การกำหนดค่าสำหรับ Shopify Payments

หมายเหตุ: Shopify Payments พร้อมใช้งานสำหรับร้านค้าในบางประเทศเท่านั้น หากต้องการดูรายการประเทศที่รองรับ โปรดไปที่ฉันสามารถใช้ Shopify Payments ได้หรือไม่

ตั้งค่าการแจ้งเตือนการรับชำระเงิน

โดยค่าเริ่มต้นแล้ว Shopify จะส่งอีเมลไปหาคุณเมื่อมีการรับชำระเงินใหม่ส่งไปยังบัญชีธนาคารของคุณ โดยเราจะแจ้งจำนวนยอดที่ชำระและแนบลิงก์ไปยังการรับชำระเงินบนร้านค้าของคุณในอีเมลเพื่อให้คุณสามารถตรวจสอบคำสั่งซื้อและรายละเอียดลูกค้าได้ คุณสามารถปิดการแจ้งเตือนด้วยอีเมลเหล่านี้ได้ตามต้องการในการตั้งค่า Shopify Payments

ขั้นตอน:

  1. ในส่วน Shopify Payments ให้คลิกจัดการ 3. ใต้กำหนดการรับชำระเงิน ในส่วนรายละเอียดการรับชำระเงิน ให้ทำเครื่องหมายหรือเลิกทำเครื่องหมายที่เปิดใช้การแจ้งเตือน 4. คลิกบันทึก

ตั้งค่าการป้องกันการทุจริต

Shopify Payments สามารถใช้งานการตรวจสอบการวิเคระห์การทุจริตที่ดียิ่งขึ้นเพื่อแจ้งให้คุณทราบว่าคำสั่งซื้อนั้นๆ มีแนวโน้มที่จะหลอกลวงหรือไม่ โดย Shopify Payments มีตัวกรองการทุจริต 2 ประเภทให้คุณสามารถเลือกใช้งานได้ ซึ่งได้แก่ AVS และ CVV

  • ระบบการตรวจสอบยืนยันที่อยู่ (AVS) - ระบบ AVS เปรียบเทียบส่วนที่เป็นตัวเลขของที่อยู่สำหรับการเรียกเก็บเงินของลูกค้าและรหัสไปรษณีย์กับข้อมูลบนไฟล์ของผู้ออกบัตรเครดิต การทำเช่นนี้จะช่วยลดจำนวนการหลอกลวงอย่างมาก เนื่องจากผู้ใช้ที่ไม่ได้รับอนุญาตมักจะไม่มีที่อยู่สำหรับเรียกเก็บเงินที่ถูกต้อง

  • รหัสยืนยันตัวตนผู้ถือบัตร (CVV) คือหมายเลข 3 หรือ 4 หลักที่อยู่ด้านหลังบัตรเครดิตของลูกค้า บริษัทบัตรเครดิตห้ามมิให้เก็บบันทึกรหัส CVV ดังนั้นการขอหมายเลข CVV จึงเป็นวิธีที่จะทำให้แน่ใจว่าลูกค้ามีบัตรอยู่กับตัว ข้อมูลบัตรเครดิตที่ถูกขโมยมาจากฐานข้อมูลผู้ขายจะไม่มีประโยชน์มากนัก เนื่องจากฐานข้อมูลดังกล่าวจะไม่มีการบันทึกข้อมูล CVV ไว้

หมายเหตุ: ธนาคารบางธนาคารอาจไม่รองรับการตรวจสอบความปลอดภัยของ AVS และ CVV เมื่อเปิดใช้งาน Fraud Filter ของ AVS และ CVV จะมีผลบังคับใช้กับคำสั่งซื้อที่ธนาคารที่ออกบัตรของลูกค้ารองรับการตรวจสอบเหล่านี้เท่านั้น หากธนาคารไม่รองรับการตรวจสอบความปลอดภัยของ AVS หรือ CVV ระบบจะประมวลผลคำสั่งซื้อแต่การตรวจสอบความปลอดภัยจะไม่ถูกปักธงเป็นตัวบ่งชี้ความเสี่ยงในเครื่องมือวิเคราะห์ความเสี่ยง

ขั้นตอน:

  1. ในส่วน Shopify Payments คลิกจัดการ 3. ในส่วนการป้องกันการหลอกลวง ให้ทำเครื่องหมายที่ตัวเลือกที่คุณต้องการใช้เพื่อปฏิเสธค่าใช้จ่ายโดยอัตโนมัติ 4. คลิกบันทึก

