โอนย้ายร้านค้าปลีกของคุณ

คู่มือนี้จะสรุปวิธีโอนย้ายร้านค้าปลีกของคุณไปยัง Shopify อย่างไรก็ตาม คู่มือนี้จะไม่ครอบคลุมถึงกระบวนการตั้งค่าร้านค้า Shopify ในทุกขั้นตอน เช่น การตั้งค่าร้านค้าออนไลน์ของคุณ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการโอนย้ายร้านค้าออนไลน์ของคุณไปยัง Shopify ในการโอนย้ายไปยัง Shopify

คุณสามารถใช้คู่มือการโอนย้ายร้านค้าปลีกนี้เป็นจุดเริ่มต้นและเป็นแหล่งอ้างอิงเพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะไม่ลืมงานการตั้งค่าหลักใดๆ

ในหน้านี้

ก่อนที่คุณจะเริ่มต้นใช้งาน

ตรวจสอบสิทธิ์ของคุณ

เฉพาะประเทศที่ Shopify Payments รองรับการประมวลผลการชำระเงินทั้งทางออนไลน์และในหน้าร้านเท่านั้นที่มีสิทธิ์ใช้งานฮาร์ดแวร์ของ Shopify ใช้รายการต่อไปนี้เพื่อค้นหาว่า Shopify Payments พร้อมให้ใช้งานกับแอป Shopify POS และฮาร์ดแวร์ของ Shopify ในประเทศที่ธุรกิจของคุณดำเนินการอยู่หรือไม่

เมื่อคุณประมวลผลธุรกรรม POS ที่หน้าร้านโดยใช้ Shopify Payments และเครื่องอ่านบัตรของ Shopify คุณจะต้องปฏิบัติตามกฎการชำระเงินของประเทศที่คุณกำลังประมวลผลธุรกรรมอยู่ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎของประเทศและสกุลเงินสำหรับการขายที่หน้าร้าน

การตั้งค่าเพิ่มเติม

คู่มือนี้มุ่งเน้นไปที่การจัดเตรียมการตั้งค่าร้านค้าปลีกของคุณเป็นหลัก โดยคุณควรจะดำเนินงานการตั้งค่าเพิ่มเติมบางรายการให้เสร็จสมบูรณ์ ทั้งนี้เพื่อโอนย้ายข้อมูลของคุณไปยังร้านค้าออนไลน์ของ Shopify ร้านใหม่

คุณสามารถดำเนินงานต่อไปนี้ให้เสร็จสมบูรณ์ได้ก่อนที่จะเริ่มทำตามคู่มือนี้

นอกจากนี้คุณยังสามารถดำเนินงานต่อไปนี้ให้เสร็จสมบูรณ์เพื่อจัดเตรียมการตั้งค่าการชำระเงินและภาษีของคุณได้

ขั้นตอนที่ 1: ติดตั้งช่องทางการขาย POS ในส่วนผู้ดูแล Shopify

ร้านค้าใหม่ทั้งหมดจะมีช่องทางการขาย POS ติดตั้งไว้ล่วงหน้า คุณจะต้องติดตั้งช่องทางการขาย POS หากคุณลบช่องทางการขาย POS ออกหรือได้เปิดร้านค้าออนไลน์เก่าอีกครั้ง

ขั้นตอน:

  1. จากส่วนผู้ดูแล Shopify ของคุณ ให้ไปที่การตั้งค่า > แอปและช่องทางการขาย
  2. คลิก “Shopify App Store
  3. ค้นหา “ระบบขายหน้าร้าน” ใน Shopify App Store
  4. คลิก “Shopify Point of Sale
  5. คลิก ติดตั้ง
  6. หากต้องการยอมรับการเข้าถึงข้อมูล ให้คลิก “ติดตั้ง” ในส่วนผู้ดูแล Shopify

ขั้นตอนที่ 2: เลือกการสมัครใช้งาน POS

คุณสามารถเลือกการสมัครใช้งานแอป POS ของแต่ละตำแหน่งที่ตั้งได้ตามความต้องการ

เปรียบเทียบฟีเจอร์ของ POS Lite และ POS Pro

สำหรับธุรกิจที่ขายในตลาด งานแสดงสินค้า หรือร้านค้าป๊อปอัพเป็นหลัก เราขอแนะนำให้ใช้ POS Lite สำหรับธุรกิจที่มีที่ตั้งร้านค้าปลีกหรือขายสินค้าในหน้าร้านบ่อยครั้งกว่า เราขอแนะนำให้ใช้ POS Pro

Shopify มีการสมัครใช้งานแอป POS สองแบบเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการในการค้าปลีกของคุณ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกำหนดราคา ให้ดูการกำหนดราคาของ POS สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟีเจอร์ ให้ดูฟีเจอร์ของ POS หากต้องการเปรียบเทียบฟีเจอร์ที่มีระหว่าง Shopify POS Lite กับ Shopify POS Pro ให้ดูตารางต่อไปนี้:

ฟีเจอร์และการสมัครใช้งาน Shopify POS
ฟีเจอร์ Shopify POS Lite Shopify POS Pro
ฮาร์ดแวร์การชำระเงินที่รวมเข้ากับ Shopify Payments (ออสเตรเลีย เบลเยียม แคนาดา เดนมาร์ก ฟินแลนด์ เยอรมนี ไอร์แลนด์ อิตาลี เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ สเปน สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกาเท่านั้น)
การรวมฮาร์ดแวร์การค้าปลีกที่ไม่มีการชำระเงิน
สมาร์ทกริดที่ปรับแต่งได้
เพิ่ม/แก้ไขโปรไฟล์ลูกค้า
แอป Customer View
สินค้าคงคลังหลายตำแหน่ง คำสั่งซื้อ และการจัดการลูกค้า
ส่งใบเสร็จผ่านอีเมล/SMS
ใบเสร็จที่พิมพ์แบบกำหนดเอง
รหัสส่วนลดและส่วนลดแบบดำเนินการด้วยตนเอง ($, %)
ส่วนลดอัตโนมัติ
ขายและแลกใช้บัตรของขวัญ
การคํานวณภาษีของ Shopify (เฉพาะสหรัฐอเมริกา)
การสแกนบาร์โค้ดกล้อง
การขายแบบกำหนดเอง
การชำระเงินด้วยเงินสดแบบออฟไลน์
พินพนักงาน (ตามแผน Shopify)
สิทธิ์อนุญาตและการจัดการของพนักงานค้าปลีก
จำนวนพนักงาน POS เท่านั้นไม่จำกัด
การระบุแหล่งที่มาของยอดขาย
การคืนเงิน
การแลกเปลี่ยน
การติดตามเงินสด
บันทึก/กู้คืนตะกร้าสินค้า
อีเมลตะกร้า
จัดส่งถึงบ้าน
การจัดการการรับสินค้าที่ร้าน
การจัดการการจัดส่งในพื้นที่
การจัดการสินค้าคงคลังขั้นสูงด้วย Stocky
รายงานยอดขายในแต่ละวัน
การวิเคราะห์ร้านค้าปลีกในแอป
ข้อมูลที่ต้องระบุในขั้นตอนการชำระเงิน

จัดการการสมัครใช้งาน POS ของแต่ละตำแหน่งที่ตั้ง

คุณสามารถเลือกการสมัครใช้งาน POS ตามตำแหน่งที่ตั้งเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าร้านค้าของคุณมีการสมัครใช้งานที่ตรงกับความต้องการมากที่สุดได้

ขั้นตอน:

ขั้นตอนที่ 3: เข้าสู่ระบบแอป Shopify POS

ดาวน์โหลดแอป Shopify POS ในโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตของคุณ

หากต้องการดาวน์โหลดแอป Shopify POS ให้ใช้อุปกรณ์ของคุณไม่ว่าจะ Android หรือ iOS เพื่อสแกนคิวอาร์โค้ดสำหรับแอป Shopify POS จากหน้าติดตั้งแล้วแตะติดตั้ง

แอป Shopify POS จะใช้งานได้กับอุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้

อุปกรณ์ที่ทำงานร่วมกับแอป Shopify POS
อุปกรณ์ คำอธิบาย
iPad รุ่นที่ 5 หรือรุ่นที่ใหม่กว่าซึ่งใช้ iPadOS 15 ขึ้นไป
iPad Air รุ่นที่ 2 หรือรุ่นที่ใหม่กว่าซึ่งใช้ iPadOS 15 ขึ้นไป
iPad mini รุ่น 4 หรือรุ่นที่ใหม่กว่าซึ่งใช้ iPadOS 15 ขึ้นไป
iPad Pro iPad Pro ทุกรุ่นที่ใช้ iPadOS 15 ขึ้นไป
iPhone iPhone 7 หรือรุ่นใหม่กว่าซึ่งใช้ iOS 15 ขึ้นไป
POS Go POS Go ที่ใช้งานการอัปเดตซอฟต์แวร์ที่ Shopify ให้ล่าสุด
Android โทรศัพท์หรือแท็บเล็ตที่ใช้ Android เวอร์ชัน 10.0 หรือใหม่กว่าอย่างเป็นทางการ เมื่อเปิดใช้บริการ Google Play

แอป Shopify POS มีให้บริการสำหรับอุปกรณ์ iOS และ Android เท่านั้น ไม่สามารถใช้งานได้กับคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป

หมายเหตุ: แอป Shopify POS ไม่รองรับระบบปฏิบัติการเวอร์ชันเบต้า เพื่อความปลอดภัย Shopify POS ไม่รองรับระบบปฏิบัติการที่มีการแก้ไขผ่าน "jailbreaking" "rooting" หรือเทคนิคอื่นๆ ที่คล้ายกัน เราขอสนับสนุนให้ผู้ใช้ทุกรายปรับปรุงระบบปฏิบัติการของตนให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลของคุณปลอดภัยที่ดีที่สุด คุณควรดาวน์โหลดแอป Shopify POS จาก Apple App Store หรือ Google Play Store โดยตรงเท่านั้น

ข้อกำหนดสิทธิ์อนุญาต iOS 14

หากคุณอัปเดตอุปกรณ์ของคุณเป็น iOS 14 หรือใหม่กว่า และใช้แอป Shopify จากภายนอก คุณอาจต้องเปิดใช้งานการติดตามข้ามเว็บไซต์ในการตั้งค่า iOS ของคุณ การติดตามข้ามเว็บไซต์จะช่วยให้แอป Shopify จากภายนอกที่คุณได้ติดตั้งในส่วนผู้ดูแล Shopify ของคุณเชื่อมต่ออยู่ใน Shopify Inbox, Shopify Point of Sale และแอป Shopify

หากต้องการเปิดใช้งานการติดตามข้ามเว็บไซต์ ให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้ให้เสร็จสิ้น

  1. เปิดแอปการตั้งค่าในอุปกรณ์ของคุณ
  2. แตะที่ Shopify, Shopify POS หรือ Shopify Inbox
  3. เปิดใช้งาน การเปิดใช้การติดตามข้ามเว็บไซต์

เข้าสู่ระบบด้วยอีเมล

หากคุณเป็นพนักงานที่มีชื่อผู้ใช้ของผู้ดูแลและจำเป็นต้องกรอกข้อมูลประจำตัว คุณสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อเข้าสู่ระบบแอป Shopify POS ได้ เมื่อคุณมีสิทธิ์อนุญาตเข้าถึง Point of Sale ทั้งนี้ เจ้าของร้านจะมีสิทธิ์อนุญาตทั้งหมดตามค่าเริ่มต้น

ขั้นตอน:

  1. ในหน้าจอการเข้าสู่ระบบแอป Shopify POS ให้แตะที่ เข้าสู่ระบบ
  2. ในหน้า Shopify ให้พิมพ์ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านของผู้ดูแล จากนั้นแตะที่ “เข้าสู่ระบบ
  3. หากคุณเปิดใช้'koการยืนยันตัวตนแบบสองชั้นในร้านค้าของคุณ ให้ป้อนรหัสยืนยันตัวตน
  4. แตะเข้าสู่ระบบ
  5. เลือกร้านค้าและที่ตั้งที่ถูกต้องเพื่อเข้าสู่ระบบให้เสร็จสิ้น

คุณสามารถปรับแต่งการตั้งค่าแอป Shopify POS ได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนการตั้งค่าแอป Shopify POS

ขั้นตอนที่ 4: ประมวลผลการทดสอบธุรกรรม POS

เมื่อคุณได้ตั้งค่าฮาร์ดแวร์ วิธีการชำระเงิน และเพิ่มสินค้าแล้ว คุณจะสามารถประมวลผลการทดสอบการชำระเงินเพื่อให้แน่ใจว่าคุณพร้อมที่จะรับการชำระเงินจากลูกค้าแล้ว

ขั้นตอน:

  1. เพิ่มสินค้าลงในตะกร้าสินค้า หากต้องการเพิ่มสินค้าลงในตะกร้าสินค้า ให้แตะ > สินค้า แล้วเลือกสินค้าจากรายการ หากสินค้าของคุณมีตัวเลือกสินค้า ให้เลือกตัวเลือกสินค้า หากคุณใช้บาร์โค้ดในร้านค้าของคุณ คุณก็สามารถสแกนบาร์โค้ดของสินค้าได้เช่นกัน
  2. หากต้องการเพิ่มลูกค้าไปยังคำสั่งซื้อ ให้แตะที่ไทล์สมาร์ทกริดเพิ่มลูกค้า” แล้วเลือกลูกค้าที่คุณจะทดสอบ
  3. แตะ การชำระเงิน > เงินสด > จำนวนเงินทอนที่แน่นอน
  4. แตะ “ส่งใบเสร็จทางอีเมล” “ส่งใบเสร็จทางข้อความ” หรือ “พิมพ์ใบเสร็จ
  5. แตะ “หมายเหตุคำสั่งซื้อ” แล้วป้อนข้อความว่าธุรกรรมสำหรับทดสอบลงในช่องเพื่อเก็บไว้เป็นบันทึกหลักฐานของคุณ
  6. แตะที่ เสร็จสิ้น

คุณสามารถดูคำสั่งซื้อสำหรับทดสอบได้ในหน้าการสั่งซื้อ โดยแตะที่ จากนั้นแตะ “คำสั่งซื้อ” แล้วจึงเลือกคำสั่งซื้อ ทั้งนี้ คุณสามารถประมวลผลธุรกรรมสำหรับทดสอบเพิ่มเติมได้หากต้องการทดสอบการตั้งค่าอื่นๆ

เมื่อคุณประมวลผลธุรกรรมสำหรับทดสอบเสร็จสิ้นแล้ว คุณสามารถปิดเซสชันการติดตามได้

ขั้นตอนที่ 5: สั่งซื้อฮาร์ดแวร์ POS

ตรวจสอบตารางต่อไปนี้เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์การค้าปลีกรายการใดที่คุณอาจต้องใช้ตามประเภทธุรกิจของคุณ:

แนะนำฮาร์ดแวร์ Shopify POS โดยอิงจากธุรกิจของคุณ
หากคุณประกอบธุรกิจ... คุณอาจจำเป็นต้องใช้...
ร้านค้าป๊อปอัป กิจกรรม การลดราคาชั่วคราวทั่วๆ ไป อุปกรณ์ที่รองรับ + เครื่องอ่านบัตร
ที่ตั้งร้านค้าปลีกถาวร อุปกรณ์ที่รองรับ + เครื่องอ่านบัตร + เครื่องพิมพ์ใบเสร็จ
ร้านค้าหลายแห่งหรือคลังสินค้า อุปกรณ์ที่รองรับ + เครื่องอ่านบัตร + เครื่องพิมพ์ใบเสร็จ + เครื่องสแกนบาร์โค้ด + ลิ้นชักเก็บเงิน

คุณสามารถเลือกส่วนประกอบต่างๆ สำหรับระบบ Shopify POS ได้ตามวิธีการชำระเงินที่คุณยอมรับและความต้องการทางธุรกิจของคุณ

ทุกตัวเลือกในรายการอนุญาตให้มีเครื่องบันทึกเงินมากกว่าหนึ่งเครื่องในตำแหน่งที่ตั้งเดียว คุณสามารถมีสถานี POS ในตำแหน่งที่ตั้งที่ระบุไว้ได้ไม่จำกัด

สถานที่ซื้อฮาร์ดแวร์

หากคุณอยู่ในสหรัฐอเมริกาและเปิดใช้งาน Shopify Payments ไว้ คุณสามารถเลือกฮาร์ดแวร์ได้จากช่องทาง Point of Sale > ร้านค้าฮาร์ดแวร์ในส่วนผู้ดูแล Shopify จากนั้นจึงชำระเงินโดยใช้ร้านค้าฮาร์ดแวร์ของ Shopify ที่อิงตามตำแหน่งที่ตั้งของคุณ

คุณสามารถซื้อฮาร์ดแวร์ได้จากร้านค้าฮาร์ดแวร์ของ Shopify ดังนี้

ฮาร์ดแวร์ที่รองรับ

ความพร้อมของฮาร์ดแวร์ที่รองรับในร้านค้าฮาร์ดแวร์ของ Shopify จะแตกต่างไปในแต่ละประเทศ ฮาร์ดแวร์ของ Shopify จะมาพร้อมกับการผสานการทำงานที่เหมาะสมที่สุดกับ Shopify POS

