การตั้งค่า Shopify Payments

หมายเหตุ: Shopify Payments พร้อมใช้งานสำหรับร้านค้าในบางประเทศเท่านั้น หากต้องการดูรายการประเทศที่รองรับ โปรดไปที่ฉันสามารถใช้ Shopify Payments ได้หรือไม่

หลังจากตั้งค่า Shopify Payments เสร็จสิ้น ลูกค้าจะสามารถชำระเงินให้ร้านค้าของคุณด้วยบัตรเครดิตได้ คุณสามารถเปิดใช้งาน Shopify Payments ได้จากหน้าผู้ให้บริการด้านการชำระเงินในการตั้งค่า Shopify ในขั้นตอนตั้งค่า Shopify Payments คุณจำเป็นต้องป้อนข้อมูลต่อไปนี้

  • หมายเลขประจำตัวผู้ว่าจ้างของคุณ (EIN)
  • ข้อมูลธนาคารของคุณ

อาจมีข้อมูลสำหรับการตั้งค่า Shopify Payments ที่จำเป็นเพิ่มเติม ซึ่งขึ้นอยู่กับภูมิภาคของคุณ

การรับการชำระเงิน

เมื่อสร้างร้านค้า Shopify ของคุณและใช้งาน Shopify Payments คุณจะถูกตั้งค่าให้ยอมรับวิธีการชำระเงินหลักทั้งหมดโดยอัตโนมัติ อัตราค่าใช้บัตรของคุณขึ้นอยู่กับแผน Shopify ของคุณ และคุณสามารถเปลี่ยนแผนได้ทุกเมื่อที่คุณต้องการ

ธุรกิจในสหรัฐอเมริกาสามารถรับบัตรเครดิตและบัตรเดบิตจาก Visa, Mastercard, American Express, JCB, Discover และ Diners Club ได้

ธุรกิจในประเทศออสเตรเลีย, เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน, ไอร์แลนด์, อิตาลี, ญี่ปุ่น, นิวซีแลนด์, สิงคโปร์, สเปน และสหราชอาณาจักรสามารถรับบัตรเครดิตและบัตรเดบิต Visa, Mastercard และ American Express ได้

ธุรกิจในแคนาดาสามารถรับบัตรเดบิตและเครดิตของ Visa, Mastercard และ American Express ได้ นอกจากนี้ ธุรกิจในแคนาดาโดยใช้ Shopify POS โฉมใหม่สามารถรับบัตรเดบิต Interac สำหรับการทำธุรกรรมในร้านค้าได้สูงสุด 100 ดอลลาร์แคนาดาโดยใช้เครื่องอ่านบัตรระบบแตะและระบบชิป

ธุรกิจในเดนมาร์กสามารถรับบัตรเดบิตและบัตรเครดิตของ Visa, Mastercard และ American Express ได้ หากคุณต้องการรับการชำระเงินโดย MobilePay คุณจำเป็นต้องเปิดใช้งานผู้ให้บริการการชำระเงินรายอื่นในการตั้งค่าช่องทางการชำระเงินอื่นของ Shopify

ธุรกิจในเยอรมนีสามารถรับบัตรเดบิตและบัตรเครดิตของ Visa, Mastercard และ American Express รวมถึงการชำระเงินโดย SOFORT และ Klarna Pay Later

ธุรกิจในสวีเดนสามารถรับบัตรเดบิตของ Visa, Mastercard และ American Express รวมถึงการชำระเงินโดยใช้ Klarna pay Pay Now, Pay Later หรือ Slice It

ธุรกิจในประเทศเนเธอร์แลนด์สามารถรับบัตรเดบิตและบัตรเครดิตของ Visa, Mastercard และ American Express รวมถึงการชำระเงินโดย iDEAL

ธุรกิจในสวีเดนสามารถรับบัตรเดบิตของ Visa, Mastercard และ American Express รวมถึงการชำระเงินโดยใช้ Klarna Pay Now, Klarna Pay Later หรือ Klarna Slice It

หมายเหตุ: คุณสามารถรับยอดเงินในสกุลเงินที่แตกต่างจากสกุลเงินที่คุณขายสินค้าในขณะที่ใช้ Shopify Payments ได้ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่การขายสินค้าและการรับชำระเงินในสกุลเงินต่างๆ

