การใช้ไฟล์ CSV

คุณใช้ไฟล์ CSV (ค่าที่คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค) สำหรับนำเข้าสินค้าไปยังร้านค้าของคุณ และสำหรับส่งออกสินค้าจากร้านค้าของคุณ เมื่อใช้ไฟล์ CSV คุณจะสามารถนำเข้าหรือส่งออกสินค้าและรายละเอียดจำนวนมหาศาลได้ในแต่ละครั้ง ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ได้ในกรณีที่คุณต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลสินค้าหลายรายการในครั้งเดียวระหว่าง Shopify กับระบบอื่น

ไฟล์ CSV

CSV คือค่าที่คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาคซึ่งเป็นรูปแบบไฟล์ (.csv) สำหรับสเปรดชีต คุณสามารถใช้ไฟล์ CSV เพื่อนำเข้าหรือส่งออกสินค้า ลูกค้า สินค้าคงคลัง คำสั่งซื้อ (เฉพาะส่งออก) และส่วนลด (เฉพาะนำเข้า) ได้

ไฟล์ดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อคุณกำลังเปลี่ยนจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอื่นมาใช้งาน Shopify หรือจำเป็นต้องนำเข้ารายชื่อบัญชีผู้ใช้ลูกค้า รวมทั้งต้องการอัปโหลดสินค้าโดยใช้งานสเปรดชีต

ไฟล์ CSV อาจดูแปลกตาในช่วงแรก แต่หลังจากที่คุณเข้าใจรูปแบบและวิธีการทำงานของไฟล์แล้ว คุณอาจจะเลือกใช้ไฟล์ดังกล่าวกับหลายๆ งาน

ไฟล์ CSV ของคุณต้องมีการเข้ารหัส UTF-8

ในไฟล์ CSV แต่ละรายการจะแทนเซลล์ในสเปรดชีต แต่ละบรรทัดจะแทนแถวใหม่ และแต่ละจุลภาคจะแสดงตำแหน่งที่รายการหนึ่งสิ้นสุดลงแล้วเริ่มต้นอีกหนึ่งรายการ

ตัวอย่างเช่น ข้อมูลในไฟล์ CSV ของลูกค้านี้:

ในโปรแกรมสเปรดชีตจะมีลักษณะเช่นนี้:

หมายเหตุ: Shopify แนะนำให้คุณใช้ Google ชีต เพื่อทำงานร่วมกับไฟล์ CSV ของคุณ หากต้องการใช้งาน Google ชีต คุณต้องนำเข้าไฟล์ CSV มาในโปรแกรม หลังจากที่คุณแก้ไขสิ่งต่างๆ แล้ว ให้ส่งออกไฟล์ CSV ไปยังคอมพิวเตอร์ของคุณ ตัวอักษรพิเศษอาจทำงานไม่ถูกต้องในไฟล์ CSV ที่ถูกส่งออก แล้วนำไปแก้ไขด้วยโปรแกรมสเปรดชีตอื่น และนำกลับเข้าสู่ Shopify อีกครั้ง

การนำเข้าไฟล์ CSV ไปยัง Google ชีต

เมื่อคุณส่งออกไฟล์ CSV จาก Shopify admin ไฟล์จะเป็น .csv ในเครื่องมือแก้ไขข้อความแรกเริ่มบนคอมพิวเตอร์ของคุณ คุณยังสามารถใช้เครื่องมือแก้ไขข้อความแสดงแทนได้ แต่ขอแนะนำให้คุณใช้โปรแกรมสเปรดชีตเพื่อดูและแก้ไขไฟล์ CSV แทน

หมายเหตุ: คุณสามารถดาวน์โหลดเทมเพลตตัวอย่าง CSV ของ Shopify สำหรับสินค้าและลูกค้าได้

วิธีการ:

  1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชีผู้ใช้ Google ของคุณ

  2. ในหน้า Google ชีต ให้คลิก ว่าง ในส่วน เริ่มสเปรดชีตใหม่:

  3. ในหน้าสเปรดชีตที่ไม่มีชื่อ ให้ไปที่ไฟล์ > นำเข้า...