หากคุณไม่ได้อยู่ในประเทศที่มีร้านค้าฮาร์ดแวร์ของ Shopify โปรดดูที่หน้าฮาร์ดแวร์ที่รองรับหรือหน้าฮาร์ดแวร์แต่ละรายการเพื่อดูหมายเลขรุ่นที่รองรับและซื้อฮาร์ดแวร์จากผู้ค้าปลีกภายนอกที่ตรวจสอบยืนยันแล้วตามที่คุณต้องการ

ขั้นตอนที่ 6: ตั้งค่าวิธีการชำระเงิน

เปิดใช้งาน Shopify Payments ในแอป POS

คุณจะต้องตั้งค่าShopify Payments ให้ร้านค้าของคุณในส่วนผู้ดูแล Shopify หากคุณต้องการรับการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตที่หน้าร้าน หลังจากที่คุณตั้งค่า Shopify Payments ในส่วนผู้ดูแล Shopify แล้ว คุณจะต้องเปิดใช้งาน Shopify Payments ในแอป Shopify POS

ขั้นตอน:

  1. ใน Shopify POS ให้แตะที่ > การตั้งค่า > ประเภทการชำระเงิน
  2. ในส่วนประเภทการชำระเงินเริ่มต้น ให้ตรวจสอบยืนยันว่าตัวเลือกเครดิต/เดบิตแสดงสถานะเป็น “ยอมรับแล้ว

(ไม่บังคับ) ปิดใช้งานการชำระด้วยเงินสดสำหรับแอป Shopify POS

โดยระบบจะเปิดให้เลือกใช้การทำธุรกรรมด้วยเงินสดไว้เป็นค่าเริ่มต้นอยู่แล้ว หากไม่ต้องการรับเงินสด คุณสามารถปิดใช้การทำธุรกรรมด้วยเงินสดได้ ไม่มีค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าหรือร้านค้าในการชำระเงินด้วยเงินสด

ขั้นตอน:

  1. ใน Shopify POS ให้แตะที่ > การตั้งค่า > การตั้งค่าการชำระเงิน
  2. ในส่วนประเภทการชำระเงินอื่นๆ ให้แตะที่เงินสดเพื่อปิดใช้งาน

ขั้นตอนที่ 7: ตั้งค่า Tap to Pay บน iPhone

หากต้องการใช้ Tap to Pay บน iPhone คุณต้องมีคุณสมบัติตามข้อกำหนดต่อไปนี้

  • ร้านค้าของคุณอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา
  • สกุลเงินของร้านค้าของคุณตั้งเป็นดอลลาร์สหรัฐ
  • คุณได้เปิดใช้งาน Shopify Payments เป็นผู้ให้บริการการชำระเงินของร้านค้า
  • คุณได้ติดตั้งช่องทาง Point of Sale ในส่วนผู้ดูแล Shopify แล้ว
  • คุณใช้แอป Shopify POS ที่ติดตั้งบน iPhone ของคุณ
  • คุณใช้ iPhone XS หรือรุ่นใหม่กว่าที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 16 ขึ้นไป

คุณต้องมีสิทธิ์อนุญาตในการจัดการการตั้งค่าการชำระเงินเพื่อเปิดใช้งาน Tap to Pay บน iPhone ในร้านค้าของคุณ

หากต้องการตั้งค่า Tap to Pay บน iPhone เป็นครั้งแรก คุณต้องยอมรับข้อกำหนดในการใช้บริการของ Apple ด้วย Apple ID ของคุณ ทั้งนี้ Apple ID ควรเป็นของคุณหรือธุรกิจของคุณ สามารถเปลี่ยนแปลง Apple ID ในภายหลังได้

หลังจากที่คุณเปิดใช้งานครั้งแรกเสร็จสิ้นแล้ว Tap to Pay บน iPhone จะสามารถจับคู่กับ iPhone ที่เข้าสู่ระบบ Shopify POS ภายใต้บัญชีร้านค้าในตำแหน่งที่ตั้งใดก็ได้ของคุณ

ขั้นตอน:

  1. ใน Shopify POS ให้แตะที่ > การตั้งค่า > ตั้งค่าฮาร์ดแวร์
  2. เลือก “Tap to Pay บน iPhone” แล้วแตะ “ถัดไป
  3. ตรวจสอบยืนยัน Apple ID แล้วแตะดำเนินการต่อด้วย Apple ID นี้ เพื่อใช้ Apple ID นั้นหรือใช้ Apple ID อื่น เพื่อเลือก Apple ID อื่น หลังจากที่คุณเลือก Apple ID ของคุณแล้ว ให้ยอมรับข้อกำหนดในการใช้บริการ
  4. แตะที่ "เสร็จสิ้น"เปิดใช้งาน Tap to Pay บน iPhone ให้กับร้านค้าของคุณแล้ว และ iPhone ของคุณพร้อมรับชำระเงินแล้ว

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีรับการชำระเงินด้วย Tap to Pay บน iPhone

ขั้นตอนที่ 8: เชื่อมต่อฮาร์ดแวร์ POS

ก่อนที่จะเชื่อมต่อฮาร์ดแวร์ คุณจะต้องตั้งค่า Shopify Payments ในส่วนผู้ดูแลและตั้งค่า Shopify Payments ในแอป POS ของคุณ

หลังจากที่คุณได้รับฮาร์ดแวร์แล้ว คุณสามารถเชื่อมต่อฮาร์ดแวร์กับแอป Shopify POS ของคุณได้

ขั้นตอน:

  1. ให้แตะ > การเชื่อมต่อ จาก Shopify POS
  2. แตะที่ ติดตั้งฮาร์ดแวร์
  3. ในหน้าตั้งค่าฮาร์ดแวร์ ให้แตะที่ประเภทฮาร์ดแวร์ที่คุณกำลังจะเพิ่ม ตัวอย่างเช่น หากคุณกำลังจะเพิ่มเครื่องอ่านบัตร ให้แตะเครื่องอ่านบัตร
  4. ดำเนินการตามการแจ้งเตือนเพื่อเชื่อมต่อฮาร์ดแวร์ของคุณ