ค่าใช้จ่ายสำหรับ Shopify Payments

ค่าใช้จ่ายสำหรับ Shopify Payments แตกต่างกันไปตามแผนของคุณ คุณสามารถลดอัตราค่าใช้บัตรเครดิตลงได้ด้วยการอัปเกรดการสมัครใช้งาน Shopify ของคุณได้ คุณสามารถดูรายการการกำหนดราคาแยกย่อยตามแผนได้ในหน้าการกำหนดราคาของ Shopify

นอกเหนือจากอัตราค่าใช้บัตรเครดิตและค่าธรรมเนียมการสมัครใช้งานสำหรับแผน Shopify ของร้านค้าแล้ว จะไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือน ค่าธรรมเนียมแอบแฝง และค่าธรรมเนียมการสร้างใดๆ สำหรับ Shopify Payments ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการรับบัตรจาก American Express ขณะที่คุณใช้งาน Shopify Payments เป็นตัวประมวลผลของคุณ คุณจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมธุรกรรมการสมัครใช้งานอื่นๆ

หากคุณตัดสินใจเปลี่ยนแผนไม่ว่าเมื่อไรก็ตาม ระบบก็จะอัปเดตอัตราบัตรเครดิต Shopify Payments ของคุณให้ เมื่อเปิดใช้งาน Shopify Payments ระบบจะเลิกเรียกเก็บค่าธุรกรรมในการสมัครสมาชิกที่อยู่ในรายการในหน้ากำหนดราคาของ Shopify ในทำนองเเดียวกัน หากคุณใช้งาน Shopify Payments แล้วเปลี่ยนไปใช้ผู้ประมวลผลการชำระเงินรายอื่น ระบบจะเริ่มเก็บค่าธุรกรรมในการสมัครสมาชิกของ Shopify ค่าธรรมเนียมเหล่านี้คิดเพิ่มจากค่าธรรมเนียมที่คุณต้องชำระแก่ผู้ประมวลผลการชำระเงินจากภายนอก

ค่าธรรมเนียมทั้งหมดสำหรับการรับชำระเงินแต่ละครั้งและธุรกรรมที่รอดำเนินการจะแสดงอยู่ในตารางธุรกรรม คุณสามารถดูข้อมูลในเบราว์เซอร์หรือส่งออกเป็นไฟล์ CSV ได้

หมายเหตุ: เบราว์เซอร์ของคุณจะดาวน์โหลดไฟล์ CSV ที่ส่งออกที่มีธุรกรรมไม่เกิน 50 รายการ ส่วนกรณีที่ส่งออกไฟล์ CSV ที่มีธุรกรรมมากกว่า 50 รายการจะส่งไปยังอีเมลของคุณและเจ้าของร้านค้า Shopify

วิธีการ

  1. จากส่วน Shopify admin ให้ไปที่การตั้งค่า > ผู้ให้บริการการชำระเงิน > ดูการชำระเงินทั้งหมด

  2. คลิกดูธุรกรรม

  3. คลิกที่ส่งออก

  4. เลือกช่วงของธุรกรรมที่ต้องการส่งออก เลือกประเภทไฟล์ CSV แล้วคลิกส่งออกยอดคงเหลือธุรกรรม

ไฟล์ CSV จะมีข้อมูลดังต่อไปนี้

Transaction Date วันและเวลาที่การทำธุรกรรมเกิดขึ้น รวมถึงเขตเวลา ตัวอย่าง: 2017-06-20 11:26:40 -0400
Type ประเภทของธุรกรรม ตัวอย่าง: การปรับปรุงหรือก่ารคืนเงิน
Order จำนวนที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งซื้อ
Card Brand ประเภทของบัตรที่ใช้สำหรับการทำธุรกรรม ตัวอย่าง: Visa
Card Source วิธีการเรียกเก็บเงินจากบัตร ตัวอย่าง: รูดบัตร
Payout Status สถานะการรับชำระเงินของธุรกรรม ตัวอย่าง: รอดำเนินการ
Payout Date วันที่รับชำระเงิน
Available On วันที่จะได้รับชำระเงิน
Amount จำนวนเงินของธุรกรรม
Fee ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากธุรกรรม
Net ความแตกต่างระหว่างจำนวนเงินและค่าธรรมเนียม

