รายละเอียดสินค้า

รายละเอียดต่างๆ ที่คุณเขียนกำกับสินค้าจะมีผลต่อรูปแบบการแสดงสินค้าต่อลูกค้า ช่วยให้คุณสามารถจัดการสินค้าได้ง่ายขึ้น และช่วยให้ลูกค้าค้นเจอสินค้าได้ คุณไม่จำเป็นต้องระบุข้อมูลทั้งหมดสำหรับสินค้าแต่ละรายการ

สำหรับสินค้าที่ไม่มีตัวเลือกสินค้าใดๆ ส่วน การกำหนดราคา สินค้าคงคลัง และการจัดส่งจะแสดงบนหน้ารายละเอียดสินค้า หากคุณเพิ่มตัวเลือกสินค้า ส่วนต่างๆ ดังกล่าวนี้จะไม่แสดงที่หน้ารายละเอียดสินค้าอีกต่อไป หากต้องการเปลี่ยนรายละเอียดสำหรับตัวเลือกสินค้า ให้ดูที่การแก้ไขตัวเลือกสินค้าสำหรับสินค้าที่มีอยู่

หมายเหตุ: ถึงแม้ว่าคุณจะสามารถเปลี่ยนรายละเอียดสินค้าเมื่อใดก็ได้ แต่ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ อาจส่งผลต่อรายงานของคุณ สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับวิธีที่ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจส่งผลต่อลักษณะที่สินค้าจะปรากฏและจำแนกเป็นกลุ่มในรายงานของคุณ ให้ดูที่ความเปลี่ยนแปลงต่อรายละเอียดสินค้า

ชื่อและคำอธิบาย

  • ชื่อ - ชื่อสำหรับสินค้าของคุณตามที่ต้องการให้ลูกค้าเห็น

  • คำอธิบาย - คำอธิบายสำหรับสินค้าของคุณ พื้นที่นี้จะใช้เครื่องมือแก้ไข Rich Text เพื่อให้คุณสามารถจัดรูปแบบข้อความของคุณได้ อธิบายสินค้าของคุณโดยละเอียดเพื่อให้ข้อมูลและโน้มน้าวผู้ที่อาจเป็นลูกค้าของคุณ ในกรณีที่คุณเป็นตัวแทนจำหน่าย อย่าใช้คำอธิบายที่เหมือนกันทุกประการกับคำอธิบายของผู้ผลิต เนื่องจากสินค้าของคุณควรมีความไม่ซ้ำใครสำหรับเครื่องมือค้นหา

รูปภาพ

รูปภาพจะแสดงให้ลูกค้าของคุณเห็นว่าสินค้าดังกล่าวเป็นเช่นไร สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการเพิ่มรูปภาพสินค้า ให้ดูที่รูปภาพสินค้า

การกำหนดราคา

  • ราคา - ราคาที่คุณจะเรียกเก็บสำหรับสินค้าดังกล่าว คุณสามารถกำหนดสกุลเงินได้ในหน้าการตั้งค่าทั่วไป หากคุณขายสินค้าในหลายสกุลเงิน ให้คลิกมีจำหน่ายในสกุลเงินอื่น จัดการสกุลเงินเพื่อดูการตั้งค่าสกุลเงินของคุณ คลิกที่ภาษีที่เรียกเก็บสำหรับสินค้าชิ้นนี้หากสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าที่ต้องเสียภาษี

  • ราคาเปรียบเทียบ - ราคาเดิมสำหรับสินค้าที่กำลังลดราคา เมื่อคุณป้อนราคาเปรียบเทียบ สินค้าดังกล่าวจะแสดงราคาช่วงลดราคา

  • รหัสภาษี - สำหรับแผน Shopify Plus คุณสามารถใช้บริการด้านภาษีจากภายนอกได้ หากคุณใช้บริการดังกล่าว รหัสภาษีสำหรับสินค้าก็จะปรากฏที่นี่

