หน้า

หากคุณมีร้านค้าออนไลน์ของ Shopify คุณจะสามารถสร้างเว็บเพจได้ใน Shopify admin โดยเว็บเพจจะประกอบไปด้วยข้อมูลที่ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงหรือข้อมูลที่ลูกค้าจะใช้อ้างอิง เช่น หน้า “เกี่ยวกับเรา” หรือ หน้า “ติดต่อเรา” ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลที่ต้องใส่ในหน้า “เกี่ยวกับเรา”

นอกจากนี้คุณยังสามารถเพิ่มบล็อกที่มีการอัปเดตเป็นประจำให้ร้านค้าออนไลน์ของคุณได้ หรือหากต้องการส่งเสริมการร่วมแสดงความเห็น


เพิ่มเว็บเพจใหม่ให้กับร้านค้าออนไลน์ของคุณ

ขั้นตอน:

  1. ป้อนชื่อและเนื้อหาของเว็บเพจดังกล่าว

เลือกใช้ชื่อเว็บเพจที่อธิบายได้ละเอียดและชัดเจน เพราะชื่อเว็บเพจจะแสดงในแท็บหรือแถบชื่อของเบราว์เซอร์ และยังใช้เป็นชื่อเว็บเพจสำหรับการค้นหาโดยใช้เครื่องมือการค้นหาอีกด้วย ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SEO เว็บไซต์

  1. ในส่วนการแสดงผล ให้เลือกเวลาที่ควรเผยแพร่หน้า ตามค่าเริ่มต้น เว็บเพจใหม่ของคุณจะแสดงผลต่อผู้คนเมื่อคุณคลิกบันทึก เลือกตัวเลือกซ่อน หากต้องการซ่อนเว็บเพจใหม่จากร้านค้าออนไลน์ของคุณ หรือคลิกตั้งวันที่เผยแพร่ เพื่อกำหนดช่วงเวลาเผยแพร่เว็บเพจของคุณ

  2. คลิกที่ “บันทึก"

  3. ไม่บังคับ: เพื่อให้เว็บเพจที่เผยแพร่แล้วปรากฏในการนำทางร้านค้าออนไลน์ของคุณ ให้เพิ่มลิงก์ไปยังเว็บเพจในเมนู

เพิ่มเนื้อหาไปยังเว็บเพจ

เครื่องมือแก้ไข Rich Text จะแสดงข้อความในช่องเนื้อหา ในรูปแบบเดียวกับที่แสดงในร้านค้าออนไลน์ คุณสามารถตั้งค่ารูปแบบข้อความของคุณได้ รวมทั้งเปลี่ยนสีข้อความโดยเลือกตัวเลือกในเครื่องมือแก้ไข Rich Text นอกจากนั้น คุณสามารถแทรกองค์ประกอบต่อไปนี้ลงเว็บเพจได้ด้วย:

  • ลิงก์
  • ตาราง
  • รูปภาพ
  • วิดีโอ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมือแก้ไข Rich Text

วิธีแก้ไขโค้ด HTML สำหรับหน้า ให้คลิกปุ่มแสดง HTML และทำการเปลี่ยนแปลง:

Shopify - ตัวแก้ไขหน้าแสดง html

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณคลิกบันทึก ทุกครั้งที่คุณทำการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาของเว็บเพจที่คุณต้องการเก็บไว้

เพิ่มลิงก์ไปยังเว็บเพจ

คุณสามารถเพิ่มลิงก์ไปยังเว็บเพจเพื่อนำลูกค้าไปเว็บเพจอื่นในร้านค้าออนไลน์ของคุณได้ หรือเว็บเพจอื่นบนอินเทอร์เน็ต

ขั้นตอน:

  1. ในช่องเนื้อหา ให้ป้อนข้อความที่จะแปลงเป็นลิงก์

  2. ไฮไลท์ข้อความและคลิกปุ่ม แทรกลิงก์:

Shopify - แทรกลิงก์ของหน้า

  1. ป้อนที่อยู่เว็บไซต์ในช่องลิงก์ไปยัง ป้อนชื่อลิงก์ที่มีการอธิบายเพื่อช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องมือค้นหาและการเข้าถึง

  2. คลิกที่ “บันทึก"

เพิ่ม Google Maps ลงในเว็บเพจ

คุณสามารถเพิ่มที่อยู่จาก Google Maps สำหรับร้านค้าออนไลน์ของคุณได้ ตัวอย่าง เช่น คุณควรเพิ่มแผนที่ในหน้าเกี่ยวกับเราเพื่อแสดงที่ตั้งร้านค้าปลีกของคุณ:

  1. ใน Google Maps ให้ใส่ที่อยู่ที่ต้องการในแผนที่

  2. คลิกไอคอนแชร์เพื่อเปิดตัวเลือกการแชร์

  3. คลิกที่ฝังแผนที่ เพื่อสร้างโค้ดฝังตัวของคุณ

  4. เลือกขนาดแผนที่ที่ต้องการ จากนั้นคัดลอกโค้ดในกล่องข้อความ โค้ดเริ่มต้นด้วย <iframe src= และเป็นแท็กที่เขียนใน HTML ซึ่งใช้สำหรับฝังแผนที่

  1. คลิกชื่อเว็บเพจที่คุณต้องการแสดงแผนที่ของคุณ

  2. ในแถบเครื่องมือเนื้อหา ให้คลิกปุ่ม แสดง HTML เพื่อดูโค้ด HTML สำหรับเว็บเพจของคุณ:

    Shopify - show html toolbar

  3. วางโค้ดที่คุณคัดลอกจาก Google Maps ลงในกล่องเนื้อหา คุณสามารถฝังแผนที่ตรงด้านล่างเว็บเพจของคุณได้โดยวางโค้ดไว้หลังเนื้อหาที่มีอยู่ หรือตรงไหนก็ได้บนเว็บเพจเว็บ

  4. คลิกแสดงเครื่องมือแก้ไข เพื่อกลับไปยังเครื่องมือแก้ไขเว็บเพจจากมุมมอง HTML และดูตัวอย่างแผนที่ของคุณ

  5. คลิกที่ “บันทึก"

แก้ไขเว็บเพจ

คุณสามารถแก้ไขเว็บเพจใน Shopify ได้ตามต้องการเพื่อแก้ไขคำผิด เพิ่มข้อมูลใหม่ หรือทำการเปลี่ยนแปลงเนื้อหา

ขั้นตอน:

  1. คลิกที่ชื่อของเว็บเพจ

  2. ทำการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาหรือการตั้งค่าของเว็บเพจที่มีอยู่

  3. คลิกบันทึก ไปที่เว็บเพจร้านค้าออนไลน์ของคุณเพื่อให้แน่ใจว่าการเปลี่ยนแปลงดำเนินการเรียบร้อยแล้ว คุณอาจต้องโหลดเบราว์เซอร์ใหม่เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงที่บันทึกไว้

แก้ไขรายการเครื่องมือค้นหาสำหรับเว็บเพจ

คุณสามารถแก้ไขวิธีที่เว็บเพจของคุณปรากฏในผลลัพธ์ของเครื่องมือค้นหาได้ เพื่อช่วยให้ลูกค้าเจอเว็บเพจของคุณและกระตุ้นให้พวกเขาคลิกที่ลิงก์

ขั้นตอน:

  1. คลิกที่ชื่อของเว็บเพจ

  2. ในส่วนตัวอย่างรายการเครื่องมือค้นหา ให้คลิก แก้ไขเว็บไซต์ SEO

  3. ในช่องชื่อหน้า ให้ป้อนชื่อหน้าเพื่ออธิบาย โดยชื่อหน้าจะแสดงในลิงก์ผลลัพธ์ของเครื่องมือการค้นหา คุณสามารถป้อนตัวอักษรสำหรับชื่อหน้าสูงสุด 55 ตัว

  4. ป้อนคำอธิบายในรายการเครื่องมือค้นหา โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีคำสำคัญที่เกี่ยวข้องและชื่อธุรกิจของคุณ เพื่อช่วยให้ลูกค้าหน้าใหม่สามารถค้นหาลิงก์ของคุณได้ คุณสามารถป้อนตัวอักษรสำหรับคำอธิบายได้สูงสุด 320 ตัว

หมายเหตุ: ชื่อเพจและคำอธิบายเนื้อหาอย่างย่อมีจำนวนตัวอักษรจำกัด หากคุณป้อนตัวอักษรเกินขีดจำกัด ชื่อเพจและคำอธิบายจะถูกย่อให้สั้นลงในผลลัพธ์บนเครื่องมือค้นหา ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับเครื่องมือค้นหา

  1. คุณสามารถแก้ไขที่อยู่เว็บไซต์ได้ในส่วน URL และแฮนเดิล ในกรณีส่วนใหญ่ คุณไม่จำเป็นต้องทำการเปลี่ยนแปลงที่อยู่เว็บไซต์ แต่หากทำการเปลี่ยนแปลง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณตั้งค่า URL ให้เปลี่ยนเส้นทางจากที่อยู่เว็บไซต์เดิม โดย URL จะต้องไม่มีช่องว่างใดๆ แฮนเดิลจะใช้ในการออกแบบธีม