ข้อกำหนดเกี่ยวกับบัญชีธนาคารสำหรับ Shopify Payments

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัญชีธนาคารของคุณตรงตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้ก่อนที่จะเชื่อมบัญชีดังกล่าวกับ Shopify Payments

  • บัญชีเป็นบัญชีกระแสรายวันแบบเต็มรูปแบบ หรือเป็นดุลบัญชีเดินสะพัดในสหราอาณาจักรหรือไอร์แลนด์
  • บัญชีใช้สกุลเงินสำหรับการรับชำระเงินตามภูมิภาคของคุณ
  • บัญชีสามารถรับการโอนเงินผ่านแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้

หมายเหตุ: Shopify Payments ไม่รองรับบัญชีออมทรัพย์ บัญชีสกุลเงินเฟล็ก บัญชีเสมือน และบริการการโอนเงินที่เลียนแบบบัญชีธนาคาร

ในแต่ละภูมิภาคยังมีข้อกำหนดท้องถิ่นที่เจ้าของบัญชีธนาคารต้องปฏิบัติตาม

  • ออสเตรเลีย บัญชีธนาคารต้องเป็นของธนาคารที่ตั้งอยู่ในออสเตรเลียและใช้สกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย อีกทั้งต้องมีสิทธิ์ใช้การโอนเงิน BECS
  • ออสเตรีย - บัญชีธนาคารต้องใช้สกุลเงินยูโรและมีสิทธิ์สำหรับการโอนเงิน SEPA อีกทั้งต้องมี IBAN ที่เริ่มต้นด้วยตัวอักษร AT, BE, CH, DE, DK, EE, ES, FI, FR, GB, GI, IE, IT, LU, NL, NO, PT หรือ SE
  • แคนาดา - หากคุณใช้ดอลลาร์แคนาดาในการรับชำระเงิน บัญชีธนาคารจะต้องเป็นของธนาคารที่ตั้งอยู่ในแคนาดาและใช้สกุลเงินดอลลาร์แคนาดา อีกทั้งต้องมีสิทธิ์สำหรับการโอนเงิน ACH
    แต่หากสกุลเงินที่ใช้สำหรับการรับชำระเงินของคุณเป็นดอลลาร์สหรัฐ บัญชีธนาคารดังกล่าวจะต้องเป็นของธนาคารที่ตั้งอยู่ในแคนาดาหรือสหรัฐฯ และใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งต้องมีสิทธิ์ในการโอนเงินแบบ ACH
  • เดนมาร์ก - หากสกุลเงินของการรับชำระเงินของคุณเป็นยูโร บัญชีธนาคารต้องเป็นสกุลเงินยูโร และมีสิทธิ์สำหรับการโอนเงิน SEPA รวมถึงต้องมี IBAN ที่เริ่มต้นด้วยตัวอักษรต่อไปนี้: AT, BE, CH, DE, DK, EE, ES, FI, FR, GB, GI, IE, IT, LU, NL, NO, PT หรือ SE หากสกุลเงินที่ใช้ในการรับชำระเงินของคุณเป็น DKK บัญชีธนาคารจะต้องเป็นสกุลเงิน DKK และมีสิทธิ์สำหรับการโอนเงิน SEPA รวมถึงต้องมี IBAN ที่เริ่มต้นด้วย DK
  • เยอรมนี บัญชีธนาคารต้องใช้สกุลเงินยูโรและมีสิทธิ์สำหรับการโอนเงิน SEPA อีกทั้งต้องมี IBAN ที่เริ่มต้นด้วยตัวอักษร AT, BE, CH, DE, DK, EE, ES, FI, FR, GB, GI, IE, IT, LU, NL, NO, PT หรือ SE
  • เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน บัญชีธนาคารต้องเป็นของธนาคารที่ตั้งอยู่ในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและใช้สกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกง
  • ไอร์แลนด์ บัญชีธนาคารต้องเป็นของธนาคารที่ตั้งอยู่ในไอร์แลนด์และใช้สกุลเงินยูโร อีกทั้งต้องมีสิทธิ์สำหรับการโอนเงิน FPS
  • อิตาลี - บัญชีธนาคารต้องเป็นบัญชีธนาคารธุรกิจในสกุลเงิน EUR และมีสิทธิ์สำหรับการโอนเงิน SEPA รวมถึงต้องมี IBAN เริ่มต้นด้วยตัวอักษรต่อไปนี้เท่านั้น AT, BE, CH, DE, DK, EE, ES, FI, FR, GB, GI, IE, IT, LU, NL, NO, PT หรือ SE
  • ญี่ปุ่น บัญชีธนาคารต้องเป็นของธนาคารที่ตั้งอยู่ในญี่ปุ่นซึ่งเป็นบัญชี Futsu และะใช้สกุลเงินเยน
  • เนเธอร์แลนด์ - บัญชีธนาคารต้องเป็นบัญชีธนาคารธุรกิจในสกุลเงิน EUR และมีสิทธิ์สำหรับการโอนเงิน SEPA รวมถึงต้องมี IBAN เริ่มต้นด้วยตัวอักษรต่อไปนี้เท่านั้น AT, BE, CH, DE, DK, EE, ES, FI, FR, GB, GI, IE, IT, LU, NL, NO, PT หรือ SE
  • นิวซีแลนด์ บัญชีธนาคารต้องเป็นของธนาคารที่ตั้งอยู่ในนิวซีแลนด์และใช้สกุลเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ อีกทั้งต้องมีสิทธิ์สำหรับการโอนเงิน BECS
  • สิงคโปร์ บัญชีธนาคารต้องเป็นของธนาคารที่ตั้งอยู่ในสิงคโปร์และใช้สกุลเงินดอลลาร์สิงคโปร์
  • สเปน บัญชีธนาคารต้องใช้สกุลเงินยูโรและมีสิทธิ์สำหรับการโอนเงิน SEPA อีกทั้งต้องมี IBAN ที่เริ่มต้นด้วยตัวอักษร AT, BE, CH, DE, DK, EE, ES, FI, FR, GB, GI, IE, IT, LU, NL, NO, PT หรือ SE.
  • สวีเดน - หากรับชำระเป็นสกุลเงินยูโร บัญชีธนาคารก็ต้องใช้สกุลเงินยูโรและมีสิทธิ์โอนเงิน SEPA อีกทั้งต้องมี IBAN ที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร AT, BE, CH, DE, DK, EE, ES, FI, FR, GB, GI, IE, IT, LU, NL, NO, PT หรือ SE หากรับชำระเป็นสกุลเงินโครนาสวีเดน บัญชีธนาคารต้องใช้สกุลเงินโครนาและมีสิทธิ์สำหรับการโอนเงิน SEPA อีกทั้งต้องมี IBAN ที่ขึ้นต้นด้วย SE
  • สหราชอาณาจักร บัญชีธนาคารต้องเป็นของธนาคารที่ตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักรและใช้สกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง อีกทั้งต้องมีสิทธิ์สำหรับการโอนเงิน FPS
  • สหรัฐอเมริกา บัญชีธนาคารต้องเป็นของธนาคารที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกาและใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งต้องมีสิทธิ์สำหรับการโอนเงิน ACH