วิธีแก้ไขข้อมูลบัญชีธนาคาร

หากคุณเปลี่ยนธนาคารหรือมีการแก้ไขรายละเอียดบัญชีธนาคารของคุณ คุณสามารถอัปเดตข้อมูลดังกล่าวได้ในการตั้งค่า Shopify Payments ของคุณ โดยคุณต้องยืนยันข้อมูลบัญชีธนาคารเก่าของคุณเพื่อแก้ไขข้อมูลธนาคาร

และคุณไม่สามารถใช้บัตรชำระค่าบริการล่วงหน้าที่ออกโดยธนาคารเป็นข้อมูลประจำตัวบัญชีธนาคารเพื่อรับการชำระเงินจาก Shopify Payments

ขั้นตอน:

  1. ในส่วน Shopify Payments ให้คลิกที่จัดการ
  2. ใต้บัญชีสำหรับรับชำระเงินในส่วนรายละเอียดการรับชำระเงิน ให้คลิก "เปลี่ยนบัญชีธนาคาร"
  3. ป้อนข้อมูลบัญชีของคุณ จากนั้นคลิก "บันทึก"

หมายเหตุ: หากคุณเพิ่มบัญชีธนาคารญี่ปุ่น คุณจำเป็นต้องใช้ตัวอักษรคันจิ (ขนาดกว้าง)

วิธีแก้ไขใบแจ้งยอดชำระเงินของลูกค้า

คุณสามารถแก้ไขข้อความที่ปรากฏบนใบแจ้งยอดบัตรเครดิตของลูกค้าเมื่อทำการสั่งซื้อในร้านค้าของคุณได้ โดยคุณต้องเพิ่มหมายเลขโทรศัพท์ของคุณลงไปเพื่อให้ลูกค้าสามารถติดต่อคุณได้เมื่อมีปัญหา และคุณยังสามารถเพิ่มชื่อร้านค้าของคุณลงไปเพื่อให้ลูกค้าทราบว่าค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตดังกล่าวใช้จ่ายไปกับสิ่งใด

ขั้นตอน:

  1. ในส่วน Shopify Payments ให้คลิกที่จัดการ
  2. ในส่วนใบแจ้งยอดการเรียกเก็บเงินของลูกค้า ให้ป้อนคำอธิบายใบแจ้งยอดของลูกค้าและหมายเลขโทรศัพท์ของคุณ จากนั้นคลิกบันทึก

อัปเดตรายละเอียดภาษีของคุณ

ขณะที่คุณตั้งค่า Shopify Payments คุณจำเป็นต้องป้อนรายละเอียดเกี่ยวกับภาษีของคุณ ทุกธุรกิจจำเป็นต้องยื่นเลขประจำตัวผู้เสียภาษี หากคุณเป็นเจ้าของกิจการแต่เพียงผู้เดียวและไม่มีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี คุณสามารถยื่นหมายเลขประกันสังคม (SIN) ของคุณ หรือเลข 4 หลักท้ายของหมายเลขประกันสังคม (SSN) แทนได้

หากเลขประจำตัวผู้เสียภาษีที่คุณส่งมาไม่ถูกต้อง คุณต้องอัปเดตข้อมูลดังกล่าว Shopify จะส่งอีเมลถึงคุณ รวมถึงแจ้งเตือนในหน้าแรกของส่วน Shopify admin ของคุณเมื่อคุณต้องอัปเดตรายละเอียดประจำตัวผู้เสียภาษี

ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2019 เป็นต้นต้นไป คุณจำเป็นต้องติดต่อฝ่ายช่วยเหลือของ Shopify เพื่ออัปเดตรายละเอียดภาษีของคุณ

การยื่นภาษี

ในฐานนะผู้ขาย คุณต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกประการซึ่งรวมถึงการยื่นภาษีด้วย Shopify Payments อาจถูกขอให้รายงานยอดขานของคุณต่อหน่วยงานด้านภาษีในพื้นที่ โดยขึ้นอยู่กับเขตอำนาจตามกฎหมาย

สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และยุโรปมีข้อกำหนดในการรายงานภาษีที่ไม่เหมือนประเทศอื่นๆ

สหรัฐอเมริกา

ในสหรัฐอเมริกา คุณจำเป็นต้องยื่นแบบฟอร์ม 1099-K ไปให่ IRS ในกรณีที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ต่อไปนี้:

  • คุณมียอดรวมธุรกรรมมากกว่า $20,000 และทำธุรกรรมมากกว่า 200 ครั้ง
  • คุณถึงขีดจำกัดส่วนบุคคลตามเกณฑ์ของรัฐของคุณ