ขั้นตอนที่ 9: ปรับแต่งใบเสร็จ

หมายเหตุ: ฟีเจอร์นี้มีให้ใช้งานเฉพาะสำหรับผู้ขายที่ใช้ Shopify POS Pro เท่านั้น

หากคุณมีการสมัครใช้งาน POS Pro คุณก็จะสามารถปรับแต่งเทมเพลตของใบเสร็จแบบพิมพ์ รวมถึงเลือกจำนวนใบเสร็จที่คุณต้องการพิมพ์ตามค่าเริ่มต้นได้ ทั้งนี้ คุณไม่สามารถแก้ไขข้อมูลธุรกรรมในใบเสร็จแบบพิมพ์ได้

ปรับแต่งใบเสร็จของคุณ

คุณสามารถเพิ่มโลโก้ ปรับแต่งส่วนหัวและส่วนท้าย และเพิ่มข้อมูลที่ปรับแต่งเองไปยังใบเสร็จได้ คุณสามารถปรับแต่งใบเสร็จได้จากช่องทางระบบขายหน้าร้านในส่วนผู้ดูแลซึ่งอยู่ในการตั้งค่า > การปรับแต่งใบเสร็จ

ปรับแต่งโลโก้

  1. จากหน้าการปรับแต่งใบเสร็จในช่องทาง POS ของคุณ ให้เลือกตำแหน่งที่ตั้ง POS จากเมนูดรอปดาวน์
  2. คลิก “อัปโหลดโลโก้” จากนั้นคลิก “เพิ่มรูปภาพ” รูปภาพจะต้องมีขนาด 400 พิกเซลต่อ 200 พิกเซล
  3. ตัวเลือกเสริม: เลือกความกว้างของโลโก้จากเมนูดรอปดาวน์
  4. คลิก บันทึก

ปรับแต่งส่วนหัวหรือส่วนท้าย

  1. จากหน้าการปรับแต่งใบเสร็จในช่องทาง POS ของคุณ ให้เลือกตำแหน่งที่ตั้ง POS จากเมนูดรอปดาวน์
  2. ดำเนินการขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งต่อไปนี้ให้เสร็จสิ้น:

    • คลิกที่ส่วนหัวเพื่อเพิ่มส่วนหัวแบบกำหนดเองในใบเสร็จ
    • คลิกที่ส่วนท้ายเพื่อเพิ่มส่วนท้ายแบบกำหนดเองในใบเสร็จ
  3. คลิก บันทึก

เพิ่มข้อมูลแบบกำหนดเอง

  1. จากหน้าการปรับแต่งใบเสร็จในช่องทาง POS ของคุณ ให้เลือกตำแหน่งที่ตั้ง POS จากเมนูดรอปดาวน์
  2. คลิกช่องทำเครื่องหมายที่อยู่ถัดจากรายละเอียดรายการใดๆ ต่อไปนี้เพื่อแสดงใบเสร็จของคุณ

    • แสดงโลโก้ที่แตกต่างกันต่อตำแหน่งที่ตั้งแต่ละที่
    • แสดงที่อยู่ของตำแหน่งที่ตั้ง
    • แสดงหมายเลขโทรศัพท์ของตำแหน่งที่ตั้ง
    • แสดงกล่องยอดขายรวม
    • แสดง SKU
    • แสดงราคาเปรียบเทียบ
    • แสดงรหัสส่วนลด
    • แสดงชื่อพนักงานที่รับผิดชอบยอดขายนี้
    • แสดงพนักงานที่จุดชำระเงิน
    • แสดงบันทึกคำสั่งซื้อ
    • แสดงข้อมูลลูกค้า
    • แสดงบาร์โค้ด 1D หรือ 2D
    • แสดงคิวอาร์โค้ดแบบกำหนดเอง
  3. คลิก บันทึก

กำหนดจำนวนเริ่มต้นของสำเนาใบเสร็จที่จะพิมพ์หลังจากธุรกรรม

คุณสามารถเลือกให้ระบบพิมพ์ใบเสร็จตามจํานวนค่าเริ่มต้นเมื่อเสร็จสิ้นธุรกรรมแต่ละรายการได้

ขั้นตอน:

  1. จากส่วนผู้ดูแล Shopify ให้คลิก “Point of Sale
  2. คลิก “การตั้งค่า” > “การปรับแต่งใบเสร็จ
  3. คลิก “จำนวนใบเสร็จที่พิมพ์แล้ว
  4. ป้อนจํานวนเต็มแบบกำหนดเอง จากนั้นคลิก “บันทึก

ขั้นตอนที่ 10: เพิ่มพนักงาน POS

คุณสามารถเพิ่มพนักงานไปยังร้านค้าของคุณได้ ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับแผนการสมัครใช้งาน Shopify ของคุณ:

หากต้องการเข้าใช้งาน Shopify POS โดยใช้บัญชีผู้ใช้ Shopify หรือข้อมูลประจำตัวสำหรับเข้าสู่ระบบ พนักงานต้องมีสิทธิ์อนุญาตดังต่อไปนี้:

ต้องมีสิทธิ์อนุญาตของพนักงานใน POS
หมวดหมู่ของสิทธิ์อนุญาต สิทธิ์อนุญาต
สิทธิ์เข้าถึง Point of Sale การเข้าถึงระบบขายหน้าร้าน
สิทธิ์อนุญาตย่อย:
  • ตั้งค่าอุปกรณ์ POS ชิ้นใหม่หรือที่อัปเดต

พนักงานที่มีอนุญาตของผู้ดูแลแบบจำกัดและพนักงานเฉพาะแอป POS จะไม่สามารถเข้าถึง Shopify POS ได้ เว้นแต่ว่าเจ้าของร้านค้าหรือพนักงานที่ตั้งค่าอุปกรณ์ POS ชิ้นใหม่หรือที่อัปเดตจะเข้าสู่ระบบ Shopify POS ก่อน