บัญชีกระแสรายวันส่วนใหญ่สามารถรับประเภทการโอนเงินผ่านธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ที่ระบุไว้ข้างต้นได้ แต่บัญชีกระแสรายวันที่ถูกตั้งค่าให้รับได้เฉพาะการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารเท่านั้นจะไม่สามารถใช้งาน Shopify Payments ได้ เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัญชีของคุณสามารถรับประเภทการโอนเงินที่ระบุไว้ข้างต้นในภูมิภาคของคุณได้ โปรดติดต่อธนาคารของคุณ

ตั้งค่า Shopify Payments

ก่อนที่คุณจะตั้งค่า Shopify Payments คุณควรตัดสินใจเลือกสกุลเงินของร้านค้าของคุณ สกุลเงินของร้านค้าของคุณคือสกุลเงินที่ใช้ในส่วน Shopify admin ของคุณ เป็นสกุลเงินที่คุณใช้กำหนดราคาสินค้าของคุณและที่ใช้ในรายงานของคุณ คุณควร เลือกสกุลเงินของร้านค้า ก่อนทำการขายครั้งแรก หากคุณจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงสกุลเงินของร้านค้าหลังจากที่ทำการขายครั้งแรกไปแล้ว ให้ ติดต่อฝ่ายช่วยเหลือของ Shopify เพื่อเปลี่ยนแปลงสกุลเงินของร้านค้าของคุณ

เฉพาะเจ้าของร้านค้าเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนผู้ให้บริการการชำระเงินได้