  2. คลิกบันทึก

ลบเว็บเพจ

ขั้นตอน:

  1. คลิกที่ชื่อเว็บเพจที่คุณต้องการลบ

  2. คลิกที่ "ลบหน้า"

  3. คลิกที่ลบ

หากคุณลบเว็บเพจที่คุณใช้ในการนําทางร้านค้าของคุณ รายการเมนูที่เกี่ยวข้องจะถูกลบด้วย ตัวอย่างเช่น หากคุณลบเว็บเพจการสอบถามเกี่ยวกับการค้าส่งที่คุณใช้ในรายการเมนูการค้าส่ง ทั้งเว็บเพจและรายการเมนูก็จะถูกลบ

คุณสามารถใช้การดำเนินการหลายรายการในครั้งเดียวเพื่อลบหลายหน้าในคราวเดียว

เผยแพร่หรือยกเลิกการเผยแพร่เว็บเพจหลายรายการในครั้งเดียว

คุณสามารถควบคุมเว็บเพจที่เผยแพร่ไปยังร้านค้าออนไลน์ของคุณได้อย่างง่ายดายโดยใช้เมนูดรอปดาวน์การดำเนินการใน Shopify วิธีนี้ช่วยให้คุณเผยแพร่หรือยกเลิกการเผยแพร่หลายๆ เว็บเพจได้ในครั้งเดียว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในกรณีที่คุณเพิ่งเปลี่ยนจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซหรือเว็บไซต์อื่นมาใช้ Shopify หรือกรณีที่คุณต้องการอัปโหลดชุดเอกสารแบบร่าง

เผยแพร่เว็บเพจหลายรายการในครั้งเดียว

ขั้นตอน:

  1. ทำเครื่องหมายลงในกล่องถัดจากเว็บเพจที่คุณต้องการเผยแพร่

  2. คลิกเมนูดรอปดาวน์ “การดำเนินการ” จากนั้นเลือก “แสดงหน้าที่เลือก” ตอนนี้คุณควรจะสามารถดูเว็บเพจของคุณในร้านค้าออนไลน์ได้แล้ว

  3. เพิ่มลิงก์ไปยังเว็บเพจใหม่ของคุณในเมนู เพื่อให้ลูกค้าสามารถค้นเจอได้

ยกเลิกการเผยแพร่เว็บเพจหลายรายการในครั้งเดียว

ขั้นตอน:

  1. ทำเครื่องหมายลงในช่องถัดจากเว็บเพจที่คุณต้องการยกเลิกการเผยแพร่จากร้านค้าออนไลน์ของคุณ

  2. คลิกเมนูดรอปดาวน์ “การดำเนินการ” จากนั้นเลือก “ซ่อนหน้าที่เลือก"

  3. ลบลิงก์ไปยังเว็บเพจของคุณจากเมนู

ในส่วนนี้

หน้าเกี่ยวกับเรา

หากเลือกที่จะใส่หน้า “เกี่ยวกับเรา” ในเนื้อหาร้านค้าออนไลน์ ก็สามารถใช้หน้านั้นช่วยบอกเล่าเรื่องราวของธุรกิจของคุณให้แก่ลูกค้าและช่วยให้พวกเขาเชื่อมต่อกับแบรนด์ของคุณได้

หมายเหตุ: คุณไม่ต้องตั้งชื่อหน้า “เกี่ยวกับเรา” แต่เพิ่มชื่อเรื่องที่มีความหมายต่อธุรกิจของคุณได้ เช่น “เรื่องราวของเรา” “ค่านิยม” หรือกระทั่งสิ่งที่บอกตรงไปตรงมากว่านั้น เช่น “ความมุ่งมั่นทางการค้าอย่างเป็นธรรม"