เพิ่มการเข้าถึง POS ให้กับพนักงานที่มีสิทธิ์อนุญาตของผู้ดูแล

คุณสามารถให้พนักงานที่มีสิทธิ์อนุญาตของผู้ดูแลเข้าถึงแอป POS ได้ หากพนักงานไม่มีสิทธิ์อนุญาตที่จำเป็นในการใช้ POS คุณจะได้รับแจ้งให้มอบสิทธิ์อนุญาตเหล่านั้น เพื่อให้พนักงานสามารถเข้าสู่ระบบอุปกรณ์ POS ได้

ขั้นตอน:

  1. ไปที่การตั้งค่าผู้ใช้ของคุณ:

    • สำหรับร้านค้าที่ไม่ได้ใช้แผน Plus ให้ไปที่การตั้งค่า > ผู้ใช้และสิทธิ์อนุญาต ในส่วนผู้ดูแล Shopify ของคุณ
    • สำหรับร้านค้าที่ใช้แผน Plus ให้ไปที่การตั้งค่า ในส่วนองค์กร ให้คลิก “ผู้ใช้
  2. ในส่วนพนักงาน ให้คลิกที่ชื่อพนักงานที่คุณต้องการอนุญาตให้เข้าถึง POS สำหรับองค์กร Plus ให้กรองประเภทพนักงาน จากนั้นคลิกที่โปรไฟล์พนักงาน ในส่วนสิทธิ์อนุญาตร้านค้า ให้คลิกที่ “แก้ไข” สำหรับร้านค้าที่มีสิทธิ์อนุญาตของพนักงานที่คุณต้องการปรับเปลี่ยน

  3. ในส่วนสิทธิ์เข้าถึง Point of Sale ให้เลือก “เข้าถึง Point of Sale

  4. ตัวเลือกเสริม: เลือกตั้งค่าอุปกรณ์ POS ชิ้นใหม่หรือที่อัปเดตเพื่อให้สิทธิ์อนุญาตแก่พนักงานในการเข้าสู่ระบบอุปกรณ์ POS

  5. ตัวเลือกเสริม: ถ้าคุณต้องการสร้าง PIN อื่นที่ไม่เหมือน PIN เริ่มต้น ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ในส่วน PIN

    1. คลิก สร้าง PIN แบบสุ่ม
    2. ลบค่าเริ่มต้น . . . . และป้อน PIN ด้วยตนเอง โดยพนักงานจะต้องใช้ PIN นี้ในการเข้าถึง Shopify POS ดังนั้นโปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าพนักงานของคุณทราบรหัส PIN ของตน
  6. คลิก บันทึก

เพิ่มพนักงานที่ใช้ได้เฉพาะแอป POS

หมายเหตุ: ฟีเจอร์นี้มีให้ใช้งานเฉพาะสำหรับผู้ขายที่ใช้ Shopify POS Pro เท่านั้น

คุณสามารถเพิ่มพนักงานเฉพาะของแอป POS จากสองแห่ง:

เพิ่มพนักงานเฉพาะของแอป POS จาก Shopify POS

หากคุณเป็นเจ้าของร้านหรือมีสิทธิ์อนุญาตในการจัดการพนักงาน Point of Sale คุณสามารถเพิ่มพนักงานเฉพาะแอป POS ได้โดยตรงภายใน Shopify POS

ขั้นตอน:

  1. ใน Shopify POS ให้แตะ จากนั้นแตะพนักงาน
  2. แตะเพิ่มพนักงานใหม่
  3. ในส่วนข้อมูลพนักงาน ให้ป้อนรายละเอียดที่จำเป็น
  4. ในส่วนการเข้าถึงแอป POS ให้แตะแก้ไข
  5. ตัวเลือกเสริม: หากต้องการเข้าถึงรายการสิทธิ์อนุญาตของแต่ละบทบาท ให้เลือกบทบาทที่ต้องการแล้วแตะดูสิทธิ์อนุญาต
  6. เลือกบทบาทที่จะมอบหมาย จากนั้นแตะบันทึก
  7. ตัวเลือกเสริม: ถ้าคุณต้องการสร้าง PIN อื่นที่ไม่เหมือน PIN เริ่มต้น ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

    1. ในส่วน ความปลอดภัย ให้แตะ แก้ไข
    2. แตะที่ “สร้าง PIN แบบสุ่ม” หรือใช้แป้นพิมพ์เพื่อป้อน PIN เอง โดยพนักงานจะต้องใช้ PIN นี้ในการเข้าถึง Shopify POS และคุณจะต้องแจ้งให้พนักงานทราบถึง PIN ใหม่ของตน
  8. แตะที่บันทึก

เพิ่มพนักงานที่ใช้ได้เฉพาะแอป Point of Sale จากช่องทาง Point of Sale

หากคุณเป็นเจ้าของร้านหรือมีพนักงานที่มีสิทธิ์อนุญาตในการจัดการพนักงาน Point of Sale คุณสามารถเพิ่มพนักงานที่ใช้ได้เฉพาะแอป POS ได้จากช่องทาง Point of Sale ในส่วนผู้ดูแล Shopify อีกทั้งยังสามารถควบคุมสิทธิ์อนุญาตของพนักงานใน Shopify POS ได้โดยการมอบหมายบทบาทของ POS ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

ขั้นตอน:

  1. จากส่วนผู้ดูแล Shopify ของคุณ ให้คลิกการตั้งค่า > แอปและช่องทางการขาย

  2. จากหน้าแอปและช่องทางการขาย ให้คลิก “Point of sale

  3. คลิกที่ “เปิดช่องทางการขาย

  4. คลิก “พนักงาน

  5. คลิกที่เพิ่มพนักงาน

  6. ป้อนข้อมูลที่จำเป็น

  7. เลือกบทบาทของ POS

  8. หากคุณต้องการสร้าง PIN ใหม่แทนที่จะใช้ PIN ตามค่าเริ่มต้น ให้ไปที่ส่วน PIN แล้วคลิกที่ “สร้าง PIN แบบสุ่ม” หรือป้อน PIN เอง โดยพนักงานจะต้องใช้ PIN นี้ในการเข้าถึง Shopify POS ดังนั้นโปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าพนักงานของคุณทราบรหัส PIN ของตน