  4. ระบุและเลือกไฟล์ CSV ที่คุณต้องการแก้ไข

  5. ในกล่องโต้ตอบนำเข้าไฟล์ ให้เลือกตัวเลือกที่คุณต้องการใต้ส่วนนำเข้าการดำเนินการ เครื่องมือแยกตัวอักษร และเปลี่ยนข้อความเป็นตัวเลขและวันที่

  6. คลิก นำเข้า:

CSV ของคุณจะมีลักษณะดังนี้หลังจากที่คุณอัปโหลดไฟล์:

ต่อไปคุณจะสามารถแก้ไขไฟล์ CSV ของคุณได้แล้ว เมื่อเสร็จสิ้น คุณสามารถส่งออกไฟล์ดังกล่าวจาก Google ชีต เป็นไฟล์ .csv ได้

ส่งออกไฟล์ CSV โดยใช้ Google ชีต

เมื่อดูหรือแก้ไขไฟล์ CSV ของคุณเสร็จสิ้นแล้วใน Google ชีต คุณสามารถส่งออกไฟล์เป็น .csv ไปยังคอมพิวเตอร์ของคุณได้

วิธีการ:

  • จากหน้าสเปรดชีต CSV ของคุณ ไปที่ ไฟล์ > ดาวน์โหลดเป็น > ค่าที่คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค (.csv ชีตปัจจุบัน):

    ไฟล์ CSV ของคุณจะปรากฏในโฟลเดอร์ดาวน์โหลดของคุณ

รับไฟล์ CSV ตัวอย่าง

คุณสามารถดาวน์โหลดและดูไฟล์ CSV สินค้าตัวอย่างเพื่อใช้เป็นเทมเพลตได้:

  • ไฟล์ตัวอย่างประกอบไปด้วย สินค้าตัวอย่าง และตัวเลือกสินค้าสองถึงสามชนิด ไฟล์ที่นำเข้าของคุณมีแนวโน้มจะมีสินค้าและตัวเลือกสินค้ามากกว่า หากคุณใช้ไฟล์ตัวอย่างเพื่อสร้างไฟล์นำเข้าของคุณเอง โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้ลบสินค้าตัวอย่างทั้งหมดออก

  • ไฟล์ตัวอย่างจะมี Variant Inventory Qty คอลัมน์ ซึ่งใช้เฉพาะสำหรับร้านค้าที่มีตำแหน่งที่ตั้งเดียว หากคุณมีหลายตำแหน่งที่ตั้งและต้องการนำเข้าหรือส่งออกจำนวนสินค้าคงคลัง ก็ให้ใช้ไฟล์ CSV สินค้าคงคลัง

รูปแบบไฟล์ CSV สินค้า

บรรทัดแรกของ CSV สินค้าของคุณจำเป็นต้องมีส่วนหัวของช่องที่อธิบายไว้ในตาราง ตามลำดับเดียวกัน และคั่นแต่ละรายการด้วยเครื่องหมายจุลภาค ส่วนในบรรทัดต่อๆ ไปในไฟล์ควรมีข้อมูลสำหรับสินค้าของคุณโดยเรียงลำดับข้อมูลลงในช่องให้ถูกต้อง

Handle แฮนเดิลคือชื่อเฉพาะของสินค้าแต่ละชิ้น ซึ่งสามารถเป็นตัวอักษร ขีด และตัวเลขได้ แต่ห้ามเว้นวรรคหรือมีอักขระอื่นรวมถึงจุด โดยแฮนเดิลจะปรากฏบน URL ของสินค้าแต่ละชิ้น ยกตัวอย่างเช่น แฮนเดิลสำหรับ "Women's Snowboard" จะเป็น womens-snowboard และ URL ของสินค้าจะเป็น https://yourstore.myshopify.com/products/womens-snowboard

ทุกๆ บรรทัดใน CSV ที่เริ่มต้นด้วยแฮนเดิลที่ไม่เหมือนกันจะถือว่าเป็นสินค้าชิ้นใหม่ หากต้องการเพิ่มภาพหลายภาพไปยังสินค้า คุณควรเพิ่มหลายบรรทัดโดยใช้แฮนเดิลเดียว