  • ต้นทุนต่อสินค้าแต่ละรายการ - สินค้าหรือตัวเลือกสินค้าของคุณมีต้นทุนเท่าไร ยกตัวอย่างเช่น หากคุณนำสินค้ามาขายต่อ คุณก็สามารถป้อนราคาที่คุณจ่ายให้แก่ผู้ผลิตได้ โดยไม่รวมภาษี การจัดส่ง หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ หากคุณเป็นผู้สร้างสินค้าด้วยตนเอง คุณก็สามารถป้อนค่าที่อิงจากค่าแรงและค่าใช้จ่ายด้านวัตถุของคุณได้

    สำหรับสินค้าที่มีการป้อนต้นทุนสินค้าไว้ โดยเว้นเสียแต่ว่าคุณจะรวมภาษีในราคาของคุณ ผลต่างที่ประเมินจะปรากฏด้านล่างช่องราคาบนหน้ารายละเอียดสินค้า และผลต่างจะคำนวณโดยใช้ ([ราคา - ต้นทุน] / ราคา) * 100) ยกตัวอย่างเช่น หากราคาของคุณคือ $50 และต้นทุนของคุณคือ $30 ผลต่างก็จะเป็น (คำนวณโดยใช้ ([50 - 30] / 50) * 100) 40%

    หากคุณใช้บริการแผน Shopify หรือแผนที่สูงกว่า คุณสามารถเข้าถึงรายงานเพื่อวิเคราะห์ต้นทุนและอัตรากำไรสินค้าได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถหาราคาต้นทุนขาย (COGS) ได้อีกด้วย

    คุณสามารถเลือกได้ว่าจะป้อนหรือไม่ป้อนราคาต้นทุนสินค้าต่อชิ้น หากคุณเลือกที่จะป้อนราคาต้นทุน ให้เพิ่มราคาต้นทุนไปยังสินค้าทั้งหมดที่มีอยู่ของคุณในเวลาเดียวกัน โดยการใช้เครื่องมือแก้ไขหลายรายการในครั้งเดียวหรือโดยการนำเข้า CSV การอัปเดตข้อมูลในเวลาเดียวกันทำให้คุณสามารถใช้งานรายงานกำไรได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

    ต้นทุนต่อสินค้าแต่ละรายการใช้ไม่ได้กับสินค้าบัตรของขวัญ

สินค้าคงคลัง

  • SKU (รหัสสินค้าคงคลัง) - รหัสที่เป็นตัวระบุสินค้าในธุรกิจของคุณ เพื่อการติดตามและการรายงานยอดขายที่มีประสิทธิผล SKU แต่ละรายการต้องไม่ซ้ำกัน

    SKU จะมีหรือไม่มีก็ได้ คุณสามารถสร้างรูปแบบ SKU ของคุณเอง สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับ SKU ให้ดูที่รูปแบบ SKU

  • บาร์โค้ด (ISBN, UPC, GTIN, ฯลฯ ) - โดยทั่วไปแล้วตัวแทนจำหน่ายจะเป็นผู้ที่ใช้บาร์โค้ด ตัวระบุต้องเป็นรหัสผลิตภัณฑ์สากล (GTIN) ใหม่หรือที่มีอยู่ ช่องทางการขายบางส่วนจะกำหนดให้มี GTIN ก่อนจึงจะสามารถเผยแพร่สินค้าโดยใช้ช่องทางดังกล่าวได้

    GTIN คือรหัสเฉพาะที่ใช้ในระดับสากลเพื่อจัดเก็บและระบุข้อมูลสินค้า หมายเลข UPC, EAN และ ISBN นับเป็นตัวอย่างของ GTIN ซึ่งมีความสั้นยาวแตกต่างกันไปตามประเภทของสินค้า โดยคุณสามารถดู GTIN ได้ที่ด้านบนหรือด้านล่างของบาร์โค้ดในบรรจุภัณฑ์สินค้าของคุณ

