การใช้บาร์โค้ดสำหรับสินค้าของคุณ

บาร์โค้ดคือสัญลักษณ์ที่สร้างจากแถบเส้น ช่องว่าง อักขระ และตัวเลขซึ่งสามารถนำไปสแกนได้ บาร์โค้ดใช้เพื่อระบุและติดตามสินค้าในขั้นต่างๆ ของห่วงโซ่อุปทาน เช่น ในศูนย์จัดการคำสั่งซื้อเพื่อติดตามสินค้าคงคลัง ในใบแจ้งหนี้เพื่อช่วยในการลงบัญชี หรือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการซื้อในร้านค้าปลีก

คำศัพท์เฉพาะทางเกี่ยวกับบาร์โค้ด

ตรวจสอบตารางต่อไปนี้เพื่อดูข้อมูลของคำศัพท์เฉพาะทางที่พบเห็นได้บ่อยเกี่ยวกับบาร์โค้ด:

คำศัพท์เฉพาะทางเกี่ยวกับบาร์โค้ด
ข้อกำหนด ความหมาย
รหัสผลิตภัณฑ์สากล (GTIN) GTIN เป็นตัวระบุสินค้าที่ไม่ซ้ำกันและเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ โดย GTIN หมายถึงตัวเลขที่พิมพ์ไว้ด้านล่างสัญลักษณ์บาร์โค้ด ประเภทของ GTIN ซึ่งเป็นที่รู้จักในระดับสากลได้แก่ UPC, EAN และ ISBN ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ GTIN
European Article Number (EAN) EAN หรือที่เรียกว่า GTIN-13 เป็นประเภทบาร์โค้ดที่มักจะใช้สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วโลกนอกทวีปอเมริกาเหนือ
รหัสผลิตภัณฑ์สากล (UPC) UPC หรือที่เรียกว่า GTIN-12 เป็นประเภทบาร์โค้ดที่มักจะใช้สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคในทวีปอเมริกาเหนือ
เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ (ISBN) ISBN คือตัวเลขที่เป็นตัวระบุหนังสือเชิงพาณิชย์ โดยจะมีการกำหนดเลขมาตรฐานนี้แยกต่างหากให้กับหนังสือแต่ละฉบับและแต่ละรูปแบบการจัดพิมพ์ รหัส ISBN ใช้เพื่อระบุหนังสือที่ไม่ซ้ำกันทุกๆ ที่บนโลก
GS1 GS1 คือองค์กรระหว่างประเทศที่ไม่แสวงหาผลกําไรและเป็นผู้พัฒนาและรักษามาตรฐานต่างๆ เช่น บาร์โค้ด

ควรใช้บาร์โค้ดเมื่อใด

บาร์โค้ดจะเป็นประโยชน์เมื่อมีบริการจากภายนอกเข้ามาช่วยจัดการสินค้าของคุณ หรือหากคุณมีกระบวนการจัดการคำสั่งซื้อหรือการติดตามสินค้าคงคลังที่ครอบคลุมหลายภาคส่วน ตรวจสอบสถานการณ์ต่อไปนี้ที่ซึ่งสินค้าของคุณอาจจะต้องใช้บาร์โค้ด:

  • เมื่อขายสินค้าในตลาดออนไลน์
  • เมื่อขายสินค้าส่งให้กับร้านค้าปลีก
  • เมื่อสินค้าผ่านเข้าคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า หรือบริการจัดการคำสั่งซื้อ

คุณประโยชน์ของบาร์โค้ด

อุตสาหกรรมและธุรกิจจำนวนมากใช้บาร์โค้ดในขั้นตอนการทำงานของตน เนื่องจากบาร์โค้ดมีคุณประโยชน์หลายข้อด้วยกัน

ตรวจสอบคุณประโยชน์ของการใช้บาร์โค้ดดังต่อไปนี้:

คุณประโยชน์ของบาร์โค้ด
Benefit คำอธิบาย การดำเนินการ
การติดตามสินค้าคงคลังที่ถูกต้องแม่นยำ ข้อมูลจากบาร์โค้ดมีความน่าเชื่อถือมากกว่าข้อมูลจากการป้อนด้วยตนเอง บาร์โค้ดสามารถติดตามสินค้าคงคลัง ข้อมูลการกําหนดราคา หรือแม้กระทั่งข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับสินค้าอย่างเช่นวันหมดอายุหรือน้ำหนัก การติดตามสินค้าคงคลังในคลังสินค้าและฐานข้อมูล
ข้อมูลแบบเรียลไทม์ บาร์โค้ดแสดงข้อมูลสินค้าได้แทบจะในทันที คุณจึงไม่ต้องใช้เวลาเพิ่มเติมไปกับการป้อนข้อมูลใส่ระบบหรือการเรียกดูข้อมูล การค้นหาสินค้าโดยใช้บาร์โค้ดภายในตลาดออนไลน์
ใช้งานได้สะดวกรวดเร็ว เครื่องสแกนบาร์โค้ดเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานง่าย อีกทั้งผู้ที่ทำบาร์โค้ดก็ไม่จำเป็นต้องผ่านการฝึกอบรมมากนัก การสแกนบาร์โค้ดในศูนย์จัดการคำสั่งซื้อ
เป็นที่ยอมรับในระดับสากล หลากหลายแวดวงอุตสาหกรรมทั่วโลกต่างมีการใช้งานและยอมรับบาร์โค้ด การใช้บาร์โค้ดในแวดวงธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ

ประเภทบาร์โค้ดที่พบเห็นได้บ่อย

ตรวจสอบตารางต่อไปนี้เพื่อดูข้อมูลเกี่ยวกับประเภทบาร์โค้ดต่างๆ ที่พบเห็นได้บ่อย:

ประเภทบาร์โค้ด
ประเภทบาร์โค้ด โครงสร้าง ความจุ การใช้
UPC-A GTIN-12 12 หลัก ใช้กับสินค้าปลีกในทวีปอเมริกาเหนือเป็นส่วนใหญ่
UPC-E GTIN-12 12 หลัก ใช้สำหรับบรรจุภัณฑ์หรือสินค้าปลีกขนาดเล็ก เช่น เครื่องสำอาง หมากฝรั่งบรรจุห่อ และบุหรี่ในทวีปอเมริกาเหนือ
EAN-13 GTIN-13 13 หลัก ใช้สำหรับสินค้าปลีก เช่น วารสาร นิตยสาร และหนังสือนอกทวีปอเมริกาเหนือเป็นส่วนใหญ่
EAN-8 GTIN-8 8 หลัก ใช้กับบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็กหรือสินค้าขายปลีก เช่น เครื่องสำอาง ห่อหมากฝรั่ง และบุหรี่ที่มาจากนอกทวีปอเมริกาเหนือ
Code 39 ที่ไม่ใช่ GTIN 43 อักขระ ใช้ในการดำเนินงานด้านคลังสินค้าและเชิงอุตสาหกรรมเป็นส่วนใหญ่ เช่น ยานยนต์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ บาร์โค้ดประเภทนี้สามารถเข้ารหัสตัวอักษรและตัวเลขได้
โค้ด 128 ที่ไม่ใช่ GTIN 48 อักขระ ใช้ในการดำเนินงานด้านคลังสินค้า อุตสาหกรรมเครื่องแต่งกาย แปรรูปอาหาร ยา และอุปกรณ์ทางการแพทย์ทั่วโลก Code 128 มีจํานวนอักขระต่อนิ้วสูงที่สุด และมีขนาดเล็กกว่า Code 39 ประมาณ 20-30% บาร์โค้ดประเภทนี้สามารถเข้ารหัสตัวอักษร ตัวเลข อักขระพิเศษ และรหัสควบคุมได้
ISBN GTIN-13 ตัวเลข 13 หลัก (10 หลักมาจนกระทั่งมกราคมปี 2007) ใช้กับหนังสือและหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก

หากคุณต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบาร์โค้ด ให้ดูที่ตารางบาร์โค้ดของ GS1

หลักปฏิบัติที่ดีที่สุดในการจัดวางและพิมพ์บาร์โค้ด

วิธีที่คุณพิมพ์และจัดวางบาร์โค้ดบนสินค้าอาจเป็นตัวกำหนดว่าเครื่องสแกนจะสามารถอ่านบาร์โค้ดของคุณได้หรือไม่ได้

วิธีการพิมพ์บาร์โค้ด

บาร์โค้ดสามารถพิมพ์ออกมาได้ด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสินค้าของคุณ ตรวจสอบตารางต่อไปนี้เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการพิมพ์บาร์โค้ด:

วิธีการทำบาร์โค้ด
วิธี คำอธิบาย ตัวอย่างสินค้า
บาร์โค้ดที่พิมพ์ลงบนสินค้าโดยตรง วิธีการที่พบเห็นได้บ่อย โดยจะใช้เครื่องพิมพ์เลเซอร์ในการพิมพ์บาร์โค้ดลงบนสินค้าโดยตรงในกรณีที่บาร์โค้ดไม่ควรอยู่แยกจากตัวสินค้า หนังสือ, ภาชนะโลหะ, ขวดพลาสติก
บาร์โค้ดที่พิมพ์ลงบนป้ายแปะที่ติดแนบกับสินค้า ใช้โดยธุรกิจขนาดเล็กหรือธุรกิจที่ไม่มีเครื่องพิมพ์เลเซอร์สำหรับพิมพ์บาร์โค้ดลงบนสินค้าโดยตรง เครื่องเขียน, กาแฟ, ผลิตผลที่ไม่ได้บรรจุหีบห่อ
บาร์โค้ดที่พิมพ์ลงบนป้ายห้อยที่ติดแนบกับสินค้า ใช้สำหรับสินค้าซึ่งไม่มีพื้นผิวที่เหมาะกับการแปะบาร์โค้ด ตลอดจนสำหรับสินค้าที่อาจจะได้รับความเสียหายจากกาวติดป้ายแปะ เครื่องแต่งกาย, สินค้าสำหรับให้เป็นของขวัญ, สินค้าสำหรับใช้บนโต๊ะ
บาร์โค้ดที่พิมพ์ลงบนบรรจุภัณฑ์สินค้า ใช้สำหรับสินค้าที่มีกล่องหรือบรรจุภัณฑ์ รองเท้า, รองเท้าสเก็ต, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าใดๆ ที่บรรจุหีบห่อ

แนวทางการพิมพ์บาร์โค้ด

ตรวจดูคำแนะนำทั่วไปต่อไปนี้เกี่ยวกับวิธีการพิมพ์บาร์โค้ดอย่างถูกต้อง:

  • หากคุณพิมพ์บาร์โค้ดของคุณ ให้ใช้ความละเอียดไม่ต่ำกว่า 300 DPI เพื่อให้เครื่องสแกนบาร์โค้ดสามารถสแกนได้
  • ก่อนที่คุณจะพิมพ์บาร์โค้ดเป็นจำนวนมากในคราวเดียว ให้พิมพ์ออกมาเพื่อทดสอบเพียงแผ่นเดียวก่อน จากนั้นจึงตรวจสอบยืนยันว่าบาร์โค้ดดังกล่าวทำงานได้อย่างถูกต้อง
  • พิมพ์หมายเลขบาร์โค้ดไว้ด้านล่างสัญลักษณ์ เพื่อให้ยังคงสามารถระบุสินค้าได้จากหมายเลขดังกล่าวในกรณีที่บาร์โค้ดเสียหาย
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าบาร์โค้ดกว้าง 1.5 นิ้ว x สูง 1 นิ้วเป็นอย่างน้อย ตรวจสอบขนาดที่แนะนำของมาตรฐาน GS1
  • ใช้หมึกสีดำหรือสีอื่นๆ ที่มีความเข้มเมื่อพิมพ์บาร์โค้ด หลีกเลี่ยงการใช้หมึกสีแดงหรือสีน้ำตาล
  • พิมพ์บาร์โค้ดที่ไม่ซ้ำกันสำหรับตัวเลือกสินค้าแต่ละรายการ เพื่อให้ระบุตัวเลือกสินค้าแต่ละรายการภายในห่วงโซ่อุปทานได้

แนวทางการจัดวางบาร์โค้ด

ตรวจสอบแนวทางทั่วไปต่อไปนี้เกี่ยวกับวิธีการจัดวางบาร์โค้ดอย่างถูกต้อง:

  • จัดวางบาร์โค้ดให้เรียบไปบนตัวสินค้าและอย่าพับบาร์โค้ด
  • อย่าให้มีเทปหรือห่อฟิล์มล้อมรอบบาร์โค้ด
  • หลีกเลี่ยงการจัดวางสติกเกอร์หรือองค์ประกอบของข้อความไว้ใกล้กับบาร์โค้ดของคุณมากเกินไป
  • อย่าหั่นหรือตัดทอนส่วนบนหรือส่วนล่างของบาร์โค้ดเพื่อให้มีพื้นที่สำหรับป้ายกำกับของคุณมากขึ้น
  • อย่าใส่บาร์โค้ดหลายชิ้นลงในสินค้าของคุณ
  • อย่าใช้ลวดเย็บทะลุบาร์โค้ด
  • อย่าจัดวางบาร์โค้ดในตำแหน่งที่มีพื้นที่ไม่เพียงพอบนตัวสินค้า
  • อย่าจัดวางบาร์โค้ดที่ขอบสินค้า
  • หากสินค้าของคุณมีรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส สี่เหลี่ยมผืนผ้า กลม เว้า หรือนูน เราแนะนำให้ลองใช้ป้ายแปะเฉพาะจุด ป้ายห้อย หรือการ์ดสลีฟ

หากคุณต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการพิมพ์บาร์โค้ดและการตั้งค่าป้ายแปะ ให้ดูที่แนวทางการจัดวางบาร์โค้ดบนสินค้าของ GS1

พร้อมเริ่มต้นการขายด้วย Shopify แล้วหรือยัง

ทดลองใช้งานฟรี