วิธีการ

  1. เปิดใช้งาน Shopify Payments ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งต่อไปนี้: - หากคุณยังไม่ได้ตั้งค่าผู้ให้บริการการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตในบัญชีผู้ใช้ของคุณ ให้คลิกดำเนินการตั้งค่าบัญชีผู้ใช้ให้เสร็จสิ้น ในส่วน Shopify Payments

    • หากคุณใช้งานผู้ให้บริการการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตรายอื่นอยู่ ให้คลิกเปิดใช้งาน Shopify Payments ในกล่อง Shopify Payments จากนั้นเปิดใช้งาน Shopify Payments ในกล่องโต้ตอบ วิธีนี้จะเป็นการลบผู้ให้บริการการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตรายอื่นออกจากบัญชีผู้ใช้ของคุณ
  2. ป้อนรายละเอียดที่จำเป็นเกี่ยวกับ ร้านค้าและข้อมูลการธนาคารของคุณ จากนั้นคลิก บันทึก

หมายเหตุ: หากร้านค้าของคุณตั้งอยู่ในยุโรป คุณจำเป็นต้องให้หมายเลขภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือระบุว่าไม่มีหมายเลขดังกล่าว เมื่อคุณให้หมายเลข VAT มา Shopify จะตรวจสอบหมายเลขดังกล่าวผ่านระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีมูลค่าเพิ่ม (VIES)

วิธีการตั้งค่าบัญชีผู้ใช้ให้เสร็จสมบูรณ์

เมื่อตั้งค่าบัญชีผู้ใช้ Shopify Payments คุณจะต้องกรอกแบบฟอร์มอย่างถูกต้องให้สมบูรณ์เพื่อลดปัญหาการตรวจสอบยืนยันจากพาร์ทเนอร์ด้านการธนาคารของเราในอนาคต

ในส่วนรายละเอียดธุรกิจ ให้เลือกประเภทธุรกิจ เพิ่มหมายเลขธุรกิจ EIN หรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (TIN) (ถ้ามี) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าธุรกิจของคุณอยู่ในประเทศใด ที่อยู่ในส่วนนี้ควรเป็นที่อยู่ที่ระบุไว้ในเอกสารการก่อตั้งธุรกิจใดๆ ก็ตามที่คุณมี

หากคุณตั้งค่าบัญชีผู้ใช้ Shopify Payments เป็น LLC หรือกิจการ คุณจะยังจำเป็นต้องใส่ชื่อและวันเกิดของบุคคลในธุรกิจที่ระบุไว้ในรายละเอียดส่วนบุคคล นี่คือข้อกำหนดจากพาร์ทเนอร์ด้านการธนาคารของเราเพื่อการตรวจสอบยืนยัน

หมายเหตุ: ชื่อจริงและนามสกุลจะต้องตรงกับสิ่งที่แสดงบนบัตรประจำตัวที่รัฐบาลของคุณออกให้ หากคุณเลือกที่จะป้อนชื่อร้านค้าหรือนามแฝง บัญชีผู้ใช้จะไม่ผ่านการตรวจสอบยืนยันเมื่อคุณส่ง ID ของคุณเพื่อตรวจสอบยืนยันในอนาคต

คำขอ ID เอกสารและวันเกิดอยู่ในส่วน B1-3 ของข้อตกลงต่อข้อกำหนดในการใช้บริการของ Shopify Payments หากต้องการตรวจสอบข้อกำหนดในการใช้บริการของเราทั้งหมดให้เลื่อนไปที่ด้านล่างของหน้าแล้วเลือกประเทศของคุณ

หลังจากที่คุณตั้งค่า Shopify Payments คุณสามารถ กำหนดการตั้งค่าของคุณ หรือ สร้างธุรกรรมสำหรับทดสอบในร้านค้าของคุณได้

หากคุณต้องการถ่ายโอนกรรมสิทธิ์บัญชีผู้ใช้ Shopify Payments ของคุณ โปรดติดต่อฝ่ายช่วยเหลือของ Shopify หากคุณขายร้านค้าของคุณโดยใช้ Exchange Marketplace ของ Shopify Exchange จะเป็นผู้ดูแลขั้นตอนดังกล่าว

พร้อมเริ่มต้นการขายด้วย Shopify แล้วหรือยัง

ทดลองใช้งานฟรี