Title ชื่อสินค้าของคุณ ตัวอย่าง:Women's Snowboard
Body (HTML) คำอธิบายสินค้าในรูปแบบ HTML โดยสามารถใช้แค่ข้อความธรรมดาแบบไม่มีการจัดรูปแบบใดๆ ได้เช่นกัน
Vendor (ต่ำสุด 2 ตัวอักษร) ชื่อผู้ขายสินค้าของคุณ ตัวอย่างเช่น John's Apparel
Type ประเภทของสินค้า ตัวอย่างเช่น สโนว์บอร์ด
Tags (สามารถเว้นว่างได้) รายการแท็กที่คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาคซึ่งใช้เพื่อแท็กสินค้า แอปพลิเคชันสเปรดชีตส่วนใหญ่จะเพิ่มเครื่องหมายคำพูดล้อมแท็กให้คุณโดยอัตโนมัติ หากคุณใช้เครื่องมือแก้ไขข้อความธรรมดา คุณก็จำเป็นต้องเพิ่มเครื่องหมายคำพูดด้วยตนเอง ตัวอย่างเช่น "แท็ก1, แท็ก2, แท็ก3"
Published ระบุว่าสินค้าชิ้นหนึ่งได้รับการเผยแพร่ในร้านค้าออนไลน์ของคุณหรือไม่ ค่าที่ถูกต้องคือ TRUE ในกรณีที่สินค้าดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ในร้านค้าออนไลน์ของคุณ หรือ FALSE หากสินค้าถูกซ่อนในร้านค้าออนไลน์ของคุณ การเว้นช่องให้ว่างไว้จะเป็นการเผยแพร่สินค้า
Option1 Name หากสินค้ามีตัวเลือก ก็ให้ป้อนชื่อ ตัวอย่างเช่น สี

สำหรับสินค้าที่มีแค่ตัวเลือกเดียว คุณควรกำหนดเป็น Title

Option1 Value

การเปลี่ยนแปลงข้อมูลในคอลัมน์นี้จะทำให้ ID ตัวเลือกสินค้าที่มีอยู่ถูกลบ และระบบจะสร้าง ID ตัวเลือกสินค้าใหม่ขึ้น การเปลี่ยนแปลง ID ตัวเลือกสินค้าอาจยกเลิกการอ้างอิงผู้ให้บริการภายนอกของ ID ตัวเลือกสินค้า

หากสินค้ามีตัวเลือก ก็ให้ป้อนค่า ตัวอย่างเช่น ดำ

สำหรับสินค้าที่มีแค่ตัวเลือกเดียว คุณควรกำหนดเป็น Default Title

Option2 Name (สามารถเว้นว่างได้) หากสินค้ามีตัวเลือกลำดับที่สอง ก็ให้ป้อนชื่อ ตัวอย่างเช่น ขนาด
Option2 Value (สามารถเว้นว่างได้)

การเปลี่ยนแปลงข้อมูลในคอลัมน์นี้จะทำให้ ID ตัวเลือกสินค้าที่มีอยู่ถูกลบ และระบบจะสร้าง ID ตัวเลือกสินค้าใหม่ขึ้น การเปลี่ยนแปลง ID ตัวเลือกสินค้าอาจยกเลิกการอ้างอิงผู้ให้บริการภายนอกของ ID ตัวเลือกสินค้า

หากสินค้ามีตัวเลือกลำดับที่สอง ก็ให้ป้อนค่า ตัวอย่างเช่น ใหญ่

Option3 Name (สามารถเว้นว่างได้) หากสินค้ามีตัวเลือกลำดับที่สาม ก็ให้ป้อนชื่อ
Option3 Value (สามารถเว้นว่างได้)

การเปลี่ยนแปลงข้อมูลในคอลัมน์นี้จะทำให้ ID ตัวเลือกสินค้าที่มีอยู่ถูกลบ และระบบจะสร้าง ID ตัวเลือกสินค้าใหม่ขึ้น การเปลี่ยนแปลง ID ตัวเลือกสินค้าอาจยกเลิกการอ้างอิงผู้ให้บริการภายนอกของ ID ตัวเลือกสินค้า

หากสินค้ามีตัวเลือกลำดับที่สาม ก็ให้ป้อนค่า

Variant SKU (สามารถเว้นว่างได้)

SKU ของสินค้าหรือตัวเลือกสินค้า ซึ่งใช้เพื่อติดตามสินค้าคงคลังด้วยบริการการติดตามสินค้าคงคลัง