  9. คลิก บันทึก

ขั้นตอนที่ 11: การจัดการสินค้าคงคลังด้วย Stocky

หมายเหตุ: ฟีเจอร์นี้มีให้ใช้งานเฉพาะสำหรับผู้ขายที่ใช้ Shopify POS Pro เท่านั้น

Stocky by Shopify เป็นแอปการจัดการสินค้าคงคลังที่รวมอยู่ในการสมัครใช้งาน Shopify POS Pro Stocky ช่วยให้คุณจัดการสินค้าคงคลังด้วยฟีเจอร์ดังต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ 12: ตั้งค่าการรับสินค้าที่ร้าน

คุณสามารถตั้งค่าตัวเลือกสำหรับลูกค้าในการรับคำสั่งซื้อออนไลน์ที่ร้านค้าปลีก ข้างร้าน หรือตำแหน่งที่ตั้งใดๆ ก็ตามที่คุณเลือกไว้

หากต้องการดำเนินการข้างต้น คุณต้องเปิดใช้งานตัวเลือกการรับสินค้าที่ร้านสำหรับแต่ละตำแหน่งที่ตั้งที่ลูกค้าสามารถไปรับสินค้าตามคำสั่งซื้อของตนได้

อัตราค่าจัดส่งสำหรับการรับสินค้าที่ร้านนั้นจะถูกกำหนดเป็นฟรีและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

ก่อนการตั้งค่าการรับสินค้าที่ร้าน

คุณต้องดำเนินการต่อไปนี้ให้เสร็จสิ้นก่อนจึงจะสามารถให้บริการการรับสินค้าที่ร้านได้:

ตั้งค่าตัวเลือกการรับสินค้าที่ร้าน

คุณต้องตั้งค่าตัวเลือกการรับสินค้าที่ร้านสำหรับแต่ละตำแหน่งที่ตั้งที่ลูกค้าสามารถไปรับสินค้าตามคำสั่งซื้อของตนเองได้

การตั้งค่าจะทำให้คุณสามารถเปิดใช้งานการรับสินค้าที่ร้าน โดยเลือกเวลาโดยประมาณในการรับสินค้าที่ลูกค้าจะเห็นในหน้าการชำระเงิน รวมถึงแสดงคำแนะนำในการรับสินค้าใดๆ ในการแจ้งเตือนคำสั่งซื้อพร้อมให้รับสินค้าแล้ว

แสดงความพร้อมในการรับสินค้าแก่ลูกค้าของคุณ

ธีมบางธีมช่วยให้คุณสามารถแสดงความพร้อมในการรับสินค้าที่ร้านในหน้าสินค้าได้ ในหน้าสินค้าแต่ละหน้า ส่วนความพร้อมในการรับสินค้าจะแสดงว่าสินค้าพร้อมจำหน่ายหรือไม่ รวมถึงกรอบเวลาโดยประมาณในการรับสินค้า

หลังเปิดใช้งานการรับสินค้าที่ร้านเรียบร้อยแล้ว หน้าสินค้าจะแสดงว่าสินค้าดังกล่าวพร้อมให้รับที่ตำแหน่งที่ตั้งในการรับสินค้าที่ร้านของคุณตั้งแต่หนึ่งแห่งขึ้นไปหรือไม่ ข้อมูลนี้จะแสดงเฉพาะสำหรับสินค้าที่มีสต็อกในตำแหน่งที่ตั้งในการรับสินค้าอย่างน้อยหนึ่งแห่ง และมีการเลือก “สินค้านี้เป็นสินค้าแบบจับต้องได้” ในส่วนการจัดส่งของรายละเอียดของตัวเลือกสินค้าเท่านั้น

ขั้นตอน:

  1. จากส่วนผู้ดูแลระบบ Shopify ของคุณ ให้ไปที่สินค้า
  2. เลือกสินค้า
  3. ให้เลือกตัวเลือกสินค้าในส่วนตัวเลือกสินค้า
  4. ในส่วนการจัดส่ง ให้เลือก “นี่คือสินค้าแบบจับต้องได้
  5. คลิก บันทึก

หากคุณได้เปิดใช้งานการรับสินค้าที่ร้านสำหรับตำแหน่งที่ตั้งเพียงแห่งเดียว ระบบจะแสดงตำแหน่งที่ตั้งและความพร้อมในการรับสินค้าของตำแหน่งที่ตั้งดังกล่าว ลูกค้าสามารถคลิก “ดูข้อมูลร้านค้า” เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งในการรับสินค้าได้

หากคุณได้เปิดใช้งานการรับสินค้าที่ร้านสำหรับตำแหน่งที่ตั้งมากกว่าหนึ่งแห่ง ส่วนความพร้อมในการรับสินค้าจะแสดงตำแหน่งที่ตั้งและความพร้อมในการรับสินค้าของหนึ่งในร้านค้าคุณ ลูกค้าสามารถคลิกที่ “ตรวจสอบความพร้อมที่ร้านค้าอื่น” เพื่อตรวจสอบความพร้อมในการรับสินค้าในตำแหน่งที่ตั้งทั้งหมดที่มีการเปิดใช้งานการรับสินค้าที่ร้านไว้

เพิ่มไทล์หน้าจอหลักสำหรับการรับสินค้าที่ร้าน

หากคุณเพิ่มไทล์สำหรับการรับสินค้าที่ร้านไปยังหน้าจอหลักของคุณ คุณจะสามารถค้นหาคำสั่งซื้อทั้งหมดที่ต้องเตรียมไว้สำหรับการรับสินค้าหรือทำเครื่องหมายว่ารับสินค้าแล้วได้อย่างรวดเร็ว

