บเงินราคาตามรายการที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าผู้ขาย และ Shopify จะเป็นผู้เรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมใดๆ ที่เกินกว่าราคาตามรายการกับลูกค้าผู้ขายโดยตรง สำหรับค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มใดๆ Shopify จะโอนเงินให้พาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายเป็นจำนวนเท่ากับค่าธรรมเนียมส่วนเกินที่เรียกเก็บจากลูกค้าผู้ขายคูณด้วยอัตราส่วนลด (“ส่วนแบ่ง PF”) ภายใน 30 วันนับจากสิ้นเดือนที่ Shopify ได้รับการชำระเงินที่เกี่ยวข้องจากลูกค้าผู้ขาย Shopify อาจหักจำนวนเงินที่ค้างชำระใดๆ ที่พาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายเป็นหนี้ Shopify ออกจากส่วนแบ่ง PF การชำระเงินอยู่ภายใต้เกณฑ์การชำระเงินขั้นต่ำที่ระบุไว้ในศูนย์ช่วยเหลือของ Shopify ที่นี่: https://help.shopify.com/en/partners/partner-program/getting-paid

การชำระเงินทั้งหมดดำเนินการเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) และอยู่ภายใต้บังคับของข้อ 3 ของข้อกำหนดสำหรับพาร์ทเนอร์

ข้อกำหนดการขายต่อการสมัครใช้งานร้านค้าออนไลน์

แผน Basic, Grow, Advanced และ Plus มีสิทธิ์ขายต่อได้ แผน Plus อาจมีระยะเวลาการสมัครใช้งาน 12 หรือ 36 เดือน แผนอื่นๆ ทั้งหมดมีระยะเวลาการสมัครใช้งาน 12 เดือน แผนร้านค้าอื่นๆ (เช่น Starter) ไม่มีสิทธิ์ขายต่อ โปรโมชันและส่วนลดจะไม่มีผลกับแผน Shopify ที่ขายต่อ

สำหรับลูกค้าผู้ขายทั้งหมดที่ใช้แผน Plus นั้น Shopify จะให้บริการโฮสติ้ง ซอฟต์แวร์ และอีคอมเมิร์ซสำหรับร้านค้าตาม URL ที่ลูกค้าผู้ขายกำหนดในขณะที่ลูกค้าผู้ขายสมัครใช้งานและเริ่มใช้บริการ และสำหรับร้านค้าเสริมสูงสุดเก้า (9) แห่ง ซึ่งลูกค้าผู้ขายสามารถเปิดใช้งานได้จากแผงผู้ดูแล ห้ามมิให้ลูกค้าผู้ขายที่สมัครใช้งานภายใต้แผน Plus เพิ่มร้านค้าเสริมเกินกว่าเก้า (9) แห่งโดยเด็ดขาด

การกำหนดราคาจะพิจารณาจากวันที่ลูกค้าผู้ขายยอมรับการถ่ายโอนร้านค้าระยะพัฒนาจากพาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่าย (“วันที่ยอมรับ”) ระยะเวลาการสมัครใช้งานจะเริ่มต้นในวันที่ยอมรับและจะต่ออายุในวันเดียวกันของปีถัดไป หรือในกรณีของระยะเวลา 36 เดือน จะต่ออายุในปีที่สามหลังจากนั้น (“วันต่ออายุ”)

ข้อกำหนดการขายต่อการสมัครใช้งาน POS Pro

แผนการสมัครใช้งาน POS Pro แบบ 12 เดือนมีสิทธิ์ขายต่อได้สำหรับแผน Basic, Grow และ Advanced ทั้งหมด การสมัครใช้งานรายเดือนและระยะเวลาการสมัครใช้งานที่นานกว่า 1 ปีไม่มีสิทธิ์ขายต่อ โปรโมชันและส่วนลดจะไม่มีผลกับแผนการสมัครใช้งาน POS Pro ที่ขายต่อ การสมัครใช้งาน POS Pro เป็นส่วนเสริมของการสมัครใช้งานร้านค้า Shopify ดังนั้นจึงไม่สามารถขายแบบสแตนด์อโลนได้

ลูกค้าผู้ขายทั้งหมดที่ใช้แผน Plus จะมีสิทธิ์เปิดตำแหน่งที่ตั้ง POS Pro ได้สูงสุดยี่สิบ (20) แห่ง (“ขีดจำกัดตำแหน่งที่ตั้ง POS Pro”) ซึ่งรวมอยู่ในการซื้อการสมัครใช้งาน Plus และห้ามมิให้เกินขีดจำกัดตำแหน่งที่ตั้ง POS Pro โดยเด็ดขาด

การกำหนดราคาจะพิจารณาจาก (ก) วันที่ยอมรับ สำหรับการสมัครใช้งาน POS Pro ที่สั่งซื้อ ณ วันที่ยอมรับ หรือ (ข) ณ เวลาที่อัปเกรด หากมีการเพิ่มการสมัครใช้งาน POS Pro หลังจากวันที่ยอมรับ

ระยะเวลาการสมัครใช้งานสำหรับ POS Pro จะเริ่มต้นในวันที่ยอมรับหรือในเวลาที่อัปเกรด หากมีการเพิ่มการสมัครใช้งาน POS Pro หลังจากวันที่ยอมรับ โดยไม่คำนึงถึงวันที่ลูกค้าผู้ขายเริ่มใช้การสมัครใช้งาน POS Pro