ฟอร์มนี้จัดทำโดย Shopify Payments และจะส่งให้ทั้งกับคุณและ IRS ทุกปีเป็นประจำ มีเพียงเจ้าของร้านค้าเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแบบฟอร์ม 1099-K ได้

แบบฟอร์มที่คุณได้รับจาก Shopify จะบึนทึกเฉพาะการทำธุรกรรมที่ดำเนินการโดย Shopify Payments เท่านั้น การทำธุรกรรมที่ช่องทางการชำระเงินอื่นๆ เป็นผู้ประมวลผล เช่น PayPal นั้นจะถูกบันทึกในแบบฟอร์มที่แยกต่างหากของช่องทางดังกล่าว

เจ้าของร้านสามารถดาวน์โหลดสำเนาฟอร์ม 1099-K ได้ในส่วนการชำระเงินของ Shopify admin

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบบฟอร์ม 1099-K ในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ IRS

  1. ในส่วน Shopify Payments คลิกดูการรับชำระเงิน
  2. คลิก เอกสาร
  3. คลิก ดาวน์โหลด PDF ที่อยู่ถัดจากฟอร์มภาษี 1099-K

หากคุณต้องการดูรายการธุรกรรมที่จะถูกบันทึกในแบบฟอร์ม 1099-K ของคุณ เจ้าของร้านค้าจะสามารถดาวน์โหลดรายการดังกล่าวได้ในรูปแบบ CSV

  1. ในส่วน Shopify Payments คลิกดูการรับชำระเงิน
  2. คลิก ธุรกรรม
  3. คลิกที่ส่งออก
  4. เลือก การทำธุรกรรม 1099-K
  5. เลือกช่วงวันที่ของการทำธุรกรรมที่จะดาวน์โหลด
  6. คลิกส่งออกรายการ

ออสเตรเลีย

ในออสเตรเลีย คุณจำเป็นต้องส่งจำนวน GST ที่จ่ายไปกับค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมให้แก่รัฐบาล โดยสามารถดาวน์โหลดใบเสร็จที่ระบบออกให้ หรือส่งออกไฟล์พร้อมข้อมูลธุรกรรมของคุณ เพื่อรับข้อมูลดังกล่าวได้

วิธีดาวน์โหลดใบแจ้งหนี้ที่จัดทำขึ้น

คุณสามารถดาวน์โหลดใบแจ้งหนี้รายเดือนเพื่อส่งไปพร้อมกับการขอคืนภาษีได้ โดยใบแจ้งหนี้แต่ละใบจะมีข้อมูล GST ทั้งหมดที่จ่ายไปกับค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมของคำสั่งซื้อทั้งหมดบนร้านค้าของคุณในเดือนนั้นๆ ฟีเจอร์นี้ใช้เขตเวลา UTC ซึ่งอาจแตกต่างไปจากเขตเวลาของร้านค้าของคุณ หากคุณต้องการรายงานที่ใช้เขตเวลาของร้านค้าคุณ คุณสามารถส่งออกรายการธุรกรรมในร้านค้าของคุณเป็นไฟล์ CSV ได้ ส่วนเอกสารจะมีให้บริการสำหรับเจ้าของร้านเท่านั้น พนักงานจะไม่สามารถเข้าถึงส่วนนี้ได้ แม้ว่าจะได้รับสิทธิ์อนุญาตที่มีอยู่ทั้งหมดก็ตาม

ระบบจะสร้างใบแจ้งหนี้ประจำเดือนในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป ตัวอย่างเช่น ระบบจะสร้างใบแจ้งหนี้ประจำเดือนมิถุนายนในวันที่ 5 กรกฎาคม หากคุณไม่มีธุรกรรมกับ Shopify Payments ในเดือนใดๆ ระบบก็จะไม่สร้างใบแจ้งหนี้ประจำเดือนนั้น

ขั้นตอน:

  1. ในส่วน Shopify Payments คลิกดูการรับชำระเงิน
  2. คลิก เอกสาร
  3. ในกล่องโต้ตอบสำหรับเอกสารทางภาษี ให้คลิกดาวน์โหลด PDF ที่อยู่ข้างใบแจ้งหนี้ที่คุณต้องการดาวน์โหลด

ตอนนี้คุณก็สามารถยื่นใบแจ้งหนี้นี้พร้อมกับการขอคืนภาษีของคุณได้แล้ว

วิธีส่งออกธุรกรรม

คุณสามารถส่งออกรายการธุรกรรมในร้านค้าของคุณเป็นไฟล์ CSV ได้ ไฟล์ CSV จะมีคอลัมน์ GST สำหรับผู้ขายในออสเตรเลีย

ขั้นตอน:

  1. ในส่วน Shopify Payments คลิกปุ่มดูการรับชำระเงิน
  2. คลิก ธุรกรรม
  3. คลิกที่ส่งออก แล้วเบราว์เซอร์ของคุณจะเริ่มดาวน์โหลด ไฟล์ CSV
  4. เปิดไฟล์ CSV ในเครื่องมือแก้ไขสเปรดชีต
  5. คอลัมน์สุดท้ายของไฟล์ CSVจะแสดงจำนวน GST ที่รวบรวมมากจากธุรกรรมแต่ละรายการ
  6. ใช้เครื่องมือ SUM ในการคำนวณจำนวน GST ที่คุณได้รวบรวมมาทั้งหมด

สิงคโปร์

ในสิงคโปร์ คุณจำเป็นต้องส่งจำนวน GST ที่จ่ายไปกับค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมให้แก่รัฐบาล หากต้องการรับข้อมูลดังกล่าว คุณสามารถดาวน์โหลดใบแจ้งหนี้ที่ระบบสร้างขึ้นให้ หรือส่งออกไฟล์ที่มีข้อมูลธุรกรรมของคุณได้

วิธีดาวน์โหลดใบแจ้งหนี้ที่จัดทำขึ้น

คุณสามารถดาวน์โหลดใบแจ้งหนี้รายเดือนเพื่อส่งไปพร้อมกับการขอคืนภาษีได้ โดยใบแจ้งหนี้แต่ละใบจะมีข้อมูล GST ทั้งหมดที่จ่ายไปกับค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมของคำสั่งซื้อทั้งหมดของร้านค้าของคุณในเดือนนั้นๆ ฟีเจอร์นี้ใช้เขตเวลา UTC ซึ่งอาจแตกต่างไปจากเขตเวลาของร้านค้าของคุณ หากคุณต้องการรายงานที่ใช้เขตเวลาของร้านค้าคุณ คุณสามารถส่งออกรายการธุรกรรมในร้านค้าคุณเป็นไฟล์ CSV ได้ ส่วนเอกสารจะมีให้บริการสำหรับเจ้าของร้านเท่านั้น พนักงานจะไม่สามารถเข้าถึงส่วนนี้ได้ แม้ว่าจะได้รับสิทธิ์อนุญาตที่มีอยู่ทั้งหมดก็ตาม

ระบบจะสร้างใบแจ้งหนี้ประจำเดือนในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป ตัวอย่างเช่น ระบบจะสร้างใบแจ้งหนี้ประจำเดือนมิถุนายนในวันที่ 5 กรกฎาคม หากคุณไม่มีธุรกรรมกับ Shopify Payments ในเดือนใดๆ ระบบก็จะไม่สร้างใบแจ้งหนี้ประจำเดือนนั้น

ขั้นตอน:

  1. ในส่วน Shopify Payments คลิกดูการรับชำระเงิน
  2. คลิก เอกสาร
  3. ในกล่องโต้ตอบสำหรับเอกสารทางภาษี ให้คลิกดาวน์โหลด PDF ที่อยู่ข้างใบแจ้งหนี้ที่คุณต้องการดาวน์โหลด

ตอนนี้คุณก็สามารถยื่นใบแจ้งหนี้นี้พร้อมกับการขอคืนภาษีของคุณได้แล้ว

วิธีส่งออกธุรกรรม

คุณสามารถส่งออกรายการธุรกรรมของร้านค้าของคุณเป็นไฟล์ CSV ได้ โดยไฟล์ CSV จะมีคอลัมน์ GST สำหรับผู้ขายในสิงคโปร์

ขั้นตอน:

  1. ในส่วน Shopify Payments คลิกปุ่มดูการรับชำระเงิน
  2. คลิก ธุรกรรม
  3. คลิกที่ส่งออก แล้วเบราว์เซอร์ของคุณจะเริ่มดาวน์โหลด ไฟล์ CSV
  4. เปิดไฟล์ CSV ในเครื่องมือแก้ไขสเปรดชีต
  5. คอลัมน์สุดท้ายของไฟล์ CSVจะแสดงจำนวน GST ที่รวบรวมมากจากธุรกรรมแต่ละรายการ
  6. ใช้เครื่องมือ SUM ในการคำนวณจำนวน GST ที่คุณได้รวบรวมมาทั้งหมด

ยุโรป

ค่าธรรมเนียม Shopify Payments ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับร้านค้าในยุโรปยกเว้นประเทศไอร์แลนด์ คุณอาจจำเป็นต้องคิด VAT ในอัตราภาษีที่สามารถเรียกเก็บได้ในประเทศเมื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มของคุณ หากต้องการรับข้อมูลนี้คุณสามารถดาวน์โหลดใบแจ้งหนี้ที่สร้างขึ้น หรือส่งออกไฟล์พร้อมข้อมูลธุรกรรมของคุณได้