หลังจากที่คุณเพิ่มไทล์ ระบบจะแสดงจำนวนคำสั่งซื้อที่ต้องเตรียมสำหรับการรับสินค้า คุณสามารถแตะที่ไทล์ “การรับสินค้าที่ร้าน” เพื่อดูคำสั่งซื้อที่คุณต้องตรวจสอบได้

ขั้นตอน:

  1. ให้แตะปุ่มเพิ่มไทล์บนหน้าจอหน้าหลักของแอป Shopify POS ของคุณ
  2. ไปที่การจัดการ > ดูคำสั่งซื้อที่มีการรับสินค้า
  3. แตะที่เพิ่ม
  4. ในหน้าจอหลัก ให้แตะที่เสร็จสิ้น

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรับสินค้าที่ร้านสำหรับคำสั่งซื้อออนไลน์

ขั้นตอนที่ 13: การจัดส่งสำหรับลูกค้าในหน้าร้าน

หมายเหตุ: ฟีเจอร์นี้มีให้ใช้งานเฉพาะสำหรับผู้ขายที่ใช้ Shopify POS Pro เท่านั้น

หากคุณได้เปิดใช้งานการป้องกันการขายสินค้าเกินจำนวนที่มีในคลัง คุณจะสามารถเลือกเพิ่มสินค้าคงคลังเฉพาะที่มีในสต็อกเท่านั้นไปยังคำสั่งซื้อที่จะจัดส่งให้ลูกค้าได้ หากสินค้าใดที่ลูกค้าเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าหมดสต็อกแล้ว ข้อความแจ้งข้อผิดพลาดจะแสดงว่าไม่สามารถจัดส่งสินค้าที่หมดสต็อกได้ การดำเนินการนี้จะป้องกันไม่ให้มีคำสั่งซื้อที่ไม่สามารถจัดการได้อันเนื่องมาจากสินค้าคงคลังที่หมดสต็อก

อัตราค่าจัดส่งที่แสดงจะเป็นราคาที่คำนวณตามน้ำหนัก ตามราคา หรือตามผู้ให้บริการขนส่ง ซึ่งเป็นไปตามอัตราค่าจัดส่งที่คุณได้ตั้งค่าไว้ในส่วนผู้ดูแล Shopify ระบบจะแสดงเฉพาะอัตราค่าจัดส่งที่สามารถใช้กับตะกร้าสินค้าปัจจุบันได้เท่านั้น (ขึ้นอยู่กับกฎที่กำหนดไว้ของอัตราค่าจัดส่ง) หากระบบไม่แสดงอัตราค่าจัดส่งที่มีอยู่ แสดงว่าไม่มีอัตราค่าจัดส่งที่สามารถใช้ได้ คุณสามารถเพิ่มอัตราค่าจัดส่งใหม่ได้จากการจัดส่งและส่งมอบ หน้าการตั้งค่าในส่วนผู้ดูแล Shopify

ขั้นตอน:

  1. เพิ่มสินค้าทั้งหมดลงในตะกร้าสินค้า
  2. ตัวเลือกเสริม: หากต้องการเพิ่มลูกค้าของคุณไปยังตะกร้าสินค้า ให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้:

    1. แตะที่ลูกค้า
    2. เลือกลูกค้าของคุณจากรายชื่อลูกค้า
    3. แตะ “เพิ่มลงในตะกร้าสินค้า” จากหน้าจอรายละเอียดลูกค้า
  3. ในแอป Shopify POS ให้แตะ “การดำเนินการเพิ่มเติม” และแตะ “จัดส่งไปยังลูกค้า” หรือหากคุณได้เพิ่มไทล์สมาร์ทกริดสำหรับการดำเนินการนี้แล้ว ให้แตะที่ “จัดส่งไปยังลูกค้า” บนหน้าจอหลักของคุณ

  4. ป้อนที่อยู่อีเมลและหมายเลขโทรศัพท์ของลูกค้า จากนั้นแตะที่ "ถัดไป"

  5. ในหน้าจอเพิ่มรายละเอียดการจัดส่ง ให้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้:

    • ป้อนรายละเอียดการจัดส่งของลูกค้า
    • แตะที่อยู่ที่ระบุไว้ก่อนหน้านี้
  6. ในหน้าจอเลือกวิธีจัดส่งให้เลือกดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้:

    • หากต้องการเลือกจากอัตราค่าจัดส่งหลังการคำนวณ ให้แตะที่วิธีจัดส่งที่ต้องการจากรายการที่มีอยู่
    • หากต้องการป้อนอัตราค่าจัดส่งแบบกำหนดเอง ให้แตะที่อัตราค่าจัดส่งแบบกำหนดเอง แล้วป้อนจำนวนการจัดส่ง แล้วแตะที่เสร็จสิ้น
  7. แตะขั้นตอนการชำระเงิน เลือกวิธีการชำระเงินและประมวลผลการชำระเงิน

  8. เลือกวิธีการส่งใบเสร็จคำสั่งซื้อให้แก่ลูกค้าแล้วแตะที่เสร็จสิ้น

คำสั่งซื้อจะถูกทำเครื่องหมายว่ายังไม่ได้จัดการและไม่สามารถจัดการได้จากแอป POS คุณต้องจัดการคำสั่งซื้อในส่วนผู้ดูแล Shopify เมื่อคุณพร้อมที่จะจัดส่งสินค้าตามคำสั่งซื้อให้ลูกค้า

ขั้นตอนที่ 14: (ไม่บังคับ) ตั้งค่าร้านค้าออนไลน์

คุณสามารถตั้งค่าร้านค้าออนไลน์ของคุณต่อไปได้โดยดำเนินการต่อไปนี้

พร้อมเริ่มต้นการขายด้วย Shopify แล้วหรือยัง

ทดลองใช้งานฟรี