ช่องนี้ไม่สามารถเว้นว่างไว้ได้ในกรณีที่คุณใช้บริการจัดการคำสั่งซื้อที่กำหนดเอง

Variant Grams

น้ำหนักของสินค้าหรือตัวเลือกสินค้าในหน่วยกรัม ไม่ต้องระบุหน่วยวัดหรือใช้ทศนิยม ตัวอย่างเช่น สำหรับน้ำหนัก 5.125 กก. ก็ให้ป้อน 5125

Shopify จะนำเข้าและส่งออกน้ำหนักในหน่วยกรัมเสมอ แม้ว่าคุณจะระบุหน่วยอื่นก็ตาม คุณต้องใช้น้ำหนักที่ถูกต้องแม่นยำ หากคุณมีความตั้งใจที่จะเสนอการจัดส่งที่ผู้ให้บริการจัดส่งเป็นผู้คำนวณค่าใช้จ่าย หรือใช้บริการจัดการคำสั่งซื้อจากภายนอก

Variant Inventory Tracker (สามารถเว้นว่างได้) ใส่การติดตามสินค้าคงคลังสำหรับตัวเลือกสินค้าหรือสินค้าชิ้นนี้ ค่าที่ถูกต้องได้แก่ shopify, shipwire, amazon_marketplace_web หรือเว้นว่างในกรณีที่ไม่มีการติดตามสินค้าคงคลัง
Variant Inventory Qty

จำนวนของสินค้าที่คุณมีในสต็อกสำหรับสินค้าหรือตัวเลือกสินค้าชิ้นนี้ คอลัมน์นี้จะใช้เฉพาะสำหรับร้านค้าที่มีตำแหน่งที่ตั้งเดียว

หากร้านค้าของคุณจัดการสินค้าคงคลังในหลายตำแหน่งที่ตั้ง ก็จะไม่มีคอลัมน์นี้ หากคุณต้องการนำเข้าหรือส่งออกจำนวนสินค้าคงคลัง ก็ให้ใช้ไฟล์ CSV สินค้าคงคลัง

Variant Inventory Policy วิธีการจัดการคำสั่งซื้อเมื่อถึงระดับสินค้าคงคลังสำหรับสินค้าหรือตัวเลือกสินค้านี้ถึงศูนย์ ค่าที่ถูกต้องคือ deny หรือ continue
deny จะหยุดการขายเมื่อสินค้าคงคลังถึง 0 และ continue จะอนุญาตให้ยอดขายดำเนินการต่อไปยังระดับสินค้าคงคลังที่ติดลบได้
Variant Fulfillment Service

บริการจัดการคำสั่งซื้อที่สินค้าหรือตัวเลือกสินค้าใช้ ค่าที่ถูกต้องคือ: manual, shipwire, webgistix, amazon_marketplace_web หากคุณใช้บริการจัดการคำสั่งซื้อที่กำหนดเอง คุณสามารถเพิ่มชื่อของบริการดังกล่าวได้ในคอลัมน์นี้ สำหรับชื่อที่กำหนดเอง ให้ใช้เฉพาะตัวอักษรพิมพ์เล็กเท่านั้น ไม่อนุญาตให้เว้นวรรค ดังนั้นให้แทนที่ด้วยเครื่องหมายขีด (-) ลบจุดหรือตัวอักษรพิเศษอื่นๆ ออก ตัวอย่างเช่น หาก "Mr. Fulfiller" คือชื่อบริการจัดการคำสั่งซื้อของคุณ ให้ป้อน mr-fulfiller ใส่ในไฟล์ CSV

คุณต้องตั้งค่าบริการจัดการคำสั่งซื้อที่กำหนดเองไว้ใน Shopify admin ของคุณก่อน จึงจะสามารถเพิ่มชื่อของบริการดังกล่าวในคอลัมน์นี้ได้