ข้อกำหนดฮาร์ดแวร์ Shopify POS

บริการการขายต่อฮาร์ดแวร์ Shopify POS ทั้งหมด (“ฮาร์ดแวร์”) จะจัดส่งแบบ FOB จากตำแหน่งที่ตั้งที่ Shopify ระบุไว้ โดยกรรมสิทธิ์และความเสี่ยงต่อการสูญเสียจะตกเป็นของพาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายเมื่อมีการจัดส่ง วันที่จัดส่งทั้งหมดที่ Shopify ระบุไว้เป็นเพียงการประมาณการ และ Shopify จะไม่รับผิดชอบต่อความล้มเหลวใดๆ ในการจัดส่งตามวันที่ร้องขอหรือวันที่กำหนดไว้ Shopify มีสิทธิ์ในการจัดสรรฮาร์ดแวร์ที่มีอยู่ให้กับลูกค้า ผู้จัดจำหน่าย และ/หรือตัวแทนจำหน่ายของตนตามดุลยพินิจของตนแต่เพียงผู้เดียว 

ราคาซื้อสำหรับฮาร์ดแวร์ POS ไม่รวมค่าจัดส่งหรือภาษีที่เกี่ยวข้องกับการขายบริการการขายต่อของพาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่าย (ซึ่งเป็นภาระผูกพันของพาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่าย) และไม่รวมภาษีของรัฐและภาษีท้องถิ่นทั้งหมด

การดูแลฮาร์ดแวร์ บริการลูกค้า และการควบคุมคุณภาพอื่นๆ

  1. พาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์ที่ Shopify จัดหาให้แก่ผู้ซื้อฮาร์ดแวร์ พาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายจะปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการจัดเก็บ ความปลอดภัย และการจัดส่งฮาร์ดแวร์ทั้งหมด พาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายจะต้องไม่ปิดบังหรือบดบังประเทศต้นทางบนบรรจุภัณฑ์เดิมของฮาร์ดแวร์ หากจำเป็นต้องใช้บรรจุภัณฑ์หรือคอนเทนเนอร์ใหม่ จะต้องระบุประเทศต้นทางในที่ที่เห็นได้ชัดเจน อ่านออกได้ และถาวรที่สุดเท่าที่ลักษณะของคอนเทนเนอร์จะเอื้ออำนวย
  2. พาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายจะปฏิบัติตามคำแนะนำทั้งหมดที่ Shopify ให้ไว้เกี่ยวกับการจัดเก็บ การขนย้าย การจัดส่ง การกำจัด หรือแง่มุมอื่นๆ ของฮาร์ดแวร์ รวมถึงคำแนะนำที่ระบุบนป้ายกำกับฮาร์ดแวร์ พาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายจะจัดเก็บฮาร์ดแวร์ในที่เย็นและแห้ง ห่างจากแสงแดดโดยตรง
  3. พาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายจะขายฮาร์ดแวร์ในบรรจุภัณฑ์เดิม ไม่อนุญาตให้ติดป้ายกำกับใหม่ บรรจุใหม่ (รวมถึงการแยกฮาร์ดแวร์ที่จัดเป็นชุดหรือการรวมฮาร์ดแวร์เป็นชุด) และการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ กับฮาร์ดแวร์หรือบรรจุภัณฑ์ของฮาร์ดแวร์ พาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายจะต้องไม่ลบ แปล หรือแก้ไขเนื้อหาของป้ายกำกับหรือเอกสารใดๆ บนหรือที่มาพร้อมกับฮาร์ดแวร์ พาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายจะต้องไม่ดัดแปลง ทำให้เสียหาย หรือเปลี่ยนแปลงหมายเลขซีเรียล รหัส UPC หรือข้อมูลระบุตัวตนอื่นๆ บนฮาร์ดแวร์หรือบรรจุภัณฑ์ของฮาร์ดแวร์
  4. พาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายจะต้องไม่นำเสนอหรือโฆษณาฮาร์ดแวร์ใดๆ ที่ถูกส่งคืนในสภาพที่ถูกเปิดหรือบรรจุใหม่ว่าเป็นของ “ใหม่”
  5. ทันทีที่ได้รับฮาร์ดแวร์ พาร์ทเนอร์จะตรวจสอบฮาร์ดแวร์และบรรจุภัณฑ์เพื่อหาความเสียหาย ข้อบกพร่อง ตราประทับที่ชำรุด หลักฐานการดัดแปลง หรือความไม่สอดคล้องอื่นๆ (“ข้อบกพร่อง”) หากพบข้อบกพร่องใดๆ พาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายจะต้องไม่เสนอขายฮาร์ดแวร์นั้น และต้องรายงานข้อบกพร่องให้ Shopify ทราบโดยทันที
  6. พาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายจะให้ความร่วมมือกับ Shopify ในส่วนที่เกี่ยวกับระบบติดตามฮาร์ดแวร์ใดๆ (เช่น การติดตามหมายเลขซีเรียล) ที่อาจมีการนำมาใช้เป็นครั้งคราว
  7. พาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายจะให้ความร่วมมือกับ Shopify ในส่วนที่เกี่ยวกับการเรียกคืนฮาร์ดแวร์หรือความพยายามในการเผยแพร่ข้อมูลความปลอดภัยของผู้บริโภคอื่นๆ
  8. พาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายจะรายงานข้อร้องเรียนของลูกค้าหรือการเรียกร้องค่าเสียหายเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์ใดๆ ที่ตนรับทราบให้ Shopify ทราบ พาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายจะช่วยเหลือ Shopify ในการตรวจสอบข้อร้องเรียนหรือการเรียกร้องค่าเสียหายดังกล่าว
  9. พาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายจะให้ความร่วมมือกับ Shopify ในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาด้านคุณภาพหรือบริการลูกค้าใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขายฮาร์ดแวร์ของพาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่าย รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่มาของฮาร์ดแวร์ การจัดส่ง และการขนย้าย