    Shopify POS จะใช้บาร์โค้ดในร้านค้าปลีกสำหรับการเผยแพร่สินค้าที่ใช้แอป Google Shopping และเมื่อแสดงรายการสินค้าโดยใช้ช่องทางการขาย Amazon

    หากคุณไม่มี GTIN สำหรับสินค้า คุณสามารถส่งคำขอเพื่อรับได้จากผู้ผลิต ดูวิธีรับ GTIN สำหรับสินค้าที่คุณผลิตได้ที่เว็บไซต์มาตรฐาน GS1 ห้ามปลอมแปลงข้อมูล GTIN สำหรับสินค้าของคุณ

    สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับวิธีป้อนบาร์โค้ดโดยใช้สมาร์ทโฟน ให้ดูที่สแกนบาร์โค้ดด้วยกล้องของอุปกรณ์ของคุณ

  • นโยบายสินค้าคงคลัง - การตั้งค่าสำหรับการติดตามสินค้าคงคลัง

  • จำนวน - จำนวนหน่วยที่มีในสต็อก หากคุณกำลังจัดการสินค้าคงคลังในหลายตำแหน่งที่ตั้ง จำนวนจะแสดงสำหรับแต่ละตำแหน่งที่ตั้ง

  • ขาเข้า - จำนวนหน่วยขาเข้า ดูที่ข้อมูลการเติมสินค้า

การจัดส่ง

  • สินค้านี้เป็นสินค้าที่จับต้องได้ การตั้งค่ากรณีที่สินค้าต้องจัดส่ง ยกเลิกการทำเครื่องหมายสำหรับสินค้าดิจิตอลหรือบริการต่างๆ หรือสินค้าที่คุณไม่จัดส่ง

  • น้ำหนัก น้ำหนักจริงของสินค้า ช่องนี้จะปรากฏต่อเมื่อช่องสินค้านี้เป็นสินค้าแบบจับต้องได้ ถูกเลือก น้ำหนักสินค้าจะต้องถูกต้องเนื่องจากต้องใช้ในการคำนวณอัตราค่าจัดส่ง คุณสามารถสั่งซื้อเครื่องชั่งไปรษณีย์ได้ที่ร้านฮาร์ดแวร์ของ Shopify Hardware

  • ประเทศ/ภูมิภาคต้นทาง ประเทศที่ผลิตหรือประกอบสินค้า หากสินค้านั้นประกอบด้วยวัสดุจากหลากหลายประเทศหรือภูมิภาค ให้ถือว่าประเทศหรือภูมิภาคที่ส่วนประกอบที่สำคัญของสินค้ามาจากเป็นประเทศหรือภูมิภาคต้นทาง กฎเรื่องแหล่งต้นทางสินค้าจะแตกต่างกันไปตามประเทศหรือภูมิภาคที่แตกต่างกันและสนธิสัญญาระหว่างประเทศต่างๆ

  • พิกัดศุลกากร - หากคุณต้องการจัดส่งสินค้าไปต่างประเทศ ให้ป้อนพิกัดศุลกากร (HS) โดยพิกัดเหล่านี้จะเป็นข้อมูลสำหรับศุลกากร เพื่อให้สามารถคิดภาษีกับคำสั่งซื้อได้อย่างเหมาะสม คุณสามารถหาพิกัดศุลกากรสำหรับสินค้าของคุณได้โดยการค้นหาด้วยคำสำคัญในช่องพิกัดศุลกากรของหน้ารายละเอียดสินค้า ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิกัดศุลกากรได้จากองค์การศุลกากรโลก

  • บริการจัดการคำสั่งซื้อ - เลือกบริการจัดการคำสั่งซื้อจากรายการบริการที่คุณใช้ หากคุณไม่ได้ใช้บริการจัดการคำสั่งซื้อ ก็ให้เลือก Shopify