Variant Price ราคาของสินค้าหรือตัวเลือกสินค้า ไม่ต้องใส่สัญลักษณ์สกุลเงินใดๆ ทั้งสิ้น ตัวอย่างเช่น 9.99
Variant Compare at Price "ราคาเปรียบเทียบ" ของสินค้าหรือตัวเลือกสินค้า ไม่ต้องใส่สัญลักษณ์สกุลเงินใดๆ ทั้งสิ้น ตัวอย่างเช่น 9.99
Variant Requires Shipping (blank = FALSE) ตัวเลือกเพื่อกำหนดให้ต้องมีการจัดส่ง ค่าที่ถูกต้องคือ TRUE, FALSE หรือเว้นว่าง
Variant Taxable (blank = FALSE) คิดภาษีสำหรับตัวเลือกสินค้าชิ้นนี้ ค่าที่ถูกต้องคือ TRUE, FALSE หรือเว้นว่าง
Variant Barcode (สามารถเว้นว่างได้) บาร์โค้ด, ISBN หรือ UPC ของสินค้า
Image Src (can be left blank)

ป้อน URL สำหรับรูปภาพสินค้า Shopify จะดาวน์โหลดรูปภาพในระหว่างการนำเข้า และอัปโหลดไปยังร้านค้าของคุณใหม่อีกครั้ง รูปภาพเหล่านี้ไม่เฉพาะเจาะจงสำหรับตัวเลือกสินค้า คอลัมน์รูปภาพตัวเลือกสินค้าคือจุดที่คุณจะกำหนดรูปภาพสำหรับตัวเลือกสินค้าแบบเฉพาะเจาะจง

คุณไม่สามารถเปลี่ยนชื่อไฟล์รูปภาพหลังจากที่อัปโหลดไปยังร้านค้าของคุณแล้วได้ อย่าอัปโหลดรูปภาพที่มีคำต่อท้ายว่า _thumb, _small หรือ _medium อยู่ในชื่อ

Image Position ป้อนตัวเลขที่แสดงถึงลำดับที่คุณต้องการให้รูปภาพปรากฏบนหน้าสินค้า รูปภาพจะปรากฏตามลำดับจากน้อยที่สุดไปมากที่สุด โดยเริ่มตั้งแต่ค่าตำแหน่งรูปภาพที่เป็น 1 ยกตัวอย่างเช่น ให้ป้อน 1 หากคุณต้องการให้รูปภาพดังกล่าวปรากฏเป็นลำดับแรกสำหรับสินค้าชิ้นนั้น
Image Alt Text (สามารถเว้นว่างได้) ข้อความแสดงแทน (แทน) ใช้บรรยายรูปภาพและเป็นส่วนสำคัญของคำอธิบายสินค้า หากรูปภาพไม่สามารถโหลดได้ด้วยสาเหตุใดก็ตาม ข้อความแสดงแทนจะปรากฏขึ้น ข้อความนี้ใช้เป็นเทคโนโลยีสิ่งอํานวยความสะดวกเพื่อบรรยายรูปภาพแก่ลูกค้าที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น การใส่ข้อความแสดงแทนจะกระตุ้น SEO ของเว็บไซต์คุณได้ ทำให้ข้อความแสดงแทนของคุณสั้นกระชับและอธิบายรายละเอียดครอบคลุม ความยาวสูงสุดของข้อความคือ 512 ตัวอักษร แต่เราแนะนำความยาวสูงสุด 125 ตัวอักษร
Gift Card ระบุว่าสินค้าเป็นบัตรของขวัญหรือไม่ ค่าที่ถูกต้องคือ TRUE หรือ FALSE การเพิ่มคอลัมน์นี้จะช่วยให้คุณสามารถแก้ไขรายละเอียดบัตรของขวัญอื่นๆ อาทิ คอลัมน์เนื้อหาหรือแท็ก และนำเข้าความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้ คุณสามารถสร้างและเปิดใช้งานบัตรของขวัญได้เฉพาะใน Shopify admin เท่านั้น คุณจะไม่สามารถสร้างบัตรของขวัญผ่านการนำเข้า CSV สินค้าได้ในขั้นต้น
SEO Title ชื่อ SEO จะพบได้ที่หน้ารายละเอียดสินค้า ข้างใต้ส่วนหัวตัวอย่างการแสดงรายการจากเครื่องมือค้นหาในช่องชื่อหน้า ชื่อ SEO จะจำกัดอักขระ (ตัวอักษรและตัวเลข) ไม่เกิน 70 ตัว หากคุณเว้นว่างช่องนี้ในตอนที่นำเข้าสินค้า ระบบจะใช้ชื่อหน้าเพื่อเติมช่องนี้โดยอัตโนมัติ
SEO Description คำอธิบาย SEO จะพบได้ที่หน้ารายละเอียดสินค้า ข้างใต้ส่วนหัวตัวอย่างการแสดงรายการจากเครื่องมือค้นหาในช่องคำอธิบายเนื้อหาอย่างย่อ คำอธิบาย SEO จะจำกัดอักขระ (ตัวอักษรและตัวเลข) ไม่เกิน 320 ตัว หากคุณเว้นว่างช่องนี้ในตอนที่นำเข้าสินค้า ระบบจะใช้คำอธิบายสินค้าเพื่อเติมช่องนี้โดยอัตโนมัติ
เมตาฟีลด์ของ Google Shopping แอปหนึ่งๆ อาจใช้ช่อง Google Shopping เพื่อซิงค์สินค้าไปยัง Google Merchant Center อย่างไรก็ตาม แอป Google Shopping ของ Shopify จะไม่ใช้เมตาฟีลด์เหล่านี้ คุณไม่จำเป็นต้องให้ความสนใจกับคอลัมน์ที่มี Google Shopping อยู่ในชื่อ เว้นเสียแต่ว่าแอปหนึ่งๆ ระบุให้คุณใช้
Variant Image URL สำหรับรูปภาพของตัวเลือกสินค้า
Variant Weight Unit (can be left blank) ค่าที่สามารถใช้ได้คือ g, oz, kg และ lb หากปล่อยให้ช่องว่าง หน่วยน้ำหนักของตัวเลือกสินค้า จะเป็น kg
Variant Tax Code SHOPIFY PLUS