สำรับร้านค้าในไอร์แลนด์จะถูกเรียกเก็บ VAT 23% เพิ่มเติมจากค่าธรรมเนียม Shopify Payments

วิธีดาวน์โหลดใบแจ้งหนี้ที่จัดทำขึ้น

คุณสามารถดาวน์โหลดใบแจ้งหนี้รายเดือนเพื่อส่งไปพร้อมกับการขอคืนภาษีได้ โดยใบแจ้งหนี้แต่ละฉบับจะมีข้อมูลภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งหมดที่จ่ายไปกับค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมของคำสั่งซื้อทั้งหมดบนร้านค้าของคุณในเดือนนั้นๆ ฟีเจอร์นี้ใช้เขตเวลา UTC ซึ่งอาจแตกต่างไปจากเขตเวลาของร้านค้าของคุณ หากคุณต้องการรายงานตามเขตเวลาของร้านค้าของคุณ คุณสามารถส่งออกรายการธุรกรรมในร้านค้าของคุณเป็นไฟล์ CSV ได้

ระบบจะสร้างใบแจ้งหนี้ประจำเดือนในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป ตัวอย่างเช่น ระบบจะสร้างใบแจ้งหนี้ประจำเดือนมิถุนายนในวันที่ 5 กรกฎาคม หากคุณไม่มีธุรกรรมกับ Shopify Payments ในเดือนใดๆ ระบบก็จะไม่สร้างใบแจ้งหนี้ประจำเดือนนั้น

ขั้นตอน:

  1. ในส่วน Shopify Payments คลิกดูการรับชำระเงิน
  2. คลิก เอกสาร
  3. ในกล่องโต้ตอบสำหรับเอกสารทางภาษี ให้คลิกดาวน์โหลด PDF ที่อยู่ข้างใบแจ้งหนี้ที่คุณต้องการดาวน์โหลด

ตอนนี้คุณก็สามารถยื่นใบแจ้งหนี้นี้พร้อมกับการขอคืนภาษีของคุณได้แล้ว

วิธีส่งออกธุรกรรม

คุณสามารถส่งออกรายการธุรกรรมในร้านค้าของคุณเป็นไฟล์ CSV ได้ ไฟล์ CSV จะมีคอลัมน์ภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับผู้ขายในยุโรป

ขั้นตอน:

วิธีส่งออกธุรกรรม

  1. ในส่วน Shopify Payments คลิกดูการรับชำระเงิน
  2. คลิก ธุรกรรม
  3. คลิกที่ส่งออก แล้วเบราว์เซอร์ของคุณจะเริ่มดาวน์โหลด ไฟล์ CSV
  4. เปิดไฟล์ CSV ในเครื่องมือแก้ไขสเปรดชีต
  5. คอลัมน์สุดท้ายของไฟล์ CSV จะแสดงจำนวน VAT ที่รวบรวมมาจากธุรกรรมแต่ละรายการ
  6. ใช้เครื่องมือ SUM ในการคำนวณจำนวน VAT ที่คุณได้รวบรวมมาทั้งหมด

ยืนยันตัวตนของคุณ

เมื่อใดก็ตามที่ Shopify และพาร์ทเนอร์ทางการธนาคารอาจขอให้คุณตรวจสอบยืนยันตัวตนของคุณ ในกรณีเช่นนี้ ส่วนใหญ่เราจะขอให้คุณส่งเอกสารยืนยันตัวตนที่มีรูปถ่ายซึ่งออกโดยรัฐบาลออก พร้อมด้วยเอกสารประกอบธุรกิจที่จำเป็น

หากธุรกิจของคุณต้องใช้เอกสารยืนยันใดๆ เจ้าของบัญชีผู้ใช้สามารถอัปโหลดเอกสารที่จำเป็นจากแบนเนอร์ที่ปรากฏในหน้าแรกของ Shopify ได้ ในระหว่างการตรวจสอบยืนยัน การรับชำระเงินของคุณอาจถูกระงับไว้จนกว่าตัวตนของคุณจะได้รับการยืนยันแล้ว โดยทั่วไปร้านค้าของคุณจะยังคงเปิดอยู่และลูกค้าจะยังคงสามารถซื้อสินค้าของคุณได้ตามปกติ

พร้อมเริ่มต้นการขายด้วย Shopify แล้วหรือยัง

ทดลองใช้งานฟรี