ตัวเลือกสินค้า

สำหรับสินค้าที่มีตัวเลือกสินค้า ส่วนนี้จะแสดงตัวเลือกสำหรับสินค้าดังกล่าว อาทิ สีและขนาด สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลือกสินค้า ให้ดูที่ตัวเลือกสินค้า

ตัวอย่างผลการค้นหา

ตัวอย่างที่จะแสดงว่าสินค้าของคุณปรากฏอย่างไรในผลลัพธ์ของเครื่องมือค้นหา คลิกที่แก้ไข SEO ของเว็บไซต์เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวอย่าง

ตัวอย่างจะประกอบไปด้วยชื่อสินค้า, URL ของสินค้าในร้านค้าออนไลน์ของคุณ และคำอธิบายส่วนหนึ่ง สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนตัวอย่าง ให้ดูที่แก้ไขตัวอย่างผลการค้นหา

ช่องทางจำหน่ายสินค้า

รายการของช่องทางการขายที่เปิดใช้งานอยู่เพื่อให้คุณจำหน่ายสินค้าได้ หากต้องการแก้ไขความพร้อมของช่องทางการขาย ให้คลิกที่จัดการ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าและช่องทางการขาย ให้ดูที่จำหน่ายสินค้าที่ช่องทางการขายของคุณ

คุณจะไม่สามารถกำหนดความพร้อมของช่องทางการขายสำหรับตัวเลือกสินค้าแยกย่อยได้

องค์กร

  • ประเภทของสินค้า - หมวดหมู่สำหรับสินค้าที่คุณสามารถใช้เพื่อจัดการสินค้าของคุณได้ ยกตัวอย่างเช่น คุณสามารถใช้ประเภทของสินค้าเป็นเงื่อนไขสำหรับคอลเลกชันอัตโนมัติ หรือเพื่อช่วยคุณกรองสินค้าใน Shopify admin สินค้าชิ้นหนึ่งจะมีประเภทของสินค้าได้ประเภทเดียวเท่านั้น

    คุณสามารถเลือกจากประเภทสินค้าที่กำหนดแล้วหรือสร้างใหม่ได้ หากต้องการสร้างประเภทสินค้าใหม่ ให้ป้อนประเภทสินค้าในประเภทสินค้า นอกจากนี้ คุณยังสามารถสร้างและแก้ไขประเภทสินค้าได้ในเครื่องมือแก้ไขหลายรายการในครั้งเดียว

  • ผู้ขาย - ผู้ผลิต ผู้ค้าส่ง หรือผู้ขายรายอื่นสำหรับสินค้าดังกล่าว คุณสามารถกรองรายการสินค้าของคุณตามผู้ขาย ซึ่งจะเพิ่มความรวดเร็วให้แก่การสั่งซื้อสินค้าคงคลัง

  • คอลเลกชัน - คอลเลกชันที่มีสินค้าอยู่ คุณสามารถใช้ช่องนี้เพื่อเพิ่มสินค้าไปยังคอลเลกชันแบบดำเนินการด้วยตนเองได้โดยตรง คอลเลกชันอัตโนมัติจะรวมสินค้าในกรณีที่สินค้าดังกล่าวตรงกับเงื่อนไขของคอลเลกชัน

  • แท็ก - แท็กคือคำสำคัญที่มีความเกี่ยวข้องกับสินค้าของคุณซึ่งสามารถค้นหาได้ แท็กสามารถช่วยให้ลูกค้าค้นหาสินค้าของคุณผ่านการค้นหาร้านค้าออนไลน์ของคุณ และคุณยังสามารถใช้แท็กเพื่อสร้างคอลเลกชันอัตโนมัติได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแท็ก ให้ดูที่รูปแบบแท็ก

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

พร้อมเริ่มต้นการขายด้วย Shopify แล้วหรือยัง

ทดลองใช้งานฟรี