พิจารณาเป้าหมายของหน้าเกี่ยวกับเรา

เมื่อเขียนหน้า “เกี่ยวกับเรา” คุณควรพิจารณาถึงเป้าหมายดังต่อไปนี้

  • สร้างแรงจูงใจ - พิจารณาสิ่งที่ต้องการให้ลูกค้าทำและความรู้สึกที่อยากให้เกิดในใจของลูกค้าหลังจากที่อ่านหน้านี้ เช่น คุณอาจต้องการสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกค้าเข้าร่วมรายชื่ออีเมลของคุณเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ผลิตสินค้าของคุณ หรือคุณอาจอยากจะสร้างความตื่นเต้นเกี่ยวกับสินค้ารุ่นจำกัดเพื่อให้พวกเขาติดตามคุณบนโซเชียลมีเดีย
  • แสดงตัวตนจริง - บอกเล่าเรื่องราวของธุรกิจด้วยน้ำเสียงที่จริงใจและมีเอกลักษณ์ หากเป็นไปได้ก็ให้บอกค่านิยมที่ขับเคลื่อนธุรกิจ เรื่องราวของการเติบโตและความท้าทาย รวมทั้งเป้าหมายของธุรกิจของคุณ เช่น คุณอาจเล่าเรื่องราวการค้นพบผู้ที่ต้องการสินค้าของคุณในประสบการณ์ของตนเอง หากรู้สึกติดขัดเวลาที่เขียนนำเสนอด้วยน้ำเสียงที่เป็นตัวของตนเองจริง ขอแนะนำให้บันทึกเสียงคำพูดแล้วค่อยจดลงไปเป็นแบบร่างแรกก่อน
  • เรียบเรียงให้น่าสนใจ - ใช้รูปภาพหรือวิดีโอที่น่าสนใจเพื่อหลีกเลี่ยงข้อความและช่วยให้ลูกค้าคุ้นเคยกับธุรกิจของคุณ เช่น คุณอาจนำเสนอรูปภาพทีมธุรกิจของคุณหรือวิดีโอแสดงความชมเชยจากลูกค้ารายก่อน

ไม่ต้องกังวลว่าหน้า “เกี่ยวกับเรา” จะไม่สมบูรณ์แบบ เช่นเดียวกับธุรกิจของคุณที่เติบโตและเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา คุณสามารถอัปเดตหน้านี้ด้วยเนื้อหาที่ตรงตามความสนใจของลูกค้าได้

ข้อมูลที่จะรวมไว้ในหน้าเกี่ยวกับเรา

เมื่อเขียนหน้า “เกี่ยวกับเรา” คุณควรใส่ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ สินค้า หรือลูกค้าที่จะจูงใจลูกค้าอีกกลุ่ม ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องมีข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับธุรกิจ แต่ขอให้ลองพิจารณาว่าจากตัวอย่างต่อไปนี้ มีรายการใดที่เหมาะจะอยู่ในหน้า “เกี่ยวกับเรา” หรือไม่

  • สิ่งที่คุณขาย - สิ่งที่ทำให้สินค้าของคุณแตกต่างออกไป
  • เหตุผลที่คุณขาย - ภารกิจหรือค่านิยมของบริษัท
  • ตัวตนของคุณ - บริษัท ผู้ก่อตั้ง หรือผู้ผลิตของคุณ
  • ลูกค้าเป้าหมาย - วิธีการให้บริการลูกค้าหรือการสร้างความพึงพอใจต่อลูกค้า
  • เหตุผลที่คุณไม่เหมือนใคร - ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน คำชมเชยจากลูกค้า หรือบริการเพิ่มเติม

อย่าลืมใส่คำขอที่เจาะจงสำหรับลูกค้าที่ตรงกับเป้าหมายของหน้า หรือที่เรียกว่าการกระตุ้นให้ดำเนินการ เช่น คุณอาจมีแบบฟอร์มลงทะเบียนรับจดหมายข่าวหรือปุ่มติดตามโซเชียลมีเดียในหน้า

เพิ่มหน้าเกี่ยวกับเราลงในร้านค้าออนไลน์ของ Shopify

หลังจากที่คุณร่างหน้า “เกี่ยวกับเรา” แล้ว เราแนะนำให้ขอให้ผู้อื่นมาช่วยอ่าน ให้ความคิดเห็น และมองหาข้อผิดพลาดในการเขียน เมื่อพร้อมแล้วคุณสามารถเพิ่มหน้าไปยังร้านค้าออนไลน์เพื่อแชร์เรื่องราวของตนเองกับลูกค้าได้

ขั้นตอน:

  1. ป้อนชื่อและเนื้อหาของเว็บเพจดังกล่าว

  2. ในส่วนการแสดงผล ให้เลือกเวลาที่ควรเผยแพร่หน้า ตามค่าเริ่มต้น เว็บเพจใหม่ของคุณจะแสดงผลต่อผู้คนเมื่อคุณคลิกบันทึก เลือกตัวเลือกซ่อน หากต้องการซ่อนเว็บเพจใหม่จากร้านค้าออนไลน์ของคุณ หรือคลิกตั้งวันที่เผยแพร่ เพื่อกำหนดช่วงเวลาเผยแพร่เว็บเพจของคุณ

  3. คลิกที่ “บันทึก"

เมื่อสร้างหน้า “เกี่ยวกับเรา” แล้ว คุณต้องเพิ่มลิงก์ไปยังหน้านั้นจากการนำทางร้านค้าออนไลน์เพื่อให้หน้านั้นปรากฏในเมนู

พร้อมเริ่มต้นการขายด้วย Shopify แล้วหรือยัง

ทดลองใช้งานฟรี