รหัส Avalara เพื่อคิดภาษีสำหรับสินค้าชิ้นนี้ ช่องนี้จะใช้ก็ต่อเมื่อคุณนำเข้าไปยังหรือส่งออกจากร้านค้าที่ใช้การผสานการทำงานของ Shopify Plus กับ Avalara AvaTax

เมื่อคุณสร้างไฟล์ CSV ด้วยการส่งออกสินค้าจากร้านค้าที่ใช้ Avalara ระบบจะเติมช่องรหัสภาษีตัวเลือกสินค้า คุณจะไม่สามารถนำเข้าไฟล์ CSV ไปยังร้านค้าที่ไม่ได้ตั้งค่า Avalara ได้

Cost per item สินค้าหรือตัวเลือกสินค้าของคุณมีต้นทุนเท่าไร ไม่ต้องใส่สัญลักษณ์สกุลเงินใดๆ ทั้งสิ้น ตัวอย่างเช่น 9.99

การยกเว้นคอลัมน์คอลเลกชัน

หากต้องการจัดเรียงสินค้าของคุณให้เป็นคอลเลกชัน ระหว่างการอัปโหลด CSV คุณสามารถเพิ่มคอลัมน์ใหม่ที่ใดก็โดยตั้งชื่อว่า Collection ในไฟล์ CSV โดยนี่เป็นเพียงคอลัมน์เดียวที่คุณสามารถเพิ่มไปยัง CSV ซึ่งไม่มีการเปลี่ยนรูปแบบ:

Collection (must create a new column, can be left blank) ป้อนชื่อของคอลเลกชันที่คุณต้องการนำสินค้าชิ้นนี้ไปเพิ่ม หากเป็นคอลเลกชันแบบอัตโนมัติที่มีอยู่แล้ว สินค้าชิ้นดังกล่าวจำเป็นต้องตรงตามเงื่อนไขสำหรับคอลเลกชันนั้น ในกรณีที่ไม่มีคอลเลกชันที่ว่าอยู่ จะมีการสร้างคอลเลกชันที่ดำเนินการด้วยตนเอง คุณสามารถเพิ่มสินค้าไปยังคอลเลกชันเดียวเท่านั้น

สร้างไฟล์ CSV สินค้าของคุณ

คุณจำเป็นต้องกำหนดว่าสินค้าแต่ละรายการเป็นสินค้าธรรมดา หรือเป็นสินค้าที่มีตัวเลือกสินค้า:

  • สินค้าธรรมดา (ไม่มีตัวเลือกสินค้า)

    หากคุณกำลังอัปโหลดสินค้าที่ไม่มีตัวเลือกสินค้า ให้กรอกช่องทั้งหมด (ดังที่ระบุไว้ด้านบน) สำหรับสินค้าในบรรทัดแรก พร้อมทั้ง URL ของรูปภาพแรก ส่วนในบรรทัดต่อๆ มา ให้ป้อนเพียงแฮนเดิลและ URL สำหรับรูปภาพเพิ่มเติมแต่ละรูป

  • สินค้าที่มีตัวเลือกสินค้า

    หากคุณกำลังอัปโหลดสินค้าที่มีตัวเลือกสินค้า ให้กรอกช่องทั้งหมด (ดังที่ระบุไว้ด้านบน) สำหรับสินค้าในบรรทัดแรก พร้อมทั้ง URL ของรูปภาพแรก ส่วนในบรรทัดต่อๆ มา ให้ป้อนเพียงแฮนเดิล จากนั้นข้ามคอลัมน์ชื่อ, เนื้อหา (HTML), ผู้ขาย และแท็ก กรอกรายละเอียดที่เหลือของตัวเลือกสินค้า รวมทั้ง URL ของแต่ละรูปภาพ

หลังจากที่คุณได้เพิ่มสินค้าและรูปภาพทั้งหมดของคุณแล้ว ให้บันทึกไฟล์ CSV ของคุณเป็นรูปแบบ UTF-8 โดยใช้ไลน์ฟีดแบบ LF หากคุณไม่คุ้นเคยกับการเข้ารหัส ให้ดูที่เอกสารประกอบของโปรแกรมสเปรดชีตหรือเครื่องมือแก้ไขข้อความของคุณ

หากต้องการดูตัวอย่างไฟล์ CSV ให้คลิกที่ส่งออกในหน้าสินค้า และคลิกที่ลิงก์เทมเพลต CSV ตัวอย่าง:

จัดเตรียมรูปภาพของคุณ

ไฟล์ CSV ใส่ได้เฉพาะเพียงข้อความเท่านั้น ดังนั้นคุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ารูปภาพสินค้าทั้งหมดอยู่ในเว็บไซต์ที่มีอยู่แล้ว โดย Url รูปภาพเหล่านั้นจะใช้เฉพาะในระหว่างกระบวนการนำเข้า CSV (กล่าวคือ คุณสามารถลบภาพได้ทันทีเมื่อนำเข้าเสร็จสิ้น)

  • หากไฟล์ต่างๆ มีอยู่บนคอมพิวเตอร์ของคุณเท่านั้น คุณต้องอัปโหลดไฟล์ดังกล่าวไปยังร้านค้า Shopify ของคุณ หรือไปยังบริการรับฝากรูปภาพอื่นเพื่อเชื่อม URL

  • หากคุณเปลี่ยนจากแพลตฟอร์มอื่นมาใช้ Shopify คุณสามารถคัดลอก URL รูปภาพปัจจุบันและนำมาใช้ในไฟล์ CSV ได้

  • หากไฟล์ CSV ของสินค้าถูกสร้างขึ้นโดยการส่งออกสินค้าของคุณจาก Shopify คุณไม่จำเป็นต้องดำเนินการใดๆ เนื่องจากรูปภาพของคุณมีอยู่ในเว็บไซต์ของคุณเรียบร้อยแล้ว

เมื่อคุณมี URL สำหรับรูปแต่สินค้าแต่ละรูป คุณจะสามารถเริ่มสร้างไฟล์ CSV ของคุณได้

เพิ่มรูปภาพสินค้าหลายรูปในไฟล์ CSV

คุณสามารถเพิ่มรูปภาพสินค้าใส่ CSV ของคุณมากขึ้นได้โดยการอัปโหลดรูปภาพเพิ่มเติมไปยัง Shopify admin หากคุณกำลังสร้างร้านค้าของคุณด้วยไฟล์ CSV กระบวนการก็อาจจะแตกต่างออกไปเล็กน้อย ต่อไปนี้คือสิ่งที่คุณจำเป็นต้องทราบ:

  • คุณจำเป็นต้องสามารถแก้ไขไฟล์ CSV ได้ Shopify แนะนำให้ใช้ Google Sheet เพื่อดูไฟล์ CSV ของคุณในเวอร์ชันที่ฟอร์แมตแล้ว

  • คุณต้องอัปโหลดรูปภาพสินค้าไปยัง URL ที่สาธารณชนสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งหมายความว่ารูปภาพดังกล่าวควรอยู่หลังโปรโตคอล https:// ที่ไม่มีการป้องกันด้วยรหัสผ่าน และวิธีที่เหมาะที่สุดในการทำเช่นที่ว่านี้ก็คือการอัปโหลดรูปภาพไปยังหน้าไฟล์ของ Shopify admin เราจะสร้าง URL ให้คุณโดยอัตโนมัติ:

หลังจากคลิกที่อัปโหลดไฟล์ คุณสามารถเลือกได้มากสูงสุดหลายร้อยรูปภาพเพื่ออัปโหลดรายการจำนวนมากในครั้งเดียวการอัปโหลดอาจล้มเหลวได้หากเลือกไฟล์จำนวนมากเกินไป (โดยปกติแล้วคือมากกว่า 300 โดยประมาณ)

หากต้องการเพิ่มหลายรูปภาพ คุณจำเป็นต้อง:

  1. แทรกแถวใหม่ (หนึ่งแถวต่อภาพ)
  2. คัดลอกและวาง "แฮนเดิล"
  3. คัดลอกและวาง URL ต่างๆ ของรูปภาพ

แทรกแถวใหม่ (หนึ่งแถวต่อภาพ)

  1. เปิดไฟล์ CSV ของคุณในซอฟต์แวร์สเปรดชีตตามต้องการ Shopify ขอแนะนำให้ใช้ Google ชีต:

  2. ค้นหาสินค้าที่คุณต้องการเพิ่มรูปภาพ ในตัวอย่างนี้ ได้แก่ "ชุดกำไลขาวดำ"

  3. ในแถวถัดไป ให้คลิกและลากจำนวนแถว เพื่อเลือกหลายแถว เลือกจำนวนแถวเดียวกันกับจำนวนรูปภาพเพิ่มเติมที่คุณเพิ่ม

  4. ขณะที่แถวต่างๆ ถูกไฮไลต์ ให้คลิกขวาที่บริเวณใดก็ได้ของส่วนที่มีการไฮไลต์ แล้วจึงเลือกแทรก X แถวที่ด้านบน

    การทำเช่นนี้จะสร้างแถวที่ว่างอยู่สามแถวบริเวณด้านล่างสินค้าที่คุณต้องการเพิ่มรูปภาพเพิ่มเติม

คัดลอกและวาง "แฮนเดิล"

คัดลอกและวาง "แฮนเดิล" ของสินค้าที่ต้องการไปยังคอลัมน์ A ของแถวใหม่ที่คุณเพิ่ม

คัดลอกและวาง URL ต่างๆ ของรูปภาพ

  1. อัปโหลดรูปภาพของคุณไปยัง Shopify ที่หน้าไฟล์

  2. จากนั้นจึงไฮไลต์ + คัดลอก URL รูปภาพทีละรายการ

  3. กลับไปที่ซอฟต์แวร์สเปรดชีตของคุณ และเลื่อนไปทางด้านข้างเพื่อไปยังคอลัมน์สุดท้ายของไฟล์ CSV

  4. ในคอลัมน์ "Image Src" (ย่อมาจาก "Image Source") ให้วาง URL รูปภาพหนึ่งรายการไปยังแต่ละบรรทัด

  5. ดำเนินขั้นตอนที่ 2 - 4 ซ้ำสำหรับรูปภาพทั้งหมดของสินค้าชิ้นนี้

  6. ตัวเลือกเสริม: กรอกช่องต่างๆ ข้างใต้คอลัมน์ "ข้อความกำกับภาพ" ที่อยู่ถัดไปเพื่อเพิ่ม SEO ของคุณ คลิกที่นี่เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อความกำกับภาพ

จากนั้นคุณจึงสามารถบันทึกไฟล์ และนำเข้าไฟล์ดังกล่าวไปยัง Shopify ได้

พร้อมเริ่มต้นการขายด้วย Shopify แล้วหรือยัง

ทดลองใช